วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

บอนด์โลกทรุด น้ำมันเฉียด 120 ดอลลาร์ ปลุก Stagflation ทำเศรษฐกิจชะงัก

บอนด์โลกทรุด  น้ำมันเฉียด  120 ดอลลาร์  ปลุก  Stagflation ทำเศรษฐกิจชะงัก

ตลาดบอนด์โลกทรุด หวั่นราคาน้ำมันพุ่งใกล้แตะ 120 ดอลลาร์ ปลุกความกังวล Stagflation ทำเศรษฐกิจชะงัก ตลาดคาด ‘เฟด’ จ่อเลื่อนลดดอกเบี้ย

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ตลาดพันธบัตรทั่วโลกร่วงลงอย่างหนักในการซื้อขายฝั่งเอเชียวันนี้ (9 มี.ค.69) สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้นักลงทุนกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่ภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มจะแย่ลง

‘บอนด์ยีลด์’ ทั่วโลกพุ่ง

 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นมากกว่า 0.07% ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. และแรงกดดันนี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังตลาดพันธบัตรรัฐบาลประเทศอื่นๆ ด้วย เช่น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 3 ปีของออสเตรเลียพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 ในขณะที่สัญญาซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีร่วงลงต่ำสุดในรอบเกือบ 15 ปี

ราคาพันธบัตรรัฐบาลในเอเชียร่วงลง ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้ ต่างพุ่งสูงขึ้นเป็นตัวเลขสองหลัก

บอนด์โลกทรุด  น้ำมันเฉียด  120 ดอลลาร์  ปลุก  Stagflation ทำเศรษฐกิจชะงัก

กระแสการเทขายพันธบัตรไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงตลาดพันธบัตรในอินโดนีเซีย และญี่ปุ่นที่ปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกัน ขณะเดียวกัน แรงกดดันนี้ได้ส่งสัญญาณข้ามฝั่งไปยังตลาดตะวันตก โดยพบว่าราคาพันธบัตรล่วงหน้าในยุโรปเริ่มร่วงลงตามมา

 

พันธบัตรรัฐบาลจีนก็ไม่รอดจากการดิ่งลงครั้งนี้ โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐอายุ 30 ปีที่ทรุดตัวลงรุนแรงที่สุดในรอบปี แม้ว่าในช่วงแรกที่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้น พันธบัตรจีนจะดูแข็งแกร่งกว่าประเทศอื่น แต่ความเชื่อมั่นนั้นเริ่มจางหายไปเพราะความกลัวเรื่อง "เงินเฟ้อนําเข้า"   เนื่องจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้นจะบีบให้ต้นทุนสินค้าในจีนสูงขึ้นตามไปด้วย

น้ำมันพุ่ง ปลุกความกังวล Stagflation

การเทขายพันธบัตรครั้งนี้สะท้อนถึงความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก หลังจากราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานเข้าใกล้ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 80% นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น 

 หากราคายังสูงต่อเนื่องเช่นนี้ ธนาคารกลางต่างๆ อาจถูกบังคับให้ต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด เช่น การขึ้นดอกเบี้ย  เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ แม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวก็ตาม ซึ่งจะทำให้โลกต้องเผชิญกับสภาวะ “Stagflation” หรือภาวะที่ของแพงแต่เศรษฐกิจไม่โต

ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อทำให้เหล่านักเทรดในตลาดเริ่มปรับลดความคาดหวังลง โดยมองว่าการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด น่าจะถูกเลื่อนออกไปเป็นเดือนก.ย. ซึ่งต่างจากช่วงปลายเดือนก.พ. คือ ช่วงก่อนที่สงครามจะเริ่มขึ้น

ในตอนนั้นตลาดค่อนข้างมั่นใจว่า เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยได้ภายในเดือนก.ค. สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นจนนักเทรดพันธบัตรบางกลุ่มเริ่มวางเดิมพันว่า ในปีนี้เฟดอาจจะไม่มีการลดดอกเบี้ยเลยแม้แต่ครั้งเดียว 

Rajeev de Mello ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนจาก Gama Asset Management ระบุว่า ตลาดพันธบัตรจะยังคงเผชิญกับ "แรงกดดันขาลง" ต่อไปจนกว่าราคาน้ำมันจะเริ่มนิ่ง พร้อมกล่าวว่าในช่วงที่น้ำมันดิบอยู่ที่ราคา  80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักลงทุนยังพอรับมือได้ แต่การที่ราคาพุ่งทะยานทะลุ  100 ดอลลาร์อย่างรวดเร็วนั้นได้สร้างความ "ช็อก" ให้กับตลาด และทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นกลับมาอีกครั้ง

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกนั้นถือว่ารุนแรงมาก ล่าสุดคริสตาลินา กิออร์กิเอวา (Kristalina Georgieva)  ผู้อำนวยการ IMF ระบุว่า หากราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 10% และค้างอยู่ในระดับนั้นนาน 1 ปี จะส่งผลให้เงินเฟ้อโลกพุ่งขึ้นประมาณ 0.4% และจะฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ลงประมาณ 0.2% 

ขณะที่ข้อมูลจาก Bloomberg Intelligence ชี้ให้เห็นว่า หากราคาน้ำมันดิบพุ่งไปถึง  133 ดอลลาร์จะเริ่มเกิดภาวะ "ความต้องการสินค้าล่มสลาย" (Demand Destruction) ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่น่ากังวลหากราคายังไม่หยุดพุ่ง

ข้อมูลล่าสุดยิ่งทำให้ความกังวลเรื่องภาวะ Stagflationในสหรัฐชัดเจนขึ้น เนื่องจากตัวเลขการจ้างงานในเดือนก.พ. "ลดลง" อย่างเหนือความคาดหมาย และอัตราการว่างงานก็ค่อยๆ ขยับสูงขึ้น สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานเริ่มมีรอยร้าว ในขณะที่แรงกดดันด้านราคาสินค้า หรือ “เงินเฟ้อ” กลับยิ่งรุนแรงขึ้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่าลำบากใจเพราะเศรษฐกิจเริ่มแย่แต่ของยังแพง

 Tim Murray นักยุทธศาสตร์การตลาดจาก T. Rowe Price ให้ความเห็นว่า "น้ำมันคือ ปัจจัยต้นทุนที่สำคัญที่สุดต่อเงินเฟ้อโลก" และเนื่องจากประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียเป็น "ผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ"   สถานการณ์นี้จึงกลายเป็น "ลมต้าน" หรืออุปสรรคสำคัญต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง

 

 

อ้างอิง Bloomberg

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์