background-default

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม 2569

Login
Login

‘บลจ.วรรณ’ลุ้นหุ้นไทย1,400จุด  ชู‘ดบ.ลด-การเมืองนิ่ง’แรงส่ง

‘บลจ.วรรณ’ลุ้นหุ้นไทย1,400จุด   ชู‘ดบ.ลด-การเมืองนิ่ง’แรงส่ง

คงปฏิเสธไม่ได้ “ตลาดหุ้นไทย” ยังคงเผชิญความผันผวน ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศที่รุมเร้า แต่ใช่ว่าจะไม่มี “โอกาส” พลิกฟื้นได้ ดังนั้น “จุดเริ่มต้นสำคัญ” ที่ต้องจับตาใกล้ชิดโดยเฉพาะหลังเลือกตั้งทั่วไปในเดือนก.พ. 2569 สถานการณ์ทางการเมืองจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องจับตามองของ “เศรษฐกิจไทย” และ “ตลาดทุนไทย”  

พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) วรรณ จำกัด มีมุมมองต่อ “ตลาดหุ้นไทย ปี 2569”  ว่า มองดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสแตะระดับ 1,400 จุด ภายใต้สถานการณ์ “การเมืองมีเสถียรภาพ” มากขึ้น จากการเลือกตั้ง และ “รัฐบาลเสียงข้างมาก” รวมทั้งต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น-ยาว ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อประเมินจังหวะการลงทุน

‘บลจ.วรรณ’ลุ้นหุ้นไทย1,400จุด   ชู‘ดบ.ลด-การเมืองนิ่ง’แรงส่ง

ยิ่งเฉพาะ “ทีมเศรษฐกิจ” ที่น่าเชื่อถือ ซึ่งตลาดทุนมีความต้องการ “ผู้นำ” ที่มีความสามารถและทีมงานที่ตอบโจทย์ความท้าทายทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน หากการเมืองมีความนิ่งและมีเสถียรภาพ คาดจะเห็น “เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ” (Fund Flow) ไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลว่าผลการเลือกตั้งอาจนำไปสู่ภาวะ “รัฐบาลที่ขาดเสถียรภาพ” เนื่องจากการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ในการจัดตั้งรัฐบาลที่อาจยืดเยื้อ แม้ความเสี่ยงทางการเมืองอาจไม่ได้เป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจในภาพรวม แต่ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุน

“หากผลทางการเมืองออกมาในทิศทางลบ หรือการจัดตั้งรัฐบาลเกิดอุปสรรค ตลาดหุ้นไทยอาจเผชิญแรงเทขาย โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ระดับ 1,100 จุด”

ตลาดหุ้นไทย มี Downside จำกัด และได้แรงหนุนพื้นฐานจาก Valuation ต่ำกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค (P/E ratio 13 เท่า เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 14 เท่าของตลาดเอเชียในภาพรวม) และมีอัตราการจ่ายเงินปันผลโดดเด่นที่ราว 4% 

แม้ว่าเศรษฐกิจไทยไทยมีแนวโน้มเติบโตต่ำ แต่จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดดดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง ซึ่งมองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อความสามารถทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในแง่มุมของต้นทุนที่ลดลงทำให้กองทุน ONE-SETHD เหมาะสมในการลงทุนช่วงนี้ทั้งในแง่ผลตอบแทนและความเสี่ยง

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนอาจมีการออก Trigger Fund หากดัชนีหุ้นไทยหากตลาดลดลงต่ำกว่า 1,200 จุด หรือ 1,100 จุด และในช่วงตลาดตกแนะเน้น “หุ้นปันผลสูง” หุ้นปันผลมีผลงานที่ดีในปีที่แล้ว แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะลดลง 10% แต่หุ้นปันผลกลับให้ผลตอบแทนเป็นบวกถึง 8% อย่างกลุ่มแบงก์ รวมถึงซื้อหุ้นคืน หรือมี Corporate Action ที่ดี และหากดัชนีอยู่ที่ 1,150 จุด จะเป็นกลยุทธ์แบบผสม แนะหุ้นเด่นกลุ่มไอที และโรงพยาบาลสำหรับปีนี้

ด้าน “ตลาดหุ้นโลก” มองว่า ยังคงมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี จากประมาณการ “กำไร”หุ้นยังเติบโต ซึ่งเกิดจากแรงขับเคลื่อนหลักจากเม็ดเงินลงทุนของกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี ที่มีการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างด้านปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

โดยมองเศรษฐกิจประเทศในแถบภูมิภาคเอเชีย มีการเติบโตที่โดดเด่นเช่นกัน และคาดว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของหุ้นในเอเชียแปซิฟิกในปีนี้ ในแง่มุมมองของระดับราคา หุ้นเทคโนโลยีในปัจจุบันมีค่า P/E ต่ำ หากเทียบกับค่า P/E ในช่วงวิกฤตฟองสบู่หุ้นเทคในปี 2000 ที่ผ่านมา

ปัจจัยปีนี้ที่ต้องติดตาม คือ ตัวเลขเศรษฐกิจโลกที่มีโอกาสเติบโตได้ดีจากนโยบายผ่อนคลาย และแรงส่งจากมาตรการทางการคลังจากประเทศเศรษฐกิจหลัก อาทิ สหรัฐที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มทรงตัวสูง แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ปัจจัยเหล่านี้ มองว่า สามารถหนุนตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นได้โดยเฉพาะในช่วงต้นปีนี้

นอกจากนี้ นายพจน์ กล่าวเสริมถึงการลงทุนทางเลือกว่า เพราะความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ มีโอกาสขยายวงกว้างหรือมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงให้มีความผันผวนเป็นระยะๆ โดยเฉพาะการเลือกกลางเทอมสหรัฐที่จะมีขึ้นช่วงปลายปี ซึ่งมองการลงทุนทรัพย์สินทางเลือกจะเป็นการจัดสรรการลงทุนที่ดี เช่น ทองคำ หรือกลุ่มหุ้นแร่หายาก Rare Earth ที่ได้รับประโยชน์จากราคาที่ปรับตัวขึ้น

ดังนั้น สินทรัพย์ทางเลือกแนะนำจัดสรรเงินบางส่วนในทองคำและแร่หายาก อย่างกองทุน ONE-RAREEARTH เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนช่วงเหตุการณ์โลกเปลี่ยนแปลง

และแนะนำสับเปลี่ยนสินทรัพย์เสี่ยงมายังสินทรัพย์ทางเลือกอื่นที่มีความผันผวนต่ำและไม่เกี่ยวข้องกับตลาดอื่นๆ ในช่วงตลาดผันผวนกลางปีไปจนถึงก่อนการเลือกตั้งสหรัฐ (mid-term election) อาทิเช่น กองทุน Life Settlement ซึ่งเป็นกองทุนภายใต้การบริหารของบลจ.วรรณ หรือ ล่าสุด บลจ.วรรณ จะนำเสนอการลงทุนทางเลือกใหม่เติม เรียกว่า Litigation Finance คือ การลงทุนทางเลือกที่จัดหาเงินทุนให้แก่และสร้างผลตอบแทนจากผลลัพธ์ของคดี

ด้านการดำเนินธุรกิจปีนี้ วางเป้าหมายสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ(AUM) คาดจะอยู่ที่ 150,000-170,000 ล้านบาท ทรงตัวหรือไม่มีการเติบโตจากปีก่อนมากนัก