background-default

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม 2569

Login
Login

ราคาทองคำสูงขึ้น หลังเฟดลดดอกเบี้ย เงินพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่  

ราคาทองคำสูงขึ้น หลังเฟดลดดอกเบี้ย เงินพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่  

ราคาทองคำโลกกลับทิศปรับตัวสูงขึ้นเมื่อคืน หลังเฟดประกาศลดดอกเบี้ย แม้ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวนโยบายปีหน้ายังคงอยู่ ขณะที่ราคาโลหะเงินทำสถิติสูงสุดตลอดกาล  

รอยเตอร์ รายงานราคาทองคำโลกกลับตัวสูงขึ้นในวันพุธ (10 ธ.ค.68) หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศลดดอกเบี้ย แม้ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวนโยบายปีหน้ายังคงอยู่ ขณะที่ราคาโลหะเงินทำสถิติสูงสุดตลอดกาล  

ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) เพิ่มขึ้น 0.7% แตะ 4,236.57 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 15:17 น. ตามเวลานิวยอร์ก (20:17 น. GMT) ด้านสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐ (US Gold Futures) ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ปิดลบ 0.3% ที่ 4,224.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์  

เฟดมีมติลดดอกเบี้ยอีกครั้งในโหวตที่เสียงแตก แต่ส่งสัญญาณว่ามีแนวโน้มจะ “พัก” การลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมไปก่อน ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องการเห็นทิศทางที่ชัดเจนขึ้นของตลาดแรงงาน และเงินเฟ้อ  

“เทรดเดอร์ทองคำชอบผลลัพธ์วันนี้ ทองกำลังเทรดใกล้จุดสูงสุดของวัน หลังผ่านแรงขายทำกำไรมาได้” ไท หว่อง เทรดเดอร์โลหะอิสระ กล่าว 

อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงช่วยเพิ่มความน่าสนใจของสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกผลอย่างทองคำในสายตานักลงทุน  

เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ของเฟดเชื่อว่าจำเป็นต้องลดดอกเบี้ยระยะสั้นเพิ่มเติมในปีหน้า แต่มีความเห็นแตกต่างกันมากในเรื่อง “ต้องลดเท่าไร” โดยมีเจ้าหน้าที่กลุ่มใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการลดดอกเบี้ยเลย และอีก 3 คนยัง “เขียนไว้ในดอตพล็อต” ว่าอยากให้ขึ้นดอกเบี้ย  

ด้านประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ ระบุว่า นโยบายดอกเบี้ยของเฟดขณะนี้ “อยู่ในจุดที่พร้อมตอบสนอง” ต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ โดยปฏิเสธที่จะให้คำใบ้เพิ่มเติมว่า จะมีการลดดอกเบี้ยอีกในระยะใกล้หรือไม่  

“พาวเวลล์เดินเกมได้แยบยล ดึงการลดดอกเบี้ยอีกครั้งจากคณะกรรมการที่มีความเห็นแตกแยก โดยมีเสียงคัดค้านเพียง 3 เสียง และตลาดหลักๆ ต่างพุ่งขึ้นต่อในระหว่างการแถลงข่าวของเขา แต่ยังไม่ชัดเจนว่าทองคำจะสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้อีกหรือไม่” หว่อง กล่าวเสริม  

ด้านโลหะเงินตลาดสปอตพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 61.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาพุ่งขึ้นแล้ว 113% ตั้งแต่ต้นปี โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น สต๊อกที่ลดลง และการที่สหรัฐ ใส่เงินไว้ในบัญชีรายชื่อแร่ธาตุเชิงยุทธศาสตร์  

“ในมุมมองของเรา การที่เงินทำผลงานเหนือกว่าทอง สะท้อนถึงกระแสเงินเก็งกำไรที่ไหลเข้าเงินสปอตพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 61.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาเพิ่มขึ้นแล้ว 113% ตั้งแต่ต้นปี โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น สต๊อกที่ลดลง และการที่สหรัฐ จัดให้เงินเป็นแร่ธาตุเชิงยุทธศาสตร์  

“ในมุมมองของเรา การที่เงินทำผลงานเหนือกว่าทองคำ สะท้อนถึงเม็ดเงินเก็งกำไรที่ไหลเข้ามาเล่นสินทรัพย์ที่สามารถใช้เลเวอเรจได้มากกว่า  หลังจากราคาทองปรับฐานลง” นักวิเคราะห์จาก SP Angel เขียนไว้ในบันทึก  

“นอกเหนือจากกระแสเก็งกำไรแล้ว เงินยังได้ประโยชน์จากตลาดโลหะจริงที่ตึงตัว หลังจากเผชิญภาวะตึงตัวด้านอุปทานในเดือนตุลาคม”  

ด้านแพลทินัมร่วงลง 2.4% สู่ระดับ 1,654.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แพลเลเดียมลดลง 2% มาอยู่ที่ 1,475.94 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อัปเดตราคาเช้านี้ (11 ธ.ค.68)

บลูมเบิร์ก รายงานราคาทองคำปรับตัวขึ้น 0.1% สู่ระดับ 4,234.66 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 08:03 น. ตามเวลาที่สิงคโปร์ ราคาโลหะเงินปรับตัวขึ้นสูงสุด 0.3% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 61.9755 ดอลลาร์ ราคาแพลทินัมเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ขณะที่ราคาแพลเลเดียมปรับตัวขึ้น ดอลลาร์อ่อนค่า โดยดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ลดลง 0.1%

ราคาทองคำทรงตัวหลังจาก ธนาคารกลางสหรัฐ ปรับลดอัตราดอกเบี้ย เป็นครั้งที่สามติดต่อกันตามที่คาดการณ์ไว้เมื่อวันพุธ ราคาโลหะเงินปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ราคาทองคำทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 4,230 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากปรับตัวขึ้น 0.5% ในช่วงก่อนหน้า เนื่องจากผลตอบแทนพันธบัตร และค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังจากการประชุมครั้งสุดท้ายของเฟดในปีนี้ ธนาคารกลางสหรัฐยังคงมุมมองเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ยอีกเพียงครั้งเดียวในปี 2026 แต่ได้ปรับเปลี่ยนถ้อยคำในแถลงการณ์เล็กน้อยเพื่อบ่งบอกถึงความไม่แน่นอนที่มากขึ้นเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

ธนาคารกลางสหรัฐยังระบุด้วยว่าจะเริ่มซื้อบิลตั๋วเงินคลัง (Treasury bills) มูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือนตั้งแต่วันศุกร์นี้เป็นต้นไป เพื่อเสริมสร้างระดับเงินสำรองในระบบการเงิน มาตรการเหล่านี้จะเพิ่มสภาพคล่องโดยรวมในตลาด และช่วยหนุนราคาทองคำ  

ยิ่งไปกว่านั้น บรรยากาศในตลาดที่คาดว่าประธานเฟดคนใหม่มีแนวโน้มจะใช้นโยบายผ่อนคลายมากขึ้นยังได้รับการตอกย้ำ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำมุมมองของตนอีกครั้งว่าอัตราดอกเบี้ยควรอยู่ในระดับที่ต่ำกว่านี้มาก ขณะที่กระบวนการสรรหาผู้สมัครตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่กำลังใกล้สิ้นสุดลง

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์