วันพุธ ที่ 18 มีนาคม 2569

Login
Login

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 18 มี.ค.69 ‘แข็งค่า‘ หวังสงครามคลี่คลาย

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 18 มี.ค.69  ‘แข็งค่า‘ หวังสงครามคลี่คลาย

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า "ค่าเงินบาทวันนี้"เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.32 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.40 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้  คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.20-32.55 บาทต่อดอลลาร์

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง (แกว่งตัวในกรอบ 32.24-32.43 บาทต่อดอลลาร์) สอดคล้องกับการย่อตัวลงของเงินดอลลาร์ หลังผู้เล่นในตลาดทยอยเปิดรับความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความหวังว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางยังมีโอกาสมทยอยคลี่คลายลงได้ ซึ่งจะช่วยให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เริ่มทยอยกลับมาได้อีกครั้ง

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 18 มี.ค.69  ‘แข็งค่า‘ หวังสงครามคลี่คลาย  

อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ที่สูง กอปรกับผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้น ผลการประชุมของบรรดาธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะ FED ในช่วงวันพฤหัสฯ (ตามเวลาประเทศไทย) ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงระมัดระวังต่อการปรับมุมมองเชิงบวกและยังคงประเมินว่า FED อาจเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ราว 1 ครั้ง ในปีนี้ 

แนวโน้มค่าเงินบาท 

แนวโน้มค่าเงินบาท โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) เริ่มอ่อนกำลังลงบ้าง ตามการทยอยเปิดรับความเสี่ยงอย่างระมัดระวังของผู้เล่นในตลาด อย่างไรก็ดี เราขอเน้นย้ำว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยง Two-Way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้เราขอย้ำมุมมองเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้การประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis และควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูง 

ในช่วงระหว่างวัน หากไม่มีพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางเพิ่มเติม เรามองว่า เงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways โดยอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าบ้าง ตราบใดที่บรรดานักลงทุนต่างชาติยังคงทยอยขายสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติม แต่การอ่อนค่าของเงินบาทอาจชะลอลงได้แถวโซนแนวต้านสำคัญ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อประเมินจากโฟลว์ธุรกรรมของผู้เล่นในตลาด โดยเฉพาะฝั่งผู้ส่งออกที่อาจรอทยอยขายเงินดอลลาร์ในโซนดังกล่าวและปัจจัยเชิงเทคนิคัล แต่หากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทวีความรุนแรงมากขึ้นและเสี่ยงยืดเยื้อกว่าคาด (นานเกิน 5 สัปดาห์ ซึ่งเป็นกรอบระยะเวลาที่ ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ระบุไว้) เงินบาทอาจสามารถอ่อนค่าลงต่อได้ไม่ยาก โดยจะมีโซนแนวต้านถัดไปในช่วง 32.80-33.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้  

มุมมองการลงทุนทั่วโลก

บรรดาผู้เล่นในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทยอยเปิดรับความเสี่ยงเพิ่มเติม อย่างระมัดระวัง จากความหวังว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีโอกาสทยอยคลี่คลายลงได้บ้าง โดยเฉพาะในส่วนของการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ อาทิ Alphabet +1.8% และ Amazon +1.6% ทำให้โดยรวม ดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.25% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวขึ้น +0.47%

ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง +0.67% หลังผู้เล่นในตลาดยังคงมีความหวังว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางยังมีโอกาสทยอยคลี่คลายลงบ้าง ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้น ผลการประชุมของบรรดาธนาคารกลาง ทั้ง ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ทั้งนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดเปิดรับความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง สะท้อนจากการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นกลุ่ม Defensive อาทิ Utilities รวมถึงหุ้นกลุ่มพลังงานเป็นหลัก 

ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงเล็กน้อย สู่ระดับ 4.20% หลังผู้เล่นในตลาดยังคงมองว่า FED อาจลดดอกเบี้ยได้ 1 ครั้ง ในปีนี้ ทั้งนี้ การปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อีกทั้ง ผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้น ผลการประชุม FED และบรรดาธนาคารกลางหลักอื่นๆ ในวันพฤหัสฯ นี้ โดยเราคงมุมมองเดิมว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนและอาจปรับตัวสูงขึ้นต่อได้ไม่ยาก หากตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED เพิ่มเติม ซึ่งต้องรอลุ้น ทั้ง พัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ ประเด็นการคืนภาษีนำเข้า IEEPA

อนึ่ง เรายังคงมุมมอง Neutral ต่อบอนด์ระยะยาวของสหรัฐฯ (รวมถึงบอนด์ระยะยาวของไทย) และคงคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรรอจังหวะทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ และไทย อาทิ โซน 4.25% ขึ้นไป สำหรับ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และ เหนือโซน 1.90%-2.00% สำหรับ บอนด์ยีลด์ 10 ปี ไทย (โซนดังกล่าว สอดคล้องกับการประเมินระดับบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และไทย ที่เหมาะสม จากโมเดล Adrian, Crump, and Moench  หรือ โมเดล ACM )

ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ย่อตัวลงเล็กน้อย ตามการทยอยเปิดรับความเสี่ยงของผู้เล่นในตลาด หลังผู้เล่นในตลาดยังคงมีความหวังว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีโอกาสทยอยคลี่คลายลงได้บ้าง นอกจากนี้ ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม อย่าง ฝั่งยุโรป ยังได้ช่วยหนุนการรีบาวด์ขึ้นของเงินยูโร (EUR) ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ย่อตัวลงสู่โซน 99.6 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 99.5-99.8 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ แม้ เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะย่อตัวลงบ้าง แต่ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม กอปรกับ ท่าทีของผู้เล่นในตลาดที่ต่างรอลุ้น ผลการประชุมของบรรดาธนาคารกลางหลัก และสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. 2026) ยังคงเคลื่อนไหวแถวโซน 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ ผลการประชุม FOMC ของ FED ที่จะทยอยรับรู้ในช่วงราว 01.00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยเรามองว่า FED อาจเลือกที่จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50%-3.75% ทว่า ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น การปรับคาดการณ์เศรษฐกิจและแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบาย หรือ Dot Plot ใหม่ พร้อมทั้งรอติดตาม ถ้อยแถลงของประธาน FED Jerome Powell อย่างใกล้ชิด ท่ามกลาง ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ในส่วนของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต PPI รวมถึงยอดคำสั่งซื้อภาคโรงงาน (Factory Orders) 

และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง (ทำให้การประเมินแนวโน้มของตลาดการเงิน ควรมองเป็น Scenario Analysis ตามที่เราได้วิเคราะห์แต่ละ Scenario ในสัปดาห์ก่อนหน้า)