ราคาทองคำโลกร่วงลงอย่างหนักหลุดต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์เมื่อคืน จากแรงเทขาย หลังข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ แข็งแกร่งกดดันราคา หวั่นเฟดไม่ลดดอกเบี้ยลง
รอยเตอร์ รายงานว่า ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบหนึ่งสัปดาห์เมื่อวันพฤหัสบดี (12 ก.พ. 69) หลังจากข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ทำให้ความหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในระยะอันใกล้นี้ลดลง อีกทั้งการที่ราคาทองคำหลุดระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังซ้ำเติมแรงขายให้รุนแรงขึ้น
ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ร่วงลง 3.2% มาอยู่ที่ 4,915.74 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 16:02 น. วันพฤหัสบดี ตามเวลาตะวันออกสหรัฐ ( 04:02 น.ของวันศุกร์ตามเวลาไทย) โดยระหว่างวันเคยลงไปแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์
สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ (US Gold Futures) ส่งมอบเดือนเมษายน ร่วงลง 3.2% มาที่ 4,935.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ฟาวาด ราซักซาดา นักวิเคราะห์ตลาดจาก City Index และ FOREX.com กล่าวว่า
“จากความผันผวนที่สูงก่อนหน้านี้ นักลงทุนจำนวนมากน่าจะตั้งจุดตัดขายขาดทุน ไว้ใต้ระดับ 5,000 ดอลลาร์ หรือเหนือระดับ 5,100 ดอลลาร์ เพื่อปกป้องสถานะของตนเอง”
“เมื่อราคาปรับตัวลง จุดตัดขาดทุนที่ต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์ก็ถูกกระตุ้น ส่งผลให้เกิดแรงขายต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ทำให้ราคาทองคำร่วงลงอย่างหนักในระยะเวลาอันสั้น”
ข้อมูลที่เปิดเผยเมื่อวันพุธระบุว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ เปิดปี 2026 แข็งแกร่งกว่าที่คาด ช่วยตอกย้ำมุมมองว่ากรรมการเฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไปได้อีกนานขึ้น
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมกราคม เพิ่มขึ้น 130,000 ตำแหน่ง หลังจากเดือนธันวาคมมีการทบทวนตัวเลขใหม่ปรับลงมาเป็นเพิ่มขึ้น 48,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 4.3%
จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงมาอยู่ที่ 227,000 รายในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ตามข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี
สภาวะตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่งช่วยเสริมความมั่นใจให้เฟดต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้สามารถคงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับสูง เพื่อให้เงินเฟ้อลดลงต่อไป ซึ่งในทางกลับกันก็เป็นแรงกดดันต่อทองคำ เนื่องจากทองคำไม่มีดอกผลเป็นดอกเบี้ย
ขณะนี้นักลงทุนกำลังรอติดตามข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะรายงานในวันศุกร์ เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด
ปีเตอร์ แกรนต์ รองประธานและนักกลยุทธ์โลหะอาวุโสแห่ง Zaner Metals กล่าวว่า
“ดูเหมือนว่าตลาดคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อทั่วไป (headline CPI) จะชะลอลงจาก 2.7% เหลือ 2.5% หรืออาจต่ำสุดถึง 2.4% ซึ่งอาจช่วยให้ความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยกลับมาฟื้นตัว และน่าจะเป็นผลบวกต่อทองคำ”
สำหรับโลหะมีค่าชนิดอื่น ๆ ราคาโลหะเงิน ดิ่งลง 10.8% มาอยู่ที่ 74.95 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากพุ่งขึ้น 4% ในวันพุธ แพลทินัมสปอตร่วงลง 6.2% สู่ระดับ 2,030.25 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แพลเลเดียม ร่วง 4.75% มาอยู่ที่ 1,618.84 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อัปเดตราคาเช้านี้ (13 ก.ค.69)
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองคำสปอตปรับตัวขึ้น 0.1% สู่ระดับ 4,926.79 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 8:05 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ราคาสินโลหะเงินปรับตัวขึ้น 0.6% สู่ระดับ 75.72 ดอลลาร์ ขณะที่แพลทินัมและแพลเลเดียมปรับตัวสูงขึ้น ดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ซึ่งเป็นดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ทองคำทรงตัวหลังจากร่วงลงอย่างหนักที่เกิดจากการเทขายทั่วตลาดการเงิน ซึ่งอาจถูกขยายความรุนแรงจากระบบเทรดอัลกอริทึม
ราคาทองคำเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 4,920 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเปิดตลาดเช้าวันศุกร์ (13 ก.พ.69) หลังจากร่วงลง 3.2% ในเซสชันก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับตัวลงแรงสุดในรอบสัปดาห์ การร่วงลงกะทันหานนี้เกิดขึ้นพร้อมกับความปั่นป่วนในวอลล์สตรีท ที่ราคาทุกสินทรัพย์ร่วงลงจากความกังวลผลกระทบของ AI ต่อกำไรของบริษัทต่าง ๆ
การถอยตัวอย่างรุนแรงของทองคำเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งไม่มีปัจจัยกระตุ้นชัดเจน น่าจะถูกขยายความรุนแรงจากแรงขายของที่ปรึกษาการเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ ที่ใช้โมเดลคอมพิวเตอร์ในการเดิมพันทิศทางราคา ไมเคิล บอล นักกลยุทธ์เศรษฐกิจมหภาคจาก Bloomberg กล่าว
ส่วนหนึ่งของการเทขายในทองคำและโลหะเงินซึ่งร่วงลงเกือบ 11% เมื่อวันพฤหัสบดี น่าจะมาจากการขายทำกำไร ทั้งสองโลหะได้ฟื้นตัวบางส่วนหลังจากการร่วงลงครั้งประวัติศาสตร์ต้นเดือน และการซื้อขายหลังจากนั้นก็ผันผวน
แม้ราคาจะถอยลง แต่ธนาคารหลายแห่งคาดว่าทองคำจะกลับมาเคลื่อนไหวขึ้นในปีนี้ โดยชี้ว่าปัจจัยขับเคลื่อนก่อนหน้ายังคงอยู่ เช่น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ คำถามต่อความเป็นอิสระของเฟด และการลดการถือครองสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างสกุลเงินและพันธบัตรรัฐบาล BNP Paribas SA คาดว่าราคาทองคำจะไปถึง 6,000 ดอลลาร์ ภายในสิ้นปี ขณะที่ Deutsche Bank AG และ Goldman Sachs Group Inc ก็มีแนวโน้มขาขึ้นเช่นกัน





