ราคาทองคำไทยร้อนแรงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569 หลังปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉียด 10,000 บาทต่อบาททองคำ ทะลุระดับ 75,000 บาท สอดคล้องกับทิศทางราคาทองคำโลกที่เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางกระแสเสื่อมศรัทธาในเงินดอลลาร์ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดย "กูรู" ทองคำ ประเมินว่า ราคาทองคำโลกมีโอกาสขยับขึ้นไปถึงระดับ 6,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งจะหนุนให้ราคาทองคำในประเทศมีลุ้นแตะ 88,000 บาทต่อบาททองคำ ในปีนี้
นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) เปิดเผยกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า แนวโน้มราคาทองคำในปีนี้มีทิศทางปรับตัวขึ้นแรงกว่าที่คาดไว้มาก โดยล่าสุดได้ปรับเป้าหมายราคาทองคำโลกขึ้นไปที่ระดับ 6,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากเดิมที่เคยมองไว้ราว 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากอิงอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันจะเทียบเท่าราคาทองคำแท่งในประเทศไทยที่ประมาณ 88,000 บาทต่อบาททองคำ
ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ผลักดันราคาทองคำในรอบนี้ มาจากภาวะที่เรียกว่า “การเสื่อมศรัทธาในเงินดอลลาร์” ซึ่งถือเป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างในระยะยาว โดยเป็นผลสืบเนื่องจากนโยบายเศรษฐกิจ และการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สร้างแรงกดดันต่อประเทศคู่ค้า และนำไปสู่การตอบโต้ทางการค้าในวงกว้าง จนกระทบต่อความเชื่อมั่นในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
“เราเห็นการลดสัดส่วนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และเงินดอลลาร์มากขึ้น ขณะที่หลายประเทศ และนักลงทุนหันมาเพิ่มการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”
นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยที่ยังรอเข้ามาหนุนเพิ่มเติมคือ แนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งในปัจจุบันยังไม่ได้สะท้อนผลเชิงบวกต่อราคาทองคำอย่างเต็มที่ หากเกิดการลดดอกเบี้ยในช่วงถัดไปจะยิ่งเป็นแรงส่งให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อได้อีก
สำหรับความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในปีนี้ มีลักษณะ “Aggressive” หรือรุนแรงอย่างมาก เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยในปีที่ผ่านมา ราคาทองคำใช้เวลาราว 3 เดือนในการปรับขึ้นประมาณ 17% แต่ในปีนี้เพียงแค่เดือนเดียวราคากลับปรับขึ้นแรงในสัดส่วนใกล้เคียงกันแล้ว
จากข้อมูลตั้งแต่ต้นปี 2569 จนถึงปัจจุบันสะท้อนภาพดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยราคาทองคำโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วราว 16% ขณะที่ราคาทองคำในประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 12-13% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 8,000-9,000 บาทต่อบาททองคำ
จากการที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเร็ว และแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้เราปรับประมาณการการเติบโตของราคาทองคำในปีนี้ขึ้นเป็นราว 50% ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายใหม่ที่ระดับ 6,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ในด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุน เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในทองคำในพอร์ต โดยสามารถบริหารการลงทุนแบบผสมผสานระหว่างการซื้อขายระยะสั้นเพื่อทำกำไรจากความผันผวน และการถือครองระยะยาวเพื่อรับประโยชน์จากแนวโน้มขาขึ้นในระยะยาว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และระบบการเงินระหว่างประเทศ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





