วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

คปภ.กางแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ชู‘เอไอ’-ฟื้นกองทุนภัยพิบัติ

คปภ.กางแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี  ชู‘เอไอ’-ฟื้นกองทุนภัยพิบัติ

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยทิศทาง แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569-2573) ของ คปภ. มุ่งยกระดับประกันภัยไทยสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานความมั่นคงและศูนย์กลางข้อมูล (Data-Driven Hub) ภายใน 5 ปี โดยใช้ 4 ยุทธศาสตร์หลักคือ เสริมความมั่นคง (Stability), ยกระดับการจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติ (Resilience), เพิ่มการเข้าถึง (Inclusion), และขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Technology) 

โดย คปภ. เริ่มใช้ปีนี้ปีแรกจะยึดหลักสำคัญ 4 ประการ คือ อึด รับ ทน และ ล้ำ มุ่งเน้นการปรับโฉมองค์กรจากผู้กำกับดูแลสู่การเป็น “คู่คิดธุรกิจ” สร้างความมั่นคง ให้ภาคธุรกิจประกันภัยท่ามกลางความผันผวน การส่งเสริมการเข้าถึงประกันภัยอย่างทั่วถึงในทุกภูมิภาค 

และให้มีความแข็งแกร่งในการแสวงหาโอกาสในธุรกิจใหม่ ๆ พร้อมนำเทคโนโลยีข้อมูลขั้นสูง มุ่งสู่การเป็น Data Organization  ที่ใช้ AI นวัตกรรมในการขับเคลื่อนอย่างเต็มรูปแบบ มาใช้สร้างความเป็นธรรมด้านราคาและเพิ่มการเข้าถึงประกันภัยของประชาชน

โดยจะมีการผลักดันโครงการ Open Insurance เพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาการวิเคราะห์ความเสี่ยงเฉพาะตัวบุคคล (Tailored Risk) แทนการเฉลี่ยความเสี่ยงแบบระบบเดิม ซึ่งจะช่วยให้เบี้ยประกันภัยมีความเหมาะสมและไม่เป็นภาระแก่ประชาชนจนเกินไปจนต้องออกจากระบบประกันภัย 

สำหรับความคืบหน้าด้านการจัดการภัยพิบัติ คปภ. อยู่ระหว่างการจัดทำร่างแรก (First Draft) ของการจัดตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” รูปแบบใหม่ที่จะมีความครอบคลุมมากขึ้น โดยกำลังพิจารณาแนวทางความเป็นไปได้ ทั้งการจัดตั้งบริษัทใหม่หรือการขอรับการสนับสนุนงบประมาณเริ่มต้นจากภาครัฐ ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำเสนอต่อคณะกรรมการ (บอร์ด)  คปภ. และกระทรวงการคลังได้ภายในปีนี้

นอกจากนี้ คปภ. ยังเตรียมยกระดับความเชื่อมั่นผ่านระบบ E-Policy ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ เงื่อนไข และความคุ้มครองของตนเองได้ทุกที่ทุกเวลา แม้จะเป็นกรมธรรม์รายย่อย (Micro Insurance) เพื่อสร้างความโปร่งใสสูงสุดในระบบประกันภัยไทย 

“e-Policy จะเป็นตัวเปลี่ยนโฉมหน้า (Game Changer) ของวงการประกันภัย โดยกำหนดให้บริษัทต้องนำส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลกลาง ซึ่งจะช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลและออกกรมธรรม์ดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ควบคู่กับการผลักดันโครงการ e-Payment การยกเลิกการรับเงินสด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2570 จะกำหนดให้การชำระเบี้ยประกันภัยประเภท Personal Line ทุกประเภทต้องโอนเงินเข้าบริษัทประกันภัยโดยตรง เพื่อป้องกันปัญหาฉ้อฉลที่ตัวกลางรับเบี้ยแล้วไม่นำส่ง

ในด้านการประกันสุขภาพ คปภ. ยอมรับว่า มีความท้าทายจากต้นทุนทางการแพทย์ที่สูงขึ้นตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ที่ราคาสูงกว่าเดิม 2-3 เท่า 

อย่างไรก็ตาม คปภ. ได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลรัฐนำร่อง 28 แห่ง พัฒนาระบบช่องทางบริการพิเศษสำหรับผู้มีประกัน รวมถึงการใช้ระบบ Simple Benefit (SIMB) เพื่อควบคุมค่ารักษาพยาบาลไม่ให้เกิดภาวะ Overcharge และมอนิเตอร์การปรับรูปแบบกรมธรรม์ เช่น ระบบ Co-payment อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความยั่งยืนของบริษัทประกันและการเข้าถึงของประชาชน