วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ไฟสงครามลามอ่าวเปอร์เซีย ฮอร์มุซระอุ ตลาดน้ำมันโลกเผชิญแรงสั่นสะเทือน

ไฟสงครามลามอ่าวเปอร์เซีย ฮอร์มุซระอุ ตลาดน้ำมันโลกเผชิญแรงสั่นสะเทือน

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนอีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง ระบุว่า เมื่อ วันที่ 28 ก.พ. 2026 สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการ Epic Fury โจมตีเป้าหมายทางทหารและศูนย์อำนาจสำคัญของอิหร่าน รวมถึงกระทรวงกลาโหม กระทรวงข่าวกรอง ศูนย์นิวเคลียร์ และฐานทัพ IRGC ทั่วประเทศ นับเป็นปฏิบัติการ Decapitation (ตัดหัวผู้นำ) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สงครามสมัยใหม่

ผู้นำสูงสุด อายาตอลเลาะห์ คาเมเนอี เสียชีวิต พร้อมสมาชิกในครอบครัว อิสราเอลยืนยันว่าผู้นำทหารระดับสูงส่วนใหญ่ถูกสังหาร รวมกว่า 40 นาย ในจำนวนนี้รวมถึง ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ. มูซาวี, ผบ. IRGC ปักปูร์ และที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ชามคานี อิหร่านประกาศไว้อาลัย 40 วัน

อิหร่านตอบโต้ทันทีด้วยขีปนาวุธและโดรนถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวต บาห์เรน กาตาร์ จอร์แดน และยูเออี รวมถึงโจมตีอิสราเอลโดยตรง สนามบินดูไบได้รับความเสียหาย น่านฟ้าอ่าวเปอร์เซียถูกปิด ทรัมป์ประกาศโจมตีต่อจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย แต่ขณะเดียวกันส่งสัญญาณเปิดทางเจรจา

ช่องแคบฮอร์มุซ: จุดเปราะบางที่สุดของตลาดพลังงานโลก

ช่องแคบฮอร์มุซตั้งอยู่ระหว่างอิหร่านกับโอมาน กว้างเพียง 33 กม. เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน และ LNG ประมาณ 1 ใน 5 ของโลก ปลายทาง 89% ส่งไปเอเชีย โดยจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้รับน้ำมันรวมกัน 76%

หลังถูกโจมตี IRGC ออกคำสั่งวิทยุห้ามเรือผ่านช่องแคบ บริษัทน้ำมันหลายรายหยุดขนส่ง เรือบรรทุกน้ำมันเลี่ยงเส้นทาง สหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการจมเรือรบอิหร่าน 9 ลำ เพื่อรักษาเส้นทางเดินเรือ อย่างไรก็ดี รมต.ต่างประเทศอิหร่าน อาราฆชี ระบุว่าอิหร่านไม่มีเจตนาปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้ยังมีสัญญาณคุกคามจาก IRGC ในพื้นที่

ทิศทางหลังจากนี้: 2 สถานการณ์ที่ต้องจับตา

1.สงครามจบเร็ว เจรจาสำเร็จ: ช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ปกติภายในไม่กี่วัน น้ำมันพุ่งแค่ระยะสั้นแล้วกลับลง ตลาดหุ้นฟื้นตัวเร็ว โดยทรัมป์ระบุว่าอิหร่านต้องการเจรจาและตนตกลงที่จะพูดคุย ซึ่งเปิดโอกาสให้สถานการณ์คลี่คลาย จึงเป็นกรณีที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่า

2.สงครามยืดเยื้อ เปลี่ยนแปลงระบอบ: หากสงครามยาว 3-5 สัปดาห์ขึ้นไป ฮอร์มุซถูกปิดยาวนาน Brent อาจทะลุ $100-120 เกิดภาวะ Oil Shock รุนแรง ซึ่งจะกดดันเงินเฟ้อ และทำให้เศรษฐกิจโลกเสี่ยงถดถอย โดยประเทศในภูมิภาคเอเชียจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด

มุมมองการลงทุน: ผลกระทบต่อหุ้นยังจำกัด ไม่ต้องรีบทำอะไร

เรามองว่าผลกระทบต่อตลาดหุ้นในภาพรวมยังจำกัด จากบทเรียนสงครามครั้งก่อนในเดือน มิ.ย. 2025 ที่ตลาดปรับลงแรงช่วงแรกแต่ฟื้นตัวเร็วเมื่อช่องแคบฮอร์มุซไม่ถูกปิดจริง โดยเรามองว่า มีเพียงกรณี Oil Shock ที่รุนแรงและยืดเยื้อเท่านั้น ที่จะกระทบภาพเศรษฐกิจและตลาดหุ้นโลกอย่างมีนัยสำคัญ (เช่นเหตุการณ์ปี 1990 หรือ 2022)

ดังนั้นนักลงทุนยังไม่จำเป็นต้องรีบปรับพอร์ต แต่ควรเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์ Safe Haven ในพอร์ตเพื่อรองรับความผันผวน