ดอลลาร์อ่อน 0.4% ดันค่าเงินเอเชีย ‘เยน-ดอลลาร์สิงคโปร์-ริงกิต-วอน’ แข็งค่าทุบสถิติ รับสหรัฐจ่อจับมือญี่ปุ่นแทรกแซงตลาด
บลูมเบิร์กรายงานว่า เกิดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ใน “ตลาดเงินเอเชีย” ในช่วงเช้าวันนี้ (26 ม.ค.) เมื่อสกุลเงินหลักทั่วภูมิภาคกอดคอ "แข็งค่าขึ้น" อย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยมีชนวนเหตุสำคัญจากการคาดการณ์ว่าทางการญี่ปุ่นและสหรัฐ อาจเตรียมจับมือกันแทรกแซงตลาดอย่างเป็นระบบ เพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินเยน
ขณะเดียวกันนักลงทุนก็กำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวของ “ดอลลาร์” ท่ามกลางสถนการณ์ที่สหรัฐกำลังเข้าไปแทรกแทรงเยน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนเทขายดอลลาร์โดยดัชนีดอลลาร์ (Bloomberg Dollar Index) ร่วงลง 0.4% ต่อเนื่องจากการดิ่งลงกว่า 1.6% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และโยกเงินเข้าหาเป้าหมายอื่นส่งผลให้ค่าเงินในเอเชียพุ่งสูงขึ้น
- เงินเยนแข็งค่าขึ้นทันที 1% แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนที่ 154.22 เยนต่อดอลลาร์
- ดอลลาร์สิงคโปร์ แข็งค่าที่สุดในรอบกว่า 11 ปี นับตั้งแต่ปี 2014 มาอยู่ที่ระดับ 1.2678 ต่อดอลลาร์
- ริงกิตมาเลเซีย พุ่งสูงสุดในรอบ 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2018 แตะระดับ 3.9678 ต่อดอลลาร์ รับอานิสงส์จากการเติบโตของภาค AI และศูนย์ข้อมูล Data Center
- วอนเกาหลีใต้พุ่งขึ้นมากกว่า 1% หลังได้รับแรงหนุนทางจิตวิทยาจากคำกล่าวของ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐที่ออกมาสนับสนุนค่าเงินวอนก่อนหน้านี้
ประวัติศาสตร์ ‘สหรัฐ-ญี่ปุ่น’ ร่วมมือกันแทรกแซงเยน
นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาสัญญาณระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐที่อาจเข้ามาแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อพยุงค่าเงินเยน โดยมีรายงานว่า เฟดสาขานิวยอร์กได้เริ่มสอบถามสถาบันการเงินเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินเยน ซึ่งตลาดมองว่าเป็นการ "ปูทาง" ก่อนลงมือจริง
นักวิเคราะห์มองว่านี่อาจเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด "ดอลลาร์อ่อน" ตามความต้องการของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐต้องการให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ส่งออกอเมริกันสู้กับจีนและญี่ปุ่นได้
กาเรธ เบอร์รี นักวิเคราะห์จาก Macquarie Group ระบุว่า "หากเฟดนิวยอร์กตัดสินใจเข้าร่วมแทรกแซงจริง มันจะไม่ใช่แค่การแสดงสัญลักษณ์ เพราะญี่ปุ่นมีดอลลาร์มหาศาล แต่เฟดมีดอลลาร์ไม่จำกัด"
ประวัติศาสตร์การแทรกแซงร่วมกันเช่นนี้เคยเกิดขึ้นใน ข้อตกลงพลาซา (Plaza Accord) ปี 1985 และอีกครั้งในปี 1998 ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างค่าเงินโลกอย่างรุนแรง
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของค่าเงิน นักลงทุนได้หันไปซบสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง “ทองคำ” ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สะท้อนถึงความกังวลต่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และการลดค่าของเงินสกุลหลัก
อ้างอิง Bloomberg1 Bloomberg2 Bloomberg3





