ราคาโลหะเงินร่วงลง 30% ในวันที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1980 ราคาทองคำก็ร่วงลงอย่างหนักเมื่อคืน ค่าเงินดอลลาร์พุ่งสูงขึ้น หลังทรัมป์ เสนอชื่อเควิน วอร์ช เป็นประธานเฟด
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ราคาโลหะเงิน ร่วงลง 30% ในวันที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1980 ขณะที่ ราคาทองคำ ก็ร่วงลงอย่างหนักวันศุกร์ (30 ม.ค. 69) ตามเวลาสหรัฐ หลังการเสนอชื่อเควิน วอร์ชโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลาง และส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์พุ่งสูงขึ้น
ราคาโลหะเงินตลาดสปอต ( Spot Silver) ดิ่งลง 28% เหลือ 83.45 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ใกล้ระดับต่ำสุดของวัน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเงินดิ่งลง 31.4% ปิดที่ 78.53 ดอลลาร์ นับเป็นวันที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 1980
ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ร่วงลงแรงประมาณ 9% ซื้อขายที่ 4,895.22 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำ (Gold Futures) ร่วงลง 11.4% ปิดที่ 4,745.10 ดอลลาร์
แรงเทขายรุนแรงในตลาดโลหะมีค่าถูกจุดชนวนขึ้นในช่วงแรกจากรายงานข่าวเรื่องการเสนอชื่อวอร์ช แต่การร่วงลงยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงบ่ายตามเวลาตลาดสหรัฐฯ เมื่อบรรดานักลงทุนที่แห่เข้ามาซื้อโลหะมีค่าก่อนหน้านี้ต่างเร่งกันขายทำกำไร
โลหะมีค่ายังเผชิญแรงกดดันจากการที่ค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้นแรง ทำให้ต้นทุนการซื้อทองและเงินของนักลงทุนต่างชาติสูงขึ้น และบ่อนทำลายแนวคิดที่ว่าทองคำจะเข้ามาแทนที่ดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินสำรองของโลก
ดัชนีดอลลาร์ ล่าสุดซื้อขายอยู่ในระดับสูงกว่าก่อนหน้า ราว 0.8%
“สถานการณ์มันเริ่มบ้าขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว” แมตต์ มาเลย์ นักกลยุทธ์หุ้นจาก Miller Tabak กล่าว “ส่วนใหญ่ที่เห็นน่าจะเป็น ‘การถูกบังคับขาย’ (forced selling) สินทรัพย์ตัวนี้เพิ่งเป็นของร้อนสำหรับนักเทรดสายเดย์เทรดและนักเก็งกำไรระยะสั้นช่วงหลัง ๆ เลยมีการใช้เลเวอเรจในตลาดโลหะเงินกันพอสมควร พอราคาดิ่งแรงมากในวันนี้ จึงมีการเรียกหลักประกันเพิ่ม”
ทรัมป์เลือกวอร์ช
เควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ (National Economic Council) เคยเป็นตัวเต็งที่จะมาแทนเจอโรม พาวเวลล์มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา วอร์ชกลับกลายมาเป็นตัวเต็งในตลาดคาดการณ์ วาระของพาวเวลล์จะหมดลงในเดือนพฤษภาคมปีนี้
ในบันทึกที่เผยแพร่เช้าวันศุกร์ กฤษณะ กูหา จาก Evercore ISI ระบุว่าตลาดกำลัง “เทรดวอร์ชในมุมว่าเขาเป็นสายเหยี่ยว”
“การเลือกวอร์ชน่าจะช่วยรักษาเสถียรภาพของดอลลาร์ได้บ้าง และลด (แม้ไม่ถึงกับหมดไป) ความเสี่ยงแบบไม่สมมาตรของการอ่อนค่าลงอย่างลึกและยาวนานของดอลลาร์ ด้วยการท้าทายเทรดแนว ขายสกุลเงินซึ่งก็คือเหตุผลว่าทำไมทองและโลหะเงินถึงร่วงแรง” รองประธานของบริษัทกล่าว
