บรรยากาศการเมืองร้อนแรงขึ้นทันทีหลังเวทีดีเบตเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2569 เมื่อประเด็นเรื่อง “นโยบายพรรคการเมือง” กลายเป็นชนวนถกเถียงระหว่างแกนนำพรรคการเมือง และลุกลามสู่การแสดงความเห็นในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะกรณีที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งคำถามถึงรายละเอียดนโยบายของพรรคภูมิใจไทย และคำชี้แจงของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่ย้ำว่าคุณภาพของนโยบายสำคัญกว่าปริมาณ
ทั้งนี้ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยิ่งทวีความเข้มข้น เมื่อ “วรกร จาติกวณิช” ภรรยาของ กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้อย่างเผ็ดร้อน เปรียบเทียบการจัดทำนโยบายของพรรคการเมือง จนกลายเป็นกระแสถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับมาตรฐาน ความโปร่งใส และความรับผิดชอบของพรรคการเมืองต่อประชาชน"วรกร" ฟาดเดือด! เปรียบนโยบาย ปชป. ละเอียดระดับ "ป.เอก" แขวะอีกพรรคส่งงานเหมือน "ป.3" ยื่น กกต. แค่ 2 แผ่น
โดยเฟซบุค Vorakorn Chatikavanij ได้โพสระบุว่า
เรื่องนี้ฉันคิดว่า คุณ ศภจ ไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณ อภส ต้องการจะสื่อ และ คุณ อ. ก็คงสตั๊นกับคำตอบจริง ..
เรื่องราวมีอยู่ว่า ปชป. ไปยื่นนโยบายกับ กกต. ตาม กม. โดยแจกแจงรายละเอียด 4 ปี ราวกับ dissertation ป.เอก / ส่วน อีกพรรคนั้น ยื่นไปไม่กี่แผ่น เหมือน ป.3/7 ส่งงาน.. เสร็จแล้วพอขึ้นเวทีหาเสียง ก็เจื้อยแจ้วไปเรื่อยว่าจะทำโน่นทำนี่ แบบหายังไงก็ไม่เห็นมีบรรจุในนโยบายที่ยื่น กกต. ไว้ ..นั่นคือความหมายของคุณ อ. ที่อีกฝ่ายคงไม่เข้าใจ เลยได้คำตอบมาเท่ๆแบบนั้น และมันก็จะมีคนคิดว่าตอบได้ดี ขนาดคุณ อ.ยังโดนตอกหน้า ก็อวยกันไปตามประสา....ส่วนคนที่เข้าใจจะรู้ว่า นั่นไม่ใช่คำตอบ แต่เป็นเพียงทางหนีทีไล่ที่เตรียมมา ไม่ได้ถูกต้องตรงจุดที่เป็นประเด็นเลย..
เรื่องแค่นี้มันควรจะทำให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนมั้ย
นี่คืองานระดับเสนอตัวมาบริหารประเทศ ส่งงานมา 2 แผ่น คงคิดว่าแค่นี้ก็โอเคแล้ว เพราะปกติไม่ต้องใช้ ..แบบนี้จะไม่เป็นการดูถูกประชาชนเกินไปหรือคะ
ป.ล. ถ้าสามารถพูดหาเสียงไปได้เรื่อยเปื่อยโดยไม่เป็นไร จะมีกฎให้พรรคการเมืองทำนโยบายยื่นต่อ กกต. ไปเพื่ออะไร
ป.ล./1 ถ้าใครจะเอาไปแชร์ กรุณาลงชื่อว่า นางวรกร ในฐานะประชาชนผู้เสียภาษีคนหนึ่ง ที่มีสิทธิแสดงความคิดเห็นเหมือนคนทั่วไป ไม่ต้องลงว่า “ภรรยากรณ์”นะคะ มันเชย
ป.ล./2 ทหารเขารบ สละชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อปกปักรักษาประเทศของเรา ไม่ได้เพื่อให้ใครเอามาใช้ประโยชน์ทางการเมือง
สำหรับบนเวทีดีเบตทางการเมืองเมื่อวันที่ 5 ก.พ.2569 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามถึงพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวกับจำนวนนโยบายที่ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ามีรายละเอียดค่อนข้างจำกัดจนยากต่อการประเมินทิศทาง พร้อมแสดงความกังวลว่า แม้ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะมีความตั้งใจในการทำงาน แต่ภายใต้โครงสร้างพรรคที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค จึงตั้งคำถามถึงความสอดคล้องของแนวคิดและการตัดสินใจเชิงนโยบาย
ด้าน ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่า ตลอดช่วง 4 เดือนที่ร่วมงานกับพรรค ได้รับอิสระในการทำงานอย่างเต็มที่ และไม่ถูกแทรกแซงจากผู้บริหารพรรค สำหรับประเด็นจำนวนนโยบาย ระบุว่า “นโยบายจะมีเป็นร้อยก็ขึ้นอยู่กับว่าทำได้จริงหรือไม่” โดยย้ำว่าพรรคให้ความสำคัญกับนโยบายที่ปฏิบัติได้จริง ครอบคลุมทั้งด้านความมั่นคง สังคม และเศรษฐกิจปากท้อง ภายใต้แนวคิดมุ่งสร้างผลลัพธ์ระยะสั้น ควบคู่การพัฒนาระยะยาว และกระจายประโยชน์สู่ทุกพื้นที่





