"ตลาดหุ้นไทย” วานนี้ (19 ก.พ.2569) “คึกคัก” โดยดัชนีมีความพยายามที่จะขึ้นไปทดสอบระดับจิตวิทยาที่สำคัญ ซึ่งเคลื่อนไหวในแดนบวกต่อเนื่อง รับแรงหนุน “เม็ดเงินต่างชาติ” (Fund Flow) และความเชื่อมั่นหลังเลือกตั้งที่เริ่มชัดเจนมากขึ้น โดยดัชนีปิดที่ 27.24 จุด มาอยู่ 1,493.91 จุด มูลค่าซื้อขาย (วอลุ่ม) 94,763.72 ล้านบาท ระหว่างวันทำจุดสูงสุดที่ 29.94 จุด อยู่ที่ 1,496.61 จุด ซึ่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 17 เดือน และเข้าใกล้ระดับ 1,500 จุด สะท้อนผ่าน “ต่างชาติ” ซื้อสุทธินับตั้งแต่ 3 ก.พ.-19 ก.พ.69 มูลค่า 5.41 หมื่นล้านบาท
นายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง กล่าวว่า "หุ้นไทย" ทะยานขึ้นแข็งแกร่ง ซึ่งได้รับแรงหนุนจาก “ฟันด์โฟลว์” ที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง หลังนักลงทุนคลายความกังวลด้านการเมือง และได้รับอานิสงส์จากปัจจัยบวกทั้งใน และต่างประเทศ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ และพาณิชย์ กอดคอบวกถ้วนหน้า
จาก 3 ปัจจัยหนุนหลัก คือ
1.) แรงกระเพื่อมภูมิรัฐศาสตร์หนุนกลุ่มพลังงาน ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นระหว่าง สหรัฐและอิหร่าน กลายเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น
2.) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ดีดตัวตามหุ้นเทคฯ สหรัฐ ด้วยบรรยากาศลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเริ่มฟื้นตัว จากหุ้นกลุ่มบิ๊กเทคในฝั่งสหรัฐรีบาวด์กลับขึ้นมาอย่างแรงหลังผ่านช่วงพักฐาน ส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทย
3.) การเมืองชัด และมาตรการรัฐหนุนกลุ่มบริโภค และนิคมฯ ในเชิงปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศ ความชัดเจนจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพเป็นกุญแจสำคัญที่เรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนกลับมาอีกครั้ง โดยมีปัจจัยบวกที่น่าจับตาคือ กลุ่มพาณิชย์ขานรับความหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึง กลุ่มนิคมฯ และสาธารณูปโภค ได้รับอานิสงส์นโยบายลงทุนเชิงรุกผ่านโครงการ BOI Fast Track ที่เร่งดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) เข้ามาในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ
ขณะที่ แนวโน้มหุ้นไทยยังคงมองขยับขึ้นไปต่อ มีโอกาสทะลุ 1,500 จุด ได้ แต่ว่าเริ่มชะลอความร้อนแรงลงระยะสั้นอาจมีโอกาสปรับฐานก่อนสั้นๆ ที่ระดับ 1,440-1,450 จุด
นางสาวดวงธิดา แซ่แต้ Deputy Head of Thai Equities บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)อเบอร์ดีน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ประเมินเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยสิ้นปี 2569 ยืนเหนือ 1,500 จุด ที่ระดับ 1,504 จุด ตั้งแต่ต้นปีดัชนีขยับขึ้นมาแล้วเกือบ 200 จุด แต่ตลาดยังระมัดระวังรอความชัดเจนจัดตั้งรัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ที่ยังประกาศออกมาไม่ครบถ้วน และแรงกดดันตัวเลขส่งออกจากฐานสูงปีก่อน เป็นตัวกำหนดทิศทางที่แท้จริง
ด้วยตอนนี้ดัชนีหุ้นไทยใกล้ระดับ 1,500 จุด ยังวิ่งนำพื้นฐาน มองกระแสเงินลงทุนต่างชาติยังไม่ใช่เงินระยะยาวมากนัก จนกว่าจัดตั้งรัฐบาล และนโยบายรัฐชัดเจน ซึ่งจุดนั้นอาจถึงจุดเปลี่ยนของตลาดหุ้นไทย ที่ลงทุนต่างชาติ จะเริ่มขยับชั้นจาก “ตลาดเน้นปันผล” สู่ “ตลาดเติบโต” ขณะที่หุ้นไทยได้เปรียบในแง่เสถียรภาพ และระดับราคาหุ้นที่อยู่ระดับถูกเทียบประเทศเพื่อนบ้าน
ขณะที่ ปัจจุบันความสนใจของต่างชาติโฟกัสที่เศรษฐกิจในอนาคตมากกว่าปัจจัยลบเดิมๆ หากไทยสามารถสร้างความเชื่อมั่นผ่านนโยบายที่ชัดเจน และเติบโตเชิงโครงสร้างได้หุ้นไทยก็มีโอกาสที่จะพลิกโฉมสู่การเป็นตลาดเติบโตเต็มตัว
อีกหนึ่งสัญญาณบวกที่เริ่มเห็นได้ชัดคือ การไหลเข้าของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะในกลุ่ม Electronic Supply Chain เช่น Optical Transceiver และแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) ซึ่งมีการย้ายฐานผลิตจากจีนมาไทยเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบความขัดแย้งทางการค้า การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนี้ถูกมองว่าเป็น S-Curve ใหม่ที่จะสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจไทยระยะยาวมากกว่าเติบโตเพียงชั่วคราว
สำหรับ ทิศทางนโยบายการเงินโดยคาดการณ์ว่าโอกาสที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้านั้นมีต่ำมาก จากตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 4 ปี 2568 ดีช่วยกว่าคาดลดแรงกดดันในการเร่งลดดอกเบี้ย ประกอบกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องการรักษา Policy Space ไว้รองรับความเสี่ยงในอนาคต ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่อาจจะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพียง 1 ครั้งในช่วงกลางปี หากภาคการส่งออกเริ่มแสดงอาการชะลอตัวจากฐานที่สูงในปีที่ผ่านมา
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





