ราคาทองคำโลกสูงขึ้นมากกว่า 1% ในวันพุธตามเวลาสหรัฐ มีแรงซื้อเพื่อการลงทุนระยะยาวอย่างต่อเนื่อง แม้ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐออกมาแข็งแกร่งเกินคาดลดโอกาสลดดอกเบี้ย
รอยเตอร์ รายงานว่า ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% ในวันพุธ (11 ก.พ.69) ตามเวลาสหรัฐ โดยแรงซื้อเพื่อการลงทุนระยะยาวอย่างต่อเนื่องช่วยให้ราคาทองกลับมามีโมเมนตัมอีกครั้ง หลังจากที่การปรับขึ้นถูกลดทอนลงช่วงสั้นๆ ขณะตลาดรับข่าวตัวเลขการจ้างงานสหรัฐ ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด
ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) เพิ่มขึ้น 1.25% มาอยู่ที่ 5,085.93 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 16:08 น. วันพุธตามเวลานิวยอร์ก (04:08 น.วันพฤหัสบดีตามเวลากรุงเทพฯ) หลังจากก่อนหน้านี้แตะระดับสูงสุดที่ 5,118.47 ดอลลาร์ต่อออนซ์ก่อนอ่อนตัวลงเล็กน้อย
สัญญาทองคำล่วงหน้าเดือนเมษายนของสหรัฐ (US Gold Futures) ปิดเพิ่มขึ้น 1.6% ที่ 5,112.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์
การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ในเดือนมกราคม เร่งตัวขึ้นเกินคาดที่ 130,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 4.3% สะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมต่อไป ขณะจับตาทิศทางเงินเฟ้อ
“ตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งเพียงครั้งเดียวจะไม่สามารถสั่นคลอนมุมมองต่อการซื้อทองคำได้ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการลงทุนระยะยาวบนพื้นฐานปัจจัยพื้นฐาน” ไท หว่อง นักเทรดโลหะอิสระ กล่าว
“นับตั้งแต่การร่วงลงครั้งใหญ่ ราคาทองคำกลับมาให้ภาพของ ‘จุดสูงใหม่สูงขึ้น และจุดต่ำใหม่สูงขึ้น’ เป็นส่วนใหญ่ โดยนักลงทุนยังคงเชื่อมั่น ท่ามกลางประเด็นหนี้ และกระแสทยอยลดการถือครองสินทรัพย์สหรัฐ”
ทองคำเผชิญแรงขายรุนแรงติดต่อกันสองวันในช่วงวันที่ 30 มกราคม และ 2 กุมภาพันธ์ หลังประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตัวเลือกประธานเฟดคนใหม่ อย่างไรก็ดี ราคาทองคำยังคงปรับขึ้นแล้วมากกว่า 17% ในปีนี้ ต่อเนื่องจากการปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดในปีก่อน ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น และการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางที่มากขึ้น
ข้อมูลเมื่อวันอังคาร ระบุว่ายอดค้าปลีกของสหรัฐ ทรงตัวโดยไม่เปลี่ยนแปลงอย่างเหนือความคาดหมายในเดือนธันวาคม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าการใช้จ่ายผู้บริโภค และเศรษฐกิจกำลังชะลอตัวลงเมื่อเข้าสู่ปีใหม่
ผลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้จนจบวาระของประธานเจอโรม พาวเวลล์ ในเดือนพฤษภาคม ก่อนจะเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน โดยนักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า นโยบายการเงินภายใต้ เควิน วอร์ช ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งคนต่อไป อาจผ่อนคลายเกินไป
ทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ย มักราคาสูงขึ้นในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์หรือเศรษฐกิจ และในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ
ขณะนี้นักลงทุนจับตารอรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐ ที่จะประกาศในวันศุกร์นี้
สำหรับโลหะมีค่าชนิดอื่นๆ ราคาโลหะเงินตลาดสปอต (Spot Silver) พุ่งขึ้น 4.6% มาที่ 84.43 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากร่วงลงมากกว่า 3% ในวันก่อนหน้า
สปอตแพลทินัมเพิ่มขึ้น 2.8% สู่ 2,145.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แพลเลเดียมขยับขึ้น 0.7% มาอยู่ที่ 1,719.57 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อัปเดตราคาเช้านี้ (12 ก.พ.69)
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองคำสปอตลดลง 0.4% สู่ระดับ 5,065.56 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 7:45 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ราคาโลหะเงินลดลง 0.8% สู่ระดับ 83.60 ดอลลาร์ ราคาแพลทินัมลดลง 1% และราคาแพลเลเดียมลดลง 1.5% ดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ซึ่งเป็นดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวหลังจากปิดตลาดในรอบก่อนหน้าลดลง 0.1%
ราคาทองคำปรับตัวลงมากถึง 0.6% ในวันพฤหัสบดีนี้ หลังจากเพิ่มขึ้น 1.2% ในช่วงก่อนหน้า การจ้างงานของสหรัฐ เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปี และอัตราการว่างงานลดลงอย่างไม่คาดคิดในเดือนมกราคม ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานอเมริกันยังคงมีเสถียรภาพในช่วงต้นปี 2026
ข้อมูลดังกล่าวอาจตอกย้ำแนวโน้มของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ ที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในขณะนี้ โดยผู้ค้าจำนวนมากเชื่อว่าเฟดอาจจะเลื่อนกำหนดเวลาสำหรับการลดอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปจากเดือนมิถุนายนไปเป็นเดือนกรกฎาคม
แม้จะลดลงในช่วงต้นวันพฤหัสบดี แต่ราคาทองคำยังคงทรงตัวอยู่เหนือ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และฟื้นตัวกลับมาได้ประมาณครึ่งหนึ่งของการขาดทุนที่เกิดขึ้นในช่วงที่ราคาทองคำร่วงลงอย่างหนักเมื่อต้นเดือน โลหะมีค่าชนิดนี้พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือ 5,595 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในปลายเดือนมกราคม ก่อนที่การซื้อเก็งกำไรจะทำให้ราคาพุ่งขึ้นมากเกินไป จากนั้นราคาทองคำก็ร่วงลงประมาณ 13% ในสองช่วงการซื้อขาย
ธนาคารหลายแห่งคาดว่าราคาทองคำจะกลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากปัจจัยที่สนับสนุนการเพิ่มขึ้นก่อนหน้านี้ยังคงอยู่ครบถ้วน ซึ่งรวมถึง ความวุ่นวายทางการเมืองระหว่างประเทศ และการโจมตีความเป็นอิสระของเฟด และการหันเหออกจากสินทรัพย์แบบดั้งเดิม เช่น สกุลเงิน และพันธบัตรของรัฐบาล
ธนาคาร BNP Paribas SA คาด ราคาทองคำจะขึ้นไปถึง 6,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้ ในขณะที่ Deutsche Bank AG และ Goldman Sachs Group Inc ก็มีมุมมองเชิงบวกเช่นกัน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





