สงครามอิหร่านครบรอบ 1 เดือน เขย่าตลาดทุนโลก ประมวลราคาสินทรัพย์ทั้งทองคำ น้ำมัน หุ้น และค่าเงิน ในเดือนมีนาคม เดือนแรกที่โลกกระอักท่ามกลางวิกฤติราคาพลังงาน
แม้ตลาดทุนโลกจะได้รับข่าวดีล่าสุดเมื่อวานนี้ จากสัญญาณว่าทั้ง "สหรัฐ-อิหร่าน" อาจเปิดทางเจรจาเพื่อนำไปสู่การยุติสงคราม แต่ก็ต้องยอมรับว่าตลอดทั้งเดือน “มีนาคม” ซึ่งเป็นเดือนแรกของสงครามหลังเปิดฉากเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2026 ได้ทำให้ "ราคาสินทรัพย์ทั่วโลก" เผชิญความผันผวนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีหรือหลายสิบปี ท่ามกลางวิกฤตการณ์ราคาพลังงานโลก
ตลาดเปลี่ยนจากภาวะตั้งรับความเสี่ยงไปสู่การลดความเสี่ยง เกิดแรงเทขายอย่างหนักในตลาดหุ้นผั่งเอเชียเมื่อนักลงทุนปรับพอร์ต ท่ามกลางความกังวล "เงินเฟ้อ" และภาวะ Stagflation หรือเงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้นักลงทุนวิตกถึงทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และแบงก์ชาติทั่วโลกในปีนี้ ทำให้ "ทองคำ" ที่ควรจะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในยามสงคราม กลับถูกเทขายหนัก นักลงทุนไม่ได้เข้าหาทองคำ และพันธบัตรหลบภัยเหมือนที่ผ่านๆ มา แต่มุ่งเข้าสู่ดอลลาร์แทน
"กรุงเทพธุรกิจ" รวมการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์โลกที่น่าสนใจในเดือนมี.ค. ดังนี้
น้ำมันดิบพุ่งกว่า 60% ทุบสถิติใหม่รายเดือน
หนึ่งเดือนของสงครามอิหร่านที่ก่อให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้น 63% ในเดือนมี.ค.2026 ซึ่งเป็นการปรับราคาขึ้นรายเดือน "สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์" นับตั้งแต่ปี 1988 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการบันทึกราคาในตลาดน้ำมันสมัยใหม่
ด้านราคาน้ำมันดิบสหรัฐ เวสต์เท็กซัส อินเทอร์มีเดียต (WTI) ปิดรายเดือนมี.ค. ด้วยการบวกขึ้นราว 51% ซึ่งนับเป็นเดือนที่ทำผลงานดีที่สุดในรอบเกือบ 6 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2020
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ Brent งวดส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้นราว 5% ในวันอังคารที่ 31 มี.ค. ปิดตลาดที่ 118.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และสัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับลดลง 1.46% ปิดตลาดที่ 101.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนที่สัญญา Brent งวดส่งมอบใหม่เดือนมิ.ย. จะลดลง 3.2% หลังได้รับข่าวดีที่ฝ่ายอิหร่านเปรยว่าพร้อมยุติสงคราม
ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ต่างปรับตัวลง หลังมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และอิหร่านเปิดทางยุติสงคราม
“นี่คือ ฝันร้าย” บ็อบ แมคนัลลี ประธานบริษัท Rapidan Energy กล่าวกับซีเอ็นบีซี “ตลาดพลังงานกำลังเผชิญฝันร้ายที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้น และกำลังอยากเชื่อว่าฝันร้ายนี้จะจบลงแล้ว”
เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐเปิดเผยกับวอลล์สตรีท เจอร์นัล ว่า ทรัมป์ บอกกับที่ปรึกษาว่า เขาพร้อมยุติปฏิบัติการของสหรัฐต่ออิหร่านแม้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอยู่ ขณะเดียวกันมีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่านก็เปิดกว้างต่อการยุติสงครามเช่นกัน
