นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรี อยุธยา จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางค่าเงินบาท สัปดาห์วันที่ 9 – 13 กุมภาพันธ์ 2569 โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวที่ 31.10 - 31.70 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่เริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับปัจจัยบวกภายในประเทศ หลังทราบผลการเลือกตั้งทั่วไป
เสถียรภาพการเมืองหนุน Fund Flow
สำหรับปัจจัยหนุนในประเทศ หลังผ่านพ้นการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตลาดตอบรับในเชิงบวกต่อโอกาสการจัดตั้งรัฐบาลที่รวดเร็วและมีเสถียรภาพ ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดกระแสเงินทุนต่างชาติ (Net Inflows) ให้ไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ภาคเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะเงินเฟ้อที่หดตัวลง 0.66% ในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 โดยคาดว่าสถานการณ์จะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้
ดอลลาร์รอสัญญาณจากตลาดแรงงาน
ทางด้านปัจจัยภายนอก ตลาดกำลังจับตามองข้อมูลสำคัญสองส่วน คือ
1.) ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมกราคม (Non-farm Payrolls) ที่เลื่อนมาประกาศในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ จะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงกลางปีนี้ภายใต้ประธานคนใหม่หรือไม่ หลังตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน (ADP) ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์อย่างมาก
2.) นโยบายการคลังญี่ปุ่น จากชัยชนะของพรรค LDP ส่งผลให้นายกฯ ทาคาอิจิ มีอำนาจในการผลักดันนโยบายการคลังมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่สร้างแรงกดดันให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินเยนเทียบดอลลาร์อ่อนค่าลงในระยะสั้น
ขณะที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ระดับ 31.68 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแรงเทขายในสินทรัพย์เสี่ยง อาทิ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและคริปโตเคอร์เรนซี เพื่อย้ายเงินไปพักในพันธบัตรสหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี นักลงทุนต่างชาติยังคงมียอดซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย กว่า 1 หมื่นล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
คำแนะนำ : ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกควรเฝ้าระวังความผันผวนในช่วงกลางสัปดาห์หลังการประกาศตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ และติดตามความชัดเจนของการจับขั้วรัฐบาลชุดใหม่ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางค่าเงินบาทที่สำคัญที่สุดในขณะนี้





