วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

บอนด์โลกทรุด น้ำมันเฉียด 120 ดอลลาร์ ปลุก Stagflation ทำเศรษฐกิจชะงัก

ตลาดบอนด์โลกทรุด หวั่นราคาน้ำมันพุ่งใกล้แตะ 120 ดอลลาร์ ปลุกความกังวล Stagflation ทำเศรษฐกิจชะงัก ตลาดคาด ‘เฟด’ จ่อเลื่อนลดดอกเบี้ย

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ตลาดพันธบัตรทั่วโลกร่วงลงอย่างหนักในการซื้อขายฝั่งเอเชียวันนี้ (9 มี.ค.69) สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้นักลงทุนกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่ภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มจะแย่ลง

‘บอนด์ยีลด์’ ทั่วโลกพุ่ง

 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นมากกว่า 0.07% ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. และแรงกดดันนี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังตลาดพันธบัตรรัฐบาลประเทศอื่นๆ ด้วย เช่น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 3 ปีของออสเตรเลียพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 ในขณะที่สัญญาซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีร่วงลงต่ำสุดในรอบเกือบ 15 ปี

ราคาพันธบัตรรัฐบาลในเอเชียร่วงลง ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้ ต่างพุ่งสูงขึ้นเป็นตัวเลขสองหลัก

บอนด์โลกทรุด  น้ำมันเฉียด  120 ดอลลาร์  ปลุก  Stagflation ทำเศรษฐกิจชะงัก

กระแสการเทขายพันธบัตรไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงตลาดพันธบัตรในอินโดนีเซีย และญี่ปุ่นที่ปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกัน ขณะเดียวกัน แรงกดดันนี้ได้ส่งสัญญาณข้ามฝั่งไปยังตลาดตะวันตก โดยพบว่าราคาพันธบัตรล่วงหน้าในยุโรปเริ่มร่วงลงตามมา

 

พันธบัตรรัฐบาลจีนก็ไม่รอดจากการดิ่งลงครั้งนี้ โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐอายุ 30 ปีที่ทรุดตัวลงรุนแรงที่สุดในรอบปี แม้ว่าในช่วงแรกที่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้น พันธบัตรจีนจะดูแข็งแกร่งกว่าประเทศอื่น แต่ความเชื่อมั่นนั้นเริ่มจางหายไปเพราะความกลัวเรื่อง "เงินเฟ้อนําเข้า"   เนื่องจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้นจะบีบให้ต้นทุนสินค้าในจีนสูงขึ้นตามไปด้วย

น้ำมันพุ่ง ปลุกความกังวล Stagflation

การเทขายพันธบัตรครั้งนี้สะท้อนถึงความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก หลังจากราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานเข้าใกล้ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 80% นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น 

 หากราคายังสูงต่อเนื่องเช่นนี้ ธนาคารกลางต่างๆ อาจถูกบังคับให้ต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด เช่น การขึ้นดอกเบี้ย  เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ แม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวก็ตาม ซึ่งจะทำให้โลกต้องเผชิญกับสภาวะ “Stagflation” หรือภาวะที่ของแพงแต่เศรษฐกิจไม่โต

ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อทำให้เหล่านักเทรดในตลาดเริ่มปรับลดความคาดหวังลง โดยมองว่าการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด น่าจะถูกเลื่อนออกไปเป็นเดือนก.ย. ซึ่งต่างจากช่วงปลายเดือนก.พ. คือ ช่วงก่อนที่สงครามจะเริ่มขึ้น

ในตอนนั้นตลาดค่อนข้างมั่นใจว่า เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยได้ภายในเดือนก.ค. สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นจนนักเทรดพันธบัตรบางกลุ่มเริ่มวางเดิมพันว่า ในปีนี้เฟดอาจจะไม่มีการลดดอกเบี้ยเลยแม้แต่ครั้งเดียว 

Rajeev de Mello ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนจาก Gama Asset Management ระบุว่า ตลาดพันธบัตรจะยังคงเผชิญกับ "แรงกดดันขาลง" ต่อไปจนกว่าราคาน้ำมันจะเริ่มนิ่ง พร้อมกล่าวว่าในช่วงที่น้ำมันดิบอยู่ที่ราคา  80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักลงทุนยังพอรับมือได้ แต่การที่ราคาพุ่งทะยานทะลุ  100 ดอลลาร์อย่างรวดเร็วนั้นได้สร้างความ "ช็อก" ให้กับตลาด และทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นกลับมาอีกครั้ง

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกนั้นถือว่ารุนแรงมาก ล่าสุดคริสตาลินา กิออร์กิเอวา (Kristalina Georgieva)  ผู้อำนวยการ IMF ระบุว่า หากราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 10% และค้างอยู่ในระดับนั้นนาน 1 ปี จะส่งผลให้เงินเฟ้อโลกพุ่งขึ้นประมาณ 0.4% และจะฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ลงประมาณ 0.2% 

ขณะที่ข้อมูลจาก Bloomberg Intelligence ชี้ให้เห็นว่า หากราคาน้ำมันดิบพุ่งไปถึง  133 ดอลลาร์จะเริ่มเกิดภาวะ "ความต้องการสินค้าล่มสลาย" (Demand Destruction) ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่น่ากังวลหากราคายังไม่หยุดพุ่ง

ข้อมูลล่าสุดยิ่งทำให้ความกังวลเรื่องภาวะ Stagflationในสหรัฐชัดเจนขึ้น เนื่องจากตัวเลขการจ้างงานในเดือนก.พ. "ลดลง" อย่างเหนือความคาดหมาย และอัตราการว่างงานก็ค่อยๆ ขยับสูงขึ้น สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานเริ่มมีรอยร้าว ในขณะที่แรงกดดันด้านราคาสินค้า หรือ “เงินเฟ้อ” กลับยิ่งรุนแรงขึ้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่าลำบากใจเพราะเศรษฐกิจเริ่มแย่แต่ของยังแพง

 Tim Murray นักยุทธศาสตร์การตลาดจาก T. Rowe Price ให้ความเห็นว่า "น้ำมันคือ ปัจจัยต้นทุนที่สำคัญที่สุดต่อเงินเฟ้อโลก" และเนื่องจากประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียเป็น "ผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ"   สถานการณ์นี้จึงกลายเป็น "ลมต้าน" หรืออุปสรรคสำคัญต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง

 

 

อ้างอิง Bloomberg

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์