อย่างไรก็ดีเมื่อวานนี้ มีรายงานว่าอิหร่านได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของคูเวตที่ทอดสมอนอกชายฝั่งดูไบ แม้จะไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ และไม่มีการรั่วไหลของน้ำมัน ตามแถลงการณ์ของบริษัทคูเวต ปิโตรเลียม คอร์ปอเรชัน แต่เบน เอมอนส์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ FedWatch Advisors มองเหตุการณ์นี้ว่าอิหร่านต้องการเพิ่มการควบคุมเหนือช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น โดยมุ่งเป้าไปยังเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณนอกช่องแคบ พร้อมชี้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อการหยุดชะงักของการขนส่งพลังงาน
“ผลลัพธ์คือ เกมที่ไม่สมมาตรมากขึ้น โดยสหรัฐมีแนวโน้มจะถอนตัว ขณะที่อิหร่านยังมีแรงจูงใจในการสร้างต้นทุนเพิ่ม” เอมอนส์ กล่าว
'ทองคำ' แย่สุดในรอบเกือบ 18 ปี
"ราคาทองคำ" เผชิญการปรับตัวลงรายเดือนหนักที่สุดในรอบ 18 ปี หรือนับตั้งแต่วิกฤติการเงินโลกปี 2008 (วิกฤติซับไพรม์) โดยปรับตัวลดลงไปประมาณ 12% ในเดือนที่แล้ว จากแรงกดดันการแข็งค่าของดอลลาร์ และความคาดหวังที่เลือนรางว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดดอกเบี้ยในปีนี้
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำเริ่มกลับมา "บวกขึ้น" ในช่วงหลัง โดยปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สามในวันอังคารที่ 31 มี.ค.69 จากสัญญาณว่าสหรัฐ และอิหร่านอาจเปิดทางยุติสงครามในตะวันออกกลาง
ดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงเพิ่มเติม หลังมีสัญญาณคลี่คลายเชิงบวกดีขึ้นจากทั้งสองประเทศ ช่วยหนุนราคาทองคำให้พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 3.9% ระหว่างการซื้อขายเมื่อคืนนี้ ไปแตะระดับสูงสุดในรอบมากกว่าหนึ่งสัปดาห์ ก่อนปิดตลาดวันที่ 31 มี.ค.69 บวกไป 3.5% ที่ 4,668.06 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่รวมทั้งเดือนยังคงลดลง 12%
ก่อนหน้านี้นักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางทั่วโลกอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ แต่ได้กลับมุมมองเมื่อวันจันทร์ที่ 30 มี.ค.69 หลัง "เจอโรม พาวเวลล์" ประธานเฟดระบุว่า คาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวของสหรัฐยังอยู่ในกรอบที่ควบคุมได้ ซึ่งหากไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยก็จะเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ย
“ตลาดเคลื่อนไหวตามข่าวอย่างมาก ทั้งที่ในความเป็นจริงมีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก” เดวิด วิลสัน ผู้อำนวยการกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ของธนาคาร BNP Paribas กล่าว “หากมีข้อตกลงสันติภาพ ราคาทองคำมีแนวโน้มพุ่งขึ้นแรง แต่หากเกิดการบุกภาคพื้นดินของสหรัฐ ราคาทองคำอาจปรับลดลง”
ดอลลาร์แข็งค่าสุดในรอบ 8 เดือน
"ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ" ปิดสิ้นเดือนมี.ค. ด้วยการแข็งค่าทำผลงานดีที่สุดในรอบ 8 เดือน หรือนับตั้งแต่เดือนก.ค.2025 หลังสงครามสร้างความปั่นป่วนต่อตลาดพลังงาน กระทบแนวโน้มเศรษฐกิจ และทำให้นักลงทุนโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างดอลลาร์ ซึ่งเป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลก
ดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ปรับขึ้น 2.4% ในเดือนนี้ จากกระแสเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย รวมถึงสถานะที่แข็งแกร่งของสหรัฐในฐานะผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลง
“ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลง” โนอาห์ บัฟแฟม นักกลยุทธ์จาก CIBC Capital Markets กล่าว
นักลงทุนหันมาถือดอลลาร์มากขึ้นหลังความปั่นป่วนในตลาดพลังงานโลก ส่งผลให้สถานะของดอลลาร์ที่เคยถูกเดิมพันว่าจะอ่อนค่าลงกลับพลิกขั้วอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมีสถานะเก็งกำไรขาขึ้นในตลาดอนุพันธ์มากกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2025
ธนาคารวอลล์สตรีทบางแห่ง เช่น JPMorgan Chase และ Goldman Sachs ซึ่งก่อนหน้านี้มีมุมมองเชิงลบต่อดอลลาร์ กำลังทบทวนจุดยืนใหม่ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของตลาด และข่าวสารรายวันทำให้การปรับประมาณการทำได้ยาก
ขณะเดียวกัน ความคาดหวังที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้เริ่มสะดุด หลังความกังวลเงินเฟ้อกลับมา
อย่างไรก็ตาม ดัชนีค่าเงินดอลลาร์เริ่มกลับมา "อ่อนค่าลง" ในวันอังคาร ที่ 31 มี.ค. 69 หลังปรับขึ้นติดต่อกัน 5 วัน เนื่องจากทรัมป์ส่งสัญญาณพร้อมยุติสงครามกับอิหร่าน แม้ช่องแคบฮอร์มุซยังปิดอยู่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันลดลง
“ตลาดเริ่มคิดว่าครั้งนี้อาจเป็นเรื่องจริง” แอนดรูว์ แฮซเล็ตต์ เทรดเดอร์ค่าเงินจาก Monex กล่าว โดยระบุว่าความหวังในการลดความตึงเครียดสงครามกำลังกดดันดอลลาร์
'หุ้นตลาดเกิดใหม่' ดิ่งสุดในรอบ 6 ปี
ดัชนีหุ้นตลาดเกิดใหม่ปรับตัวลงรายเดือน "รุนแรงที่สุดในรอบ 6 ปี" หรือนับตั้งแต่ช่วงการระบาดใหญ่ของโควิดในเดือนมี.ค.2020 หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางสร้างความปั่นป่วนต่อตลาด และการขนส่งพลังงานโลก
ดัชนี MSCI Emerging Markets ลดลง 1% ในวันอังคาร ที่ 31 มี.ค.69 และลดลงมากกว่า 13% ในเดือนนี้ ส่งผลให้ผลตอบแทนที่บวกได้มาตั้งแต่ต้นปีนี้ "ถูกล้างไปแล้วทั้งหมด" ขณะที่การออกตราสารหนี้ของประเทศตลาดเกิดใหม่ในเดือนมี.ค. ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา
การพลิกผันดังกล่าวสะท้อนแรงกระแทกต่อสินทรัพย์ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งก่อนหน้าสงครามได้รับแรงหนุนจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะในเอเชีย อย่างไรก็ตาม แม้แรงขายในช่วงแรกจะกระจุกตัวในประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงาน แต่ความกังวลต่อผลกระทบของสงครามต่อเศรษฐกิจโลกกำลังลุกลามในวงกว้าง
“ผมไม่คิดว่าสถานการณ์จะนิ่งแล้ว” กาย มิลเลอร์ หัวหน้ากลยุทธ์ตลาดของบริษัท Zurich Insurance กล่าว “ตลาดเกิดใหม่ยังมีความเปราะบาง และผมยังไม่คิดว่าจะเข้าซื้อในตอนนี้”
อย่างไรก็ดี ดัชนี "เริ่มลดช่วงลบ" จากระดับที่ปรับตัวลงสูงสุด 1.7% ในช่วงต้นวัน หลังมีรายงานว่าทรัมป์พร้อมยุติสงคราม แม้ช่องแคบฮอร์มุซยังปิดอยู่ก็ตาม ดัชนีปรับขึ้นอีกหลังสำนักข่าวทางการอิหร่านรายงานว่า ประธานาธิบดีอิหร่านพร้อมยุติสงคราม
ในวันอังคารที่ผ่านมา สินทรัพย์เคลื่อนไหวผันผวน โดยดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดของวัน สกุลเงินตลาดเกิดใหม่ปรับตัวขึ้นหลังรายงานข่าวดังกล่าว ขณะที่กองทุน Vanguard FTSE Emerging Markets ETF (VWO) ปรับขึ้น 3.1%
“หากความขัดแย้งยุติโดยที่ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่เปิด จะยังคงสร้างความกังวลในระดับหนึ่ง แต่ในตอนนี้ตลาดดูเหมือนจะเลือก ‘ซื้อก่อนค่อยถามทีหลัง’ ต่อโอกาสคลี่คลายความตึงเครียด” ไมเคิล บราวน์ นักกลยุทธ์จากบริษัท Pepperstone กล่าว
ที่มา: Bloomberg1, Bloomberg2, Bloomberg3, CNBC
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





