ราคาทองคำโลกพุ่งสูงขึ้น หลังศาลฎีกาสหรัฐจำกัดอำนาจการเก็บภาษีนำเข้าของประธานาธิบดี ทรัมป์ ทำให้ข้อตกลงทางการค้ากับประเทศหลักๆทั่วโลกสั่นคลอน
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้าที่เจรจาไว้กับสหรัฐฯ
เช้าวันจันทร์นี้ ( 23 ก.พ.69) ราคาทองคำพุ่งขึ้นสูงสุดถึง 1.3% สู่ระดับเหนือ 5,170 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทรัมป์กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่าเขาจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก 15% เพื่อรักษาระบบคุ้มครองทางการค้า หลังจากศาลฎีกาตัดสินคัดค้านการใช้อำนาจฉุกเฉินของเขาในการกำหนดภาษีตอบโต้ การอ่อนค่าของดอลลาร์หลังจากการตัดสินดังกล่าว ทำให้ราคาทองคำถูกลงสำหรับผู้ซื้อหลายราย
คำตัดสินของศาลทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงที่สหรัฐฯ เจรจาไว้กับคู่ค้าสำคัญๆ ประธานคณะกรรมการการค้าของรัฐสภายุโรปกล่าวว่าเขาจะเสนอให้เลื่อนการให้สัตยาบันข้อตกลงกับวอชิงตันออกไปจนกว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น เจ้าหน้าที่อินเดียจะเลื่อนการเดินทางไปสหรัฐฯ ขณะที่สมาชิกพรรครัฐบาลญี่ปุ่นเรียกสถานการณ์นี้ว่า "เรื่องยุ่งเหยิงจริงๆ"
ความไม่แน่นอนกำลังเป็นแรงผลักดันให้ราคาทองคำฟื้นตัวจากการร่วงลงอย่างฉับพลันในช่วงต้นเดือน โลหะมีค่าชนิดนี้ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยระยะยาวหลายประการ ซึ่ง รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นและความระมัดระวังของนักลงทุนต่อพันธบัตรและสกุลเงินของรัฐบาล ปัจจัยเหล่านี้ที่ส่งแรงหนุนราคาทองคำยังคงอยู่
อัปเดตราคาเช้านี้
ราคาทองคำเพิ่มขึ้น 0.7% สู่ระดับ 5,144.72 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 8:25 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ลดลง 0.2% หลังจากลดลง 0.2% ในวันศุกร์ ราคาโลหะเงินเพิ่มขึ้น 2.2% สู่ระดับ 86.47 ดอลลาร์ ราคาแพลทินัมและแพลเลเดียมก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน





