วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 11 มี.ค.69 ‘แข็งค่า‘ สงครามอิหร่าน ยังกดดัน

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 11  มี.ค.69  ‘แข็งค่า‘ สงครามอิหร่าน ยังกดดัน

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า "ค่าเงินบาทวันนี้"เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.60 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 31.65 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.40-31.75 บาทต่อดอลลาร์ 

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 31.41-31.73 บาทต่อดอลลาร์) แม้จะมีจังหวะแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 31.50 บาทต่อดอลลาร์ ทว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทได้ถูกชะลอลงบ้าง ตามจังหวะการรีบาวด์ขึ้นของเงินดอลลาร์ หลังผู้เล่นในตลาดยังคงมีความกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนสูงและอาจไม่ได้จบลงในเร็ววันนี้ อย่างที่ประธานาธิบดี Donald Trump ได้กล่าวไว้ในวันก่อนหน้าได้ 

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 11  มี.ค.69  ‘แข็งค่า‘ สงครามอิหร่าน ยังกดดัน

ซึ่งภาพดังกล่าวได้สอดคล้องกับทั้งจังหวะการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และเงินดอลลาร์ ตามการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED (ล่าสุด ตลาดให้โอกาสราว 57% ที่ FED จะลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้) ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ย่อตัวลงบ้างในช่วงดังกล่าวทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.21% 

แนวโน้มค่าเงินบาท

แนวโน้มค่าเงินบาท เรามองว่า เงินบาท (USDTHB) อาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน บนความผันผวนที่สูงกว่าช่วงปกติ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง โดยเราขอเน้นย้ำว่า เงินบาทมีความเสี่ยง Two-way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หรืออาจพอกล่าวได้ว่า ข่าว อย่าง Headline News ที่เกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินได้พอควร ดังจะเห็นได้จากในวันก่อนหน้า ที่เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นพอควร จากถ้อยแถลงของประธานาธิบดี Donald Trump ที่ระบุว่า การสู้รบในตะวันออกกลางอาจจบลงได้ในเร็ววันนี้ (ทว่าล่าสุด สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง) ทำให้เราขอย้ำมุมมองเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้การประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis และควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูง 

โดยหากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางไม่ได้มีพัฒนาการเพิ่มเติม อย่างมีนัยสำคัญ เรามองว่า ในช่วงวันนี้ ผู้เล่นในตลาดอาจให้ความสนใจกับรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED ได้ 

ในเชิงเทคนิคัล แม้ว่าเงินบาทจะทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่เงินบาทจะยังไม่กลับมาสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้น ตราบใดที่เงินบาทยังไม่สามารถแข็งค่าขึ้นทะลุโซน 31.40-31.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ทำให้ในช่วงนี้ เงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways ไปก่อนได้ เพื่อรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยปัจจัยสำคัญ ยังคงเป็นพัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง

เราประเมินว่า ความผันผวนของเงินบาทเสี่ยงที่จะสูงขึ้นและอย่างน้อยก็อยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา ท่ามกลาง ความไม่แน่นอนของการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED รวมถึงบรรดาธนาคารกลางหลักต่างๆ ประเด็นการเมืองสหรัฐฯ ในปีที่จะมีการเลือกตั้ง Midterm Election ซึ่งต้องจับตาแนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้า (ในประเด็นการคืนภาษี IEEPA) รวมถึงประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options หรือพิจารณาใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currencies) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 

มุมมองการลงทุนทั่วโลก

บรรดาผู้เล่นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงไม่กล้าเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้นอย่างชัดเจน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่อาจไม่ได้จบลงในเร็ววันนี้ตามที่ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ออกมาย้ำในวันก่อนหน้า อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังพอได้แรงหนุนบ้างตามการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นเทคฯ ธีม AI/Semiconductor อาทิ Nvidia +1.2% ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.21% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย +0.01%

 

ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป พลิกกลับมาปรับตัวขึ้น +1.88% หลังผู้เล่นในตลาดทยอยคลายกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางลงบ้าง นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นเทคฯ ธีม AI/Semiconductor อย่าง ASML +4.6% ที่ปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับทิศทางหุ้นกลุ่มดังกล่าวในฝั่งสหรัฐฯ ทว่า แนวโน้มสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่อาจไม่ได้ยืดเยื้อ กอปรกับท่าทีของบรรดาประเทศกลุ่ม G7 ที่พร้อมใช้น้ำมันสำรองเพื่อบรรเทาผลกระทบ ได้กดดันให้ ราคาน้ำมันดิบต่างปรับตัวลดลง ส่งผลให้ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลดลง อาทิ BP -2.1%, Shell -1.0%

 

ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ พลิกกลับมาปรับตัวขึ้นสู่โซน 4.14% อีกครั้ง หลังผู้เล่นในตลาดยังคงไม่แน่ใจว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางจะสิ้นสุดลงได้ในเร็ววันนี้จริง ตามที่ประธานาธิบดี Donald Trump ได้กล่าวไว้ในวันก่อนหน้า ทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED โดยการเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ดังกล่าว ได้สอดคล้องกับมุมมองของเราที่ประเมินว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนและอาจปรับตัวสูงขึ้นต่อได้ไม่ยาก หากตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED เพิ่มเติม ซึ่งต้องรอลุ้น ทั้ง พัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI และ PCE ที่จะทยอยรับรู้ในสัปดาห์นี้ และ ประเด็นการคืนภาษีนำเข้า IEEPA อนึ่ง เรายังคงมุมมอง Neutral ต่อบอนด์ระยะยาวของสหรัฐฯ (รวมถึงบอนด์ระยะยาวของไทย) และคงคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรรอจังหวะทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ และไทย อาทิ โซน 4.25% สำหรับ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และ โซน 1.90% สำหรับ บอนด์ยีลด์ 10 ปี ไทย

 

ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ในลักษณะ Sideways Up สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ หลังผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED อีกครั้ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ยังคงเป็นไปอย่างจำกัด หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI และ PCE ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยสู่โซน 98.8 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 98.4-99.0 จุด)  ในส่วนของราคาทองคำ แม้ว่า ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. 2026) จะทยอยรีบาวด์สูงขึ้น ตามจังหวะการย่อตัวของเงินดอลลาร์ในช่วงแรก ทว่าความไม่แน่นอนของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED อีกครั้ง ซึ่งหนุนการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้กลับมากดดันราคาทองคำ ส่งผลให้ ราคาทองคำโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวแถวโซน 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

 

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ท่ามกลาง ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง 

 

ส่วนทางฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เช่นกัน เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ ECB โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดมองว่า ECB มีโอกาสราว 29% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 1 ครั้ง 25bps ในปีนี้ หลังจากช่วงก่อนหน้า ผู้เล่นในตลาดต่างกังวลว่า ECB อาจต้องกลับมาเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เสี่ยงยืดเยื้อ กระทบราคาพลังงานโลก 

 

และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง (ทำให้การประเมินแนวโน้มของตลาดการเงิน ควรมองเป็น Scenario Analysis ตามที่เราได้วิเคราะห์แต่ละ Scenario ในสัปดาห์ก่อนหน้า)