วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

สมาคมบลจ. ยันไร้พอร์ตเชื่อมโยง หลังกองทุน BlackRock ระงับถอนเงิน

AIMC ยืนยันว่ากรณีกองทุน BlackRock จำกัดการถอนเงินส่งผลต่ออุตสาหกรรมกองทุนไทยในวงจำกัดมาก เบื้องต้นพบว่าบลจ.ชั้นนำไม่มีพอร์ตลงทุนเชื่อมโยงโดยตรง

KEY POINTS

  • สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ยืนยันว่ากรณีที่กองทุน BlackRock จำกัดการถอนเงิน ไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมกองทุนรวมของไทย 
  • จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ชั้นนำส่วนใหญ่ในไทยไม่มีพอร์ตการลงทุนที่เชื่อมโยงโดยตรงกับกองทุนดังกล่าว
  • บลจ. ขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น บลจ.กสิกรไทย, บลจ.ไทยพาณิชย์ และ บลจ.กรุงไทย ได้ออกมายืนยันว่าไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้

จากกรณีที่ยักษ์ใหญ่จัดการสินทรัพย์ระดับโลกอย่าง  BlackRock ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของโลก ตัดสินใจประกาศ  จำกัดการถอนเงินของนักลงทุน จากกองทุน Private Credit มูลค่า 26,000 ล้านดอลลาร์ สร้างความกังวลใจให้กับนักลงทุนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยนั้น 

ล่าสุด นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC ) เปิดเผย กรุงเทพธุรกิจ ว่า  จากกรณีดังกล่าวยืนยันว่า ผลกระทบอยู่ในวงจำกัดอย่างยิ่งและไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมกองทุนรวมของไทย

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า บลจ. ชั้นนำในประเทศไทยส่วนใหญ่ ไม่มีสัดส่วนการลงทุนที่เชื่อมโยงกับกองทุนที่มีปัญหาของ BlackRock โดยตรง โดยเฉพาะ บลจ.กสิกรไทย (KAsset) และ บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) ที่ได้ออกมายืนยันความเชื่อมั่นก่อนหน้านี้ว่าไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว

ขณะที่ บลจ. รายใหญ่อื่นๆ รวมถึง  บลจ.กรุงไทย (KTAM) ต่างยืนยันในทิศทางเดียวกันว่า พอร์ตการลงทุนยังคงมีความแข็งแกร่งและไม่ได้รับแรงกระแทกจากการระงับถอนเงินในครั้งนี้  

สำหรับ บลจ. ขนาดกลางและขนาดเล็กนั้น ประเมินว่า หากจะมีผลกระทบคาดว่าน้อยมาก เนื่องจากข้อจำกัดด้านศักยภาพในการจัดจำหน่ายและฐานการลงทุนที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวโดยตรงอยู่แล้ว 

ต่อข้อสงสัยที่ว่าสถานการณ์จะลุกลามจนเกิดสภาวะโดมิโนไปยังกองทุนเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Fund) หรือผู้จัดการกองทุนรายใหญ่อื่นๆ หรือไม่นั้น

นางชวินดา ระบุว่า สมาคมบลจ.กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้อาจมีความเสี่ยงจากความตื่นตระหนกของนักลงทุนในระยะสั้น (Panic) แต่เชื่อว่าจะไม่เกิดปัญหาการขาดสภาพคล่องรุนแรง เนื่องจากกองทุนส่วนใหญ่มีกลไกและระยะเวลาการไถ่ถอน (Redemption Timeframe) ที่ชัดเจนเพื่อรองรับสถานการณ์อยู่แล้ว 

“ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ในวงจำกัดและไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมกองทุนรวมของไทย”