วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ThaiBMA จับสัญญาณ หุ้นกู้เสี่ยงยืดหนี้เพิ่ม หากพิษสงครามลากยาว

ThaiBMA จับตาสัญญาณเตือนหุ้นกู้ “ยืดหนี้” ยังเสี่ยงเพิ่มขึ้นได้ หากพิษสงครามฉุดสภาพคล่องเอกชน ด้านยอดออกหุ้นกู้ไตรมาสแรก 1.7 แสนล้าน วูบ 15% กลุ่มไฮยีลด์ชะลอหนัก 43%

KEY POINTS

  • สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ประเมินว่าหากสงครามยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องภาคธุรกิจ และอาจทำให้มีหุ้นกู้ขอขยายเวลาชำระหนี้ (ยืดหนี้) เพิ่มขึ้น
  • ความเสี่ยงส่วนใหญ่จะจำกัดอยู่ในกลุ่มบริษัทเดิมที่มีปัญหาสภาพคล่องอยู่แล้ว ขณะที่โอกาสเกิดการผิดนัดชำระหนี้รายใหม่มีน้อย เนื่องจากหุ้นกู้ความเสี่ยงสูงออกใหม่ลดลง
  • สถานการณ์ความขัดแย้งส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น และตลาดผันผวน ทำให้มูลค่าการออกหุ้นกู้ในไตรมาส 1 ปี 2567 ลดลง 15.5% เนื่องจากบริษัทต่างๆ ชะลอการระดมทุน

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า  ทางด้านสถานการณ์ “หุ้นกู้ที่มีปัญหาผิดนัดชำระหนี้ และปรับโครงสร้างหนี้”  ประเมินว่า  หากสถานการณ์ยังมีความเสี่ยงต่างๆ ยังยืดเยื้อต่อเนื่องจากไตรมาสแรกที่ผ่านมานี้ ทั้งสงครามตะวันออกกลาง  ส่งผลต่อตลาดการเงินผันผวน และมีแรงกดดันราคาพลังงาน และเงินเฟ้อปรับตัวขึ้น กระทบต่อสภาพคล่องภาคธุรกิจ และการขยายตัวเศรษฐกิจไทย  

เราคาดว่า แนวโน้มหลังจากนี้ “หุ้นกู้ขอปรับโครงสร้างหนี้” อาจจะมีโอกาสเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องจากไตรมาสแรกปีนี้ แต่น่าจะอยู่ในกลุ่มเดิมๆ ที่เคยขอปรับโครงสร้างหนี้มาแล้ว  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายที่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่องตึงตัวต่อเนื่องมา 2-3 ปีแล้ว

เราจะเห็นว่า หลายบริษัทใช้วิธีปรับโครงสร้างหนี้โดยการขอขยายเวลาชำระหนี้ออกไป เพื่อประคองตัวในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย

อย่างเช่น  บมจ. อาริยา (A) มีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ และได้รับอนุมัติเรียบร้อยแล้ว หรือ ECF ประสบปัญหาสภาพคล่องจนไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยได้ในเดือนมี.ค. และอยู่ในขั้นตอนเรียกประชุมผู้ถือหุ้นกู้เพื่อหาทางออก

ThaiBMA จับสัญญาณ หุ้นกู้เสี่ยงยืดหนี้เพิ่ม หากพิษสงครามลากยาว

ขณะที่ หุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้ ประเมินว่า มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย เพราะหุ้นกู้กลุ่มไฮยีลด์ออกใหม่ลดลงมาก  และที่เคยมีปัญหาอยู่แล้วไม่สามารถออกใหม่ได้ ดังนั้นคาดเสี่ยงตรงนี้ไม่น่าเป็นห่วง  

“หุ้นผิดนัดชำระหนี้ ยังไม่ได้หมายถึงผิดนัดชำระทันที ส่วนใหญ่จะขอเปิดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ปรับโครงสร้างหนี้ หรือยืดหนี้ และการขอปรับโครงสร้างหนี้ไม่ได้หมายความว่าจะล้มละลายเสมอไป หลายบริษัทที่ปรับโครงสร้างแล้วสามารถกลับมาจ่ายคืนหนี้ได้ครบตามปกติเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นเราก็ยังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง”