“แต่อย่าไป ‘เล่นเทรดวอร์ชสายเหยี่ยว’ หนักเกินไปในทุกสินทรัพย์ เรามองว่ามีความเสี่ยงที่จะโดนเหวี่ยงกลับแรง อยู่เหมือนกัน เรามองว่าวอร์ชเป็นพวกปฏิบัตินิยม ไม่ใช่เหยี่ยวเชิงอุดมการณ์ในแบบสายอนุรักษนิยมที่ยึดมั่นในความเป็นอิสระของธนาคารกลาง”
‘แม้สินทรัพย์ดี ๆ ก็ถูกเทขายได้’
ตลอดปี 2025 ทองคำและเงินต่างก็ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยราคาพุ่งขึ้น 66% และ 135% ตามลำดับตลอดทั้งปี
หุ้น Coeur Mining ร่วงลง 17% กองทุนอีทีเอฟเงินก็โดนแรงขายไปด้วย โดยกองทุน ProShares Ultra Silver ดิ่งลงไปกว่า 62% ขณะที่กองทุน iShares Silver Trust ETF ทรุดลง 31% ทั้งสองกองทุนกำลังมุ่งหน้าสู่การปรับตัวลงในวันเดียวที่ย่ำแย่ที่สุดเป็นประวัติการณ์
ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา โลหะมีค่าอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างร้อนแรง ท่ามกลางความผันผวนในตลาดการเงินโดยรวม การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้น และความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ
เคที สโถวส์ ผู้จัดการลงทุนที่บริษัทบริหารความมั่งคั่งของอังกฤษ Mattioli Woods ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี เมื่อเช้าวันศุกร์ว่า ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นน่าจะเป็น “การประเมินความเสี่ยงจากการกระจุกตัว ทั่วทั้งตลาดกันใหม่”
“เช่นเดียวกับที่หุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวกับเอไอ กลายเป็นจุดโฟกัสของตลาดและดูดซับกระแสเงินลงทุนไปจำนวนมาก ทองคำเองก็เผชิญภาวะที่มีการเข้าถือครองอย่างเข้มข้นและแออัดไม่ต่างกัน” เธอกล่าว
“เมื่อทุกคนเอนเอียงไปในทิศทางเดียวกัน แม้สินทรัพย์ที่พื้นฐานดี ก็สามารถถูกเทขายได้เมื่อมีการล้างพอร์ตการลงทุน ความเหมือนไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ทั้งสองกรณีเป็นตัวอย่างของสินทรัพย์ที่เงินทุนไหลเข้ามหาศาลจาก ‘เรื่องเล่า’ ที่ทรงพลัง และเมื่อมีการลงทุนกระจุกตัวสูง ก็ย่อมต้องถึงวันที่ต้องถูกเคลียร์กัน”
ขณะเดียวกัน โทนี มีโดวส์ หัวหน้าฝ่ายลงทุนที่ BRI Wealth Management เห็นว่าการที่ราคาทองคำขึ้นไปแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์นั้นเกิดขึ้น “ง่ายเกินไป” เขาชี้ให้เห็นว่าการอ่อนค่าของดอลลาร์ได้หนุนราคาทองคำ แต่ล่าสุดดูเหมือนดอลลาร์จะเริ่มมีเสถียรภาพแล้ว
“แรงซื้อจากธนาคารกลางเป็นตัวขับเคลื่อนรอบขาขึ้นระยะยาวของทองคำ แต่แรงซื้อนี้ก็เริ่มแผ่วลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา” เขากล่าว “อย่างไรก็ตาม เหตุผลในการกระจายทุนสำรองไปยังสินทรัพย์อื่นก็ยังมีอยู่ เพราะนโยบายการค้าและการแทรกแซงในกิจการต่างประเทศของทรัมป์จะทำให้หลายประเทศรู้สึกไม่สบายใจในการถือครองสินทรัพย์สหรัฐฯ โดยเฉพาะประเทศตลาดเกิดใหม่ หรือประเทศที่อยู่ข้างจีนหรือรัสเซีย โลหะเงินจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับทองคำ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ราคาจะร่วงลงตามกันมา”





