เงินบาทเปิดฉากสัปดาห์นี้ (9-13มี.ค.2569) ซึ่งวานนี้ (9 มี.ค) การอ่อนค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ 32.19 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ 32.10 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางแรงกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น จนส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารทีมวิจัย ศูนย์วิจัยธนาคารกสิกรไทยระบุว่า ปัจจัยลบหลักมาจากความกังวลเรื่องต้นทุนพลังงานที่จะกระทบเศรษฐกิจไทย ประกอบกับทิศทางสกุลเงินเอเชียที่อ่อนค่าลงถ้วนหน้า ขณะที่ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติยังไหลออกต่อเนื่อง โดยในวันนี้ขายสุทธิทั้งในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยรวมกว่า 4,300 ล้านบาท
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหววันนี้ (10มี.ค.) คาดว่าจะอยู่ในช่วง 32.00-32.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยต้องจับตาตัวเลขการจ้างงานและยอดขายบ้านของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
อนาคตเงินบาทภายใต้วิกฤตพลังงาน
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เราได้ ประเมินแนวโน้มค่าเงินบาท 3 กรณี ผ่านผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก หากการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz หยุดชะงัก ดังนี้
กรณีเลวร้ายที่สุด (Worst Case) หากอิหร่านปิดช่องแคบ Hormuz เกิน 1 เดือนและโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมัน จะหนุนให้น้ำมันยืนเหนือ 100 ดอลลาร์นานกว่า 3 เดือน กดดันเงินเฟ้อโลกพุ่งสูง จนเฟด (Fed) อาจต้อง “ขึ้นดอกเบี้ยต่อ” แทนการลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่ารุนแรง เงินบาทมีโอกาส อ่อนค่าทะลุ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ในไตรมาส 2 ซ้ำเติมด้วยฤดูกาลจ่ายเงินปันผลให้ต่างชาติที่คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านบาท
กรณีรุนแรงปานกลาง (Medium Case) การปิดช่องแคบไม่เกิน 1 เดือนและกระทบการผลิตไม่มาก ราคาน้ำมันอาจยืนสูงระยะสั้นก่อนปรับลดลงสู่ 70-80 ดอลลาร์ ธนาคารกลางต่างๆ อาจเลือกคงดอกเบี้ยไว้ระดับเดิม เงินบาทจะอ่อนค่าทดสอบ 32.00-32.50 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงครึ่งปีแรก ก่อนจะทยอยแข็งค่ากลับมาที่ 31.50-32.00 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงปลายปี
และกรณีพื้นฐาน (Base Case) สถานการณ์ไม่ยืดเยื้อและไม่มีการใช้กำลังทหารปิดเส้นทางเดินเรือ ราคาน้ำมันจะยืนสูงเพียงระยะสั้นและกลับสู่ระดับ 70 ดอลลาร์ภายใน 1 เดือน เงินบาทอาจอ่อนค่าทะลุ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ เพียงชั่วคราว และมีโอกาสพลิกกลับมาแข็งค่าที่ 31.50 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงปลายปี แม้จะมีแรงกดดันจากการจ่ายเงินปันผลในไตรมาส 2 บ้างก็ตาม
“ทิศทางเงินบาทในระยะสั้นยังเผชิญความเสี่ยงด้านอ่อนค่า โดยมีตัวแปรสำคัญคือความยืดเยื้อของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการตอบสนองด้านนโยบายการเงินของเฟด”