 

 

ในส่วน "หุ้นกู้มีปัญหาในช่วงไตรมาส 1/2569" ทางสมาคม รายงานว่า สำหรับ “หุ้นกู้ผิดนัดชำระ” มี ทั้งหมด 4 ราย แบ่งตามรายเดือน ในเดือนม.ค. มีบริษัท A (6 รุ่น) และ ECF (5 รุ่น) รวมมูลค่า 3,459 ล้านบาท , เดือนก.พ. มี บริษัท A(8 รุ่น) มูลค่า 1,522 ล้านบาท และเดือนมี.ค. มี บริษัท ECF (1 รุ่น), GRAND (3 รุ่น) และ SABUY (2 รุ่น) รวมมูลค่า 3,995 ล้านบาท  คิดเป็นยอดรวมการผิดนัดชำระทั้งหมด 8,976 ล้านบาท และยอดสุทธิ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 จำนวน 4,352 ล้านบาท เท่านั้น 

หุ้นกู้ปรับโครงสร้างหนี้ (Restructure)" มีการขอยืดระยะเวลาหรือปรับเงื่อนไขการชำระหนี้จากผู้ออก 3 ราย แบ่งตามรายเดือน ในเดือนม.ค. มี บริษัท A(2 รุ่น) มูลค่า 978 ล้านบาท,  ในเดือนก.พ. มี บริษัท A (12 รุ่น) และ PPS (1 รุ่น) รวมมูลค่า 3,767 ล้านบาท และในเดือนมี.ค.  มีบริษัท EP (1 รุ่น) มูลค่า 302 ล้านบาท เป็นยอดรวมการปรับโครงสร้างหนี้ 5,046 ล้านบาท และยอดสุทธิ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 422 ล้านบาท

 

ThaiBMA จับสัญญาณ หุ้นกู้เสี่ยงยืดหนี้เพิ่ม หากพิษสงครามลากยาว

ขณะเดียวกัน สงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนผู้ประกอบการ และเงินเฟ้อปรับสูงขึ้น  รวมถึงทำให้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ผันผวนสูงมากจนบางบริษัทตัดสินใจชะลอการออกหุ้นกู้ในช่วงไตรมาส 1/2569  เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม  

ทำให้ มูลค่าการออกหุ้นกู้ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 171,889 ล้านบาท ลดลง 15.5%  เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน  โดยในหุ้นกู้กลุ่ม Investment grade (IG) จำนวน 162,219 ล้านบาท ลดลง 13%  และกลุ่มHigh Yield (HY)  จำนวน 9,670 ล้านบาท ลดลง  43.50% กลุ่มที่มียอดการออกหุ้นกู้สูง 3 อันดับแรก ได้แก่ พลังงาน  (Energy) อสังหาริมทรัพย์ (Property) อาหารและเครื่องดื่ม (Food)

หากมองแนวโน้มการออกหุ้นกู้ในไตรมาส  2/2569  นางสาวอริยา ประเมินว่า ในไตรมาสที่ 2 คาดว่าซัพพลายที่จะออกมาอาจจะน้อยกว่าไตรมาสแรกได้ เนื่องจากผู้ออกหุ้นกู้รอสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง และเงินเฟ้อ ชัดเจน และกลับมาออกหุ้นกู้ในจังหวะให้ดอกเบี้ยนิ่งก่อน 

แต่อย่างไรก็ตาม สมาคมยังคงเป้าหมายยอดออกหุ้นกู้ในปีนี้ ที่ระดับเดิม 880,000 - 900,000 ล้านบาท ไว้ก่อน โดยยังไม่มีความจำเป็นต้องรีบปรับเป้า แม้ไตรมาส 1/2569  จะชะลอตัวลงบ้าง แต่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ในครึ่งปีหลังเหมือนกับปีที่ผ่านมา หากสถานการณ์ความเสี่ยงต่างๆ คลี่คลายในทิศทางดีขึ้น 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์