ราคาทองคำโลกไต่สูงขึ้นเมื่อคืน ภาษีนำเข้าของสหรัฐ และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์กระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
BofA คาดราคาอาจแตะ 6,000 ดอลลาร์ในอีก 12 เดือน
รอยเตอร์ รายงานว่า ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นในวันพุธ (25 ก.พ.69) เนื่องจากนักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยด้วยความกังวลว่า กำแพงภาษีศุลกากรของทรัมป์ อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน และสหรัฐ ยังคงกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) เพิ่มขึ้น 1.1% สู่ระดับ 5,202.28 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 14:00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกสหรัฐ (19:00 GMT)
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำของสหรัฐ (US Gold Futures) สำหรับการส่งมอบเดือนเมษายน ปิดตัวสูงขึ้นประมาณ 1% ที่ 5,226.20 ดอลลาร์
“มีผลกระทบด้านเงินเฟ้อจากภาษีนำเข้า และราคาน้ำมันที่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการโจมตีที่ใกล้จะเกิดขึ้น และผมคิดว่านักลงทุนบางส่วนก็กำลังป้องกันความเสี่ยง โดยอาจหันมาลงทุนในทองคำ” บาร์ต เมเลก หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกของ TD Securities กล่าว
สหรัฐ เริ่มเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกชั่วคราว 10% เมื่อวันอังคาร แต่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว กล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังพยายามเพิ่มเป็น 15%
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์แถลงนโยบายประจำปีว่า “เกือบทุกประเทศ และบริษัท” ต้องการรักษาข้อตกลงด้านภาษี และการลงทุนที่มีอยู่กับวอชิงตัน
ทรัมป์ยังได้กล่าวถึงเหตุผลสำหรับการโจมตีอิหร่านที่อาจเกิดขึ้น โดยกล่าวว่าเขาจะไม่ยอมให้ผู้สนับสนุนการก่อการร้ายรายใหญ่ที่สุดของโลกมีอาวุธนิวเคลียร์ ในขณะเดียวกัน อิหร่านและสหรัฐฯ มีกำหนดจะจัดการเจรจานิวเคลียร์รอบที่สามในวันพฤหัสบดีที่เจนีวา
ทองคำได้รับการยอมรับว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน สินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยอย่างทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นในสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยต่ำ และยังถูกมองว่าเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อด้วย
ราคาทองคำแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,594.82 ดอลลาร์ในวันที่ 29 มกราคม 2569 และเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ในปีนี้
ธนาคารแห่งอเมริกา Bank of America ระบุในบันทึกว่า "นักลงทุนชะลอการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในทองคำ ดังนั้นเราจึงคาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจอ่อนตัวลงในช่วงฤดูใบไม้ผลิ แม้ว่าความไม่แน่นอนเรื่องภาษีนำเข้าที่กลับมาอีกครั้งอาจทำให้ช่วงเวลาของการปรับฐานราคาค่อนข้างสั้น" โดยเสริมว่าคาดว่าราคาจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในอีก 12 เดือนข้างหน้า
ด้านราคาเงินตลาดสปอต (Spot Silver) พุ่งสูงขึ้น 3.9% สู่ระดับ 90.73 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบสามสัปดาห์ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เงินแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 121.64 ดอลลาร์
ธนาคารแห่งอเมริกาตั้งข้อสังเกตว่าโลหะสีขาวอาจปรับตัวสูงขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้งในปีนี้
ราคาแพลทินัมพุ่งขึ้น 7.1% สู่ระดับ 2,320.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นราคาสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2569 ขณะที่ราคาแพลเลเดียมปรับตัวขึ้น 2.6% สู่ระดับ 1,814.41 ดอลลาร์
อัปเดตราคาเช้านี้ (26 ก.พ.69)
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองคำสปอตขยับขึ้น 0.1% มาที่ 5,170.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 07:29 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ขณะที่ราคาเงินแทบไม่เปลี่ยนแปลงที่ 89.16 ดอลลาร์ แพลทินัม และแพลเลเดียมปรับตัวเพิ่มขึ้น ดัชนี Bloomberg Dollar Spot ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปิดการซื้อขายรอบก่อนลดลง 0.2%
ทองคำทรงตัว ขณะนักเทรดจับตาภาษีนำเข้าของสหรัฐ และการเจรจากับอิหร่าน ราคาทองคำทรงตัว ขณะที่ผู้ค้าชั่งน้ำหนักระหว่างความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางกับผลกระทบของภาษีนำเข้าของสหรัฐ ที่มีต่อการค้าโลก
ราคาทองคำแท่งเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 5,170 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในการซื้อขายช่วงเช้าวันพฤหัสบดี นี้ หลังจากปิดการซื้อขายรอบก่อนเพิ่มขึ้น 0.4% สหรัฐ ได้ประกาศคว่ำบาตรต่อหน่วยงานมากกว่า 30 แห่งที่สนับสนุนการขายน้ำมัน และอาวุธของอิหร่าน เพิ่มแรงกดดันต่อเตหะรานก่อนการเจรจานิวเคลียร์รอบล่าสุดที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี ที่เจนีวา
ในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าดำเนินมาตรการเพื่อคงวาระด้านภาษีนำเข้าของผู้นำสหรัฐ ไว้ต่อไป ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับความสัมพันธ์กับคู่ค้าทางการค้าที่ตึงตัวอยู่แล้ว ผู้แทนการค้าสหรัฐ เจมิสัน กรีเออร์ ระบุว่า ทรัมป์จะลงนามในคำสั่งให้ปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% “ในกรณีที่เหมาะสม”
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





