วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ราคาทองคำโลกย่อตัวลง ตลาดรอข้อมูลจ้างงาน-เงินเฟ้อของสหรัฐ

ราคาทองคำโลกย่อตัวลง ตลาดรอข้อมูลจ้างงาน-เงินเฟ้อของสหรัฐ

ราคาทองคำโลกย่อตัวลง ขณะที่นักลงทุนเตรียมรับมือตัวเลขการจ้างงาน และอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ นักวิเคราะห์คาดยังมีปัจจัยหนุนราคาทองคำ อัปเดตราคาเช้านี้ปรับขึ้น

รอยเตอร์ รายงานว่า ราคาทองคำลดลงมากกว่า 1% ในวันอังคาร (10 ก.พ.69) เนื่องจากตลาดทรงตัวก่อนการประกาศข้อมูลการจ้างงาน และอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ ซึ่งอาจให้เบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ลดลง 0.71% สู่ระดับ 5,028.43 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 16:03 น. วันอังคารตามเวลาฝั่งตะวันออกสหรัฐ หรือ 4:03 น.ของวันพุธตามเวลาประเทศไทย 

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำของสหรัฐ (US Gold Futures)  สำหรับการส่งมอบเดือนเมษายน ปิดตัวลงประมาณ 0.42% ที่ระดับ 5,057.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์

“เราเห็นการปรับตัวลงเล็กน้อยหรือการทรงตัวก่อนที่ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญๆ จำนวนมากจะออกมาในปลายสัปดาห์นี้” เดวิด เมเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายซื้อขายโลหะของ High Ridge Futures กล่าว

ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของเดือนมกราคม จะประกาศในวันพุธ โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะมีงานเพิ่มขึ้น 70,000 ตำแหน่งในเดือนที่ผ่านมา ตามผลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของเดือนมกราคม จะประกาศในวันศุกร์

ยอดค้าปลีกของสหรัฐ ในเดือนธันวาคม ไม่เปลี่ยนแปลงซึ่งผิดจากความคาดหมาย ส่งผลให้การใช้จ่ายของผู้บริโภค และเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ในเส้นทางการเติบโตที่ชะลอลงเมื่อเข้าสู่ปีใหม่

แนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงได้เสริมความคาดหวังเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ย โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25%ในปีนี้ อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงมักจะส่งแรงหนุนราคาทองคำที่ไม่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยโดยการลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองโลหะ

เมเกอร์ กล่าวว่า “ความอ่อนแอของดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มที่จะยังคงหนุนราคาทองต่อไป” พร้อมระบุว่าความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์การเมือง และความคาดหวังเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงยังคงเป็นปัจจัยหนุนทองคำควบคู่ไปกับระดับจิตวิทยาที่ 5,000 ดอลลาร์ยังคงหนุนตลาด

นักลงทุนชาวอินเดียแห่ซื้อกองทุน ETF ทองคำในเดือนมกราคม เนื่องจากราคาสูงขึ้น แซงหน้ากระแสเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุนหุ้นเป็นครั้งแรก ข้อมูลจากอุตสาหกรรมแสดงให้เห็นเมื่อวันอังคาร

ปริมาณโลหะเงินที่เก็บไว้ในตู้นิรภัยในลอนดอนรวม 27,729 เมตริกตัน ณ สิ้นเดือนมกราคม ลดลง 0.3% จากเดือนธันวาคม ขณะที่ปริมาณทองคำเพิ่มขึ้น 0.6% เป็น 9,158 ตัน ตามรายงานของสมาคมตลาดทองคำลอนดอน

ราคาโลหะเงินตลาดสปอต (Spot Silver) ร่วงลง 3.05% เหลือ 80.83 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากที่เพิ่มขึ้นเกือบ 7% ในช่วงก่อนหน้า

“การไหลออกของกระแสเงินลงทุนในโลหะเงิน (ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์) ทำให้โลหะเงินมีความเสี่ยงต่อความผันผวนในระยะสั้นและเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องติดตาม แต่ตลาดที่มีอุปทานไม่เพียงพอบ่งชี้ว่าจะฟื้นตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า” นักวิเคราะห์ของธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด กล่าวในบันทึก

ราคาแพลทินัมสปอตลดลง 1.99% เหลือ 2,081.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แพลเลเดียมลดลง 1.72% เหลือ 1,710.33 ดอลลาร์

อัปเดตราคาเช้านี้ทองขึ้น (11 ก.พ.69)

บลูมเบิรก์ รายงานว่า ราคาทองคำตลาดสปอตเพิ่มขึ้น 0.5% สู่ระดับ 5,051.89 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 7:23 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ราคาเงินเพิ่มขึ้น 0.9% สู่ระดับ 81.5659 ดอลลาร์ ดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ซึ่งเป็นตัวชี้วัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันอังคาร หลังจากลดลงประมาณ 1% ในสองวันทำการก่อนหน้า

ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียสูงเช้านี้ขึ้นเล็กน้อย หลังจากยอดขายปลีกที่อ่อนแอในสหรัฐ สนับสนุนความเป็นไปได้ที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ย

เช้าวันพุธนี้ ราคาทองคำซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 5,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากลดลง 0.6% เมื่อวันอังคาร การใช้จ่ายของผู้บริโภคชะลอตัวอย่างไม่คาดคิดในเดือนธันวาคม สะท้อนถึงความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพ และเป็นการปูทางรอสำหรับรายงานการจ้างงานเดือนมกราคม ที่ล่าช้า และเป็นที่รอคอยอย่างมากในวันพุธ

โลหะมีค่าชนิดนี้พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปลายเดือนมกราคม ก่อนที่จะร่วงลงอย่างฉับพลัน นับตั้งแต่นั้นมา ราคาทองคำได้ฟื้นตัวกลับมาประมาณครึ่งหนึ่งของที่ร่วงลงไป และซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในสัปดาห์นี้

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์