ทองคำพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบสัปดาห์ หลังสหรัฐโจมตีเวเนซุเอลา

ทองคำพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบสัปดาห์ หลังสหรัฐโจมตีเวเนซุเอลา

ราคาทองคำโลกพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังสหรัฐ โจมตีเวเนซุเอลา กระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย

รอยเตอร์  รายงานว่า ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ในวันจันทร์ (5 ม.ค.69) หลังจากการโจมตีของสหรัฐ ในเวเนซุเอลาเพิ่มความน่าดึงดูดใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) พุ่งขึ้น 2.7% สู่ระดับ 4,444.52 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 13:38 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ (18:38 GMT) หลังจากก่อนหน้านี้แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม และราคาทองคำเคยทำสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ 4,549.71 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำของสหรัฐฯ (US Gold Futures)  สำหรับการส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ปิดตลาดพุ่งสูงขึ้น 2.8% ที่ 4,451.5 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ทองคำพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบสัปดาห์ หลังสหรัฐโจมตีเวเนซุเอลา

“สถานการณ์รอบเวเนซุเอลาได้กระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้งอย่างชัดเจน แต่ก็มาพร้อมกับความกังวลที่มีอยู่แล้วเกี่ยวกับภูมิรัฐศาสตร์ ซัพพลายพลังงาน และนโยบายการเงิน” อเล็กซานเดอร์ ซุมป์เฟอ ผู้ค้าโลหะมีค่าจาก Heraeus Metals Germany กล่าว

ราคาทองคำทะยานขึ้น 64% ในปีที่แล้ว โดยได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ และการผ่อนคลายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ความคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยจะลดลงอีก ประกอบกับการซื้อทองคำโดยธนาคารกลางของหลายประเทศ และการไหลเข้าของเงินทุนในกองทุนอีทีเอฟ ETF ก็ยิ่งหนุนราคาทองคำให้สูงขึ้นไปอีก สหรัฐ โจมตีเวเนซุเอลา และโค่นล้มประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร เมื่อวันเสาร์ (3 ม.ค.69) ซึ่งเป็นการแทรกแซงโดยตรงรุนแรงสุดของวอชิงตันในลาตินอเมริกา นับตั้งแต่การรุกรานปานามาในปี 1989

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่าอาจมีการโจมตีอีกครั้งหากการากัสต่อต้านความพยายามของสหรัฐ ในการเปิดอุตสาหกรรมน้ำมัน และหยุดยั้งการค้ายาเสพติด และชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะดำเนินการกับโคลอมเบีย และเม็กซิโกเกี่ยวกับการลักลอบขนยาเสพติดผิดกฎหมายเข้าสหรัฐ

ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ใช้เก็บรักษามูลค่าแบบดั้งเดิม และมีผลการดำเนินงานที่ดีในสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยต่ำ เนื่องจากไม่มีผลตอบแทนจากดอกเบี้ย

"การปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นหากความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์การเมืองขยายวงกว้างขึ้น หรือหากข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐ ที่กำลังจะเข้ามาตอกย้ำความคาดหวังว่าเฟดจะต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในปัจจุบัน" ซุมป์เฟอ กล่าว

ตลาดกำลังรอตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของเดือนธันวาคม ในวันศุกร์ ขณะที่คาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยสองครั้งในปีนี้

ราคาโลหะเงินพุ่งขึ้น 5.2% สู่ระดับ 76.37 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากพุ่งขึ้นแรง 147% ในปี 2025 โดยได้รับแรงหนุนจากการกำหนดให้เป็นแร่ธาตุสำคัญของสหรัฐ และภาวะขาดแคลนเชิงโครงสร้างของตลาดท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มขึ้น

แพลทินัมตลาดสปอตเพิ่มขึ้น 5.9% สู่ระดับ 2,269.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แพลเลเดียมเพิ่มขึ้น 3.4% สู่ระดับ 1,694.75 ดอลลาร์

อัปเดตราคาเช้านี้ (6 ม.ค.69)

บลูมเบิร์ก รายงานว่าราคาทองคำปรับตัวขึ้น 0.1% สู่ระดับ 4,451.22 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 7:15 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ขณะที่เงินปรับตัวลง 0.4% สู่ระดับ 76.27 ดอลลาร์ ส่วนแพลทินัม และแพลเลเดียมแทบไม่เปลี่ยนแปลง ดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความแข็งแกร่งของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ปิดตลาดในรอบก่อนหน้าลดลง 0.1%

ราคาทองคำทรงตัว เนื่องจากนักลงทุนมองข้ามความตึงเครียดในเวเนซุเอลาไปสู่ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ

ราคาทองคำแทบไม่เปลี่ยนแปลงใกล้ระดับ 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากปรับตัวขึ้น 2.7% ในรอบก่อนหน้า หลังจากการจับกุมผู้นำเวเนซุเอลา นิโคลัส มาดูโร ความไม่แน่นอนยังคงปกคลุมการปกครองของประเทศในอเมริกาใต้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐ วางแผนที่จะ "บริหาร" ประเทศนี้

นักลงทุนกำลังหันมาให้ความสนใจกับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ โดยมีรายงานการจ้างงานเดือนธันวาคมเป็นไฮไลต์ในวันศุกร์ ขณะที่นายเนล คาชการี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขามินนิอาโปลิส กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า อัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ใกล้ระดับที่เป็นกลางสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐ ดังนั้นการดำเนินการของธนาคารกลางจึงขึ้นอยู่กับข้อมูลที่กำลังจะออกมา

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์