ธนาคารโกลด์แมน แซคส์ สำรวจความคิดเห็นนักลงทุนสถาบันเกี่ยวกับแนวโน้มราคาทองคำ พบว่าส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ในปีหน้า
ซีเอ็นบีซี รายงานเมื่อคืน (28 พ.ย. 68) ที่ผ่านมาว่า ธนาคารโกลด์แมน แซคส์ สำรวจความคิดเห็นนักลงทุนสถาบันเกี่ยวกับ ทองคำ และพบว่าส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ราคาทองคำ จะแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีหน้า
ราคาทอง พุ่งสูงขึ้นมากในปีนี้ และผลสำรวจของโกลด์แมน แซคส์ แสดงให้เห็นว่านักลงทุนจำนวนมากเชื่อว่าทองคำจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในสิ้นปี 2569
ราคาทองคำทะยานขึ้น 58.6% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน และทะลุระดับสำคัญที่ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม
จากการสำรวจลูกค้านักลงทุนสถาบันกว่า 900 รายบนแพลตฟอร์ม Marquee ของ โกลด์แมน แซคส์ พบว่า 36% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ที่สุด คาดการณ์ราคาทองคำจะยังคงรักษาระดับราคาไว้ได้และทะลุ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ภายในสิ้นปีหน้า
อีก 33% คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะอยู่ระหว่าง 4,500 ถึง 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ตามผลสำรวจซึ่งจัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 พฤศจิกายน
โกลด์แมน แซคส์ กล่าวว่า นักลงทุนสถาบันกว่า 70% มองว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นในปีหน้า ในทางตรงกันข้าม มีเพียง 5% ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้นที่มองว่าราคาทองคำจะปรับตัวลดลงมาอยู่ระหว่าง 3,500 ถึง 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ในวันศุกร์ (28 พ.ย.68) โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยราคาทองคำตลาดสปอตเพิ่มขึ้น 0.45% มาอยู่ที่ 4,175.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำซื้อขายเพิ่มขึ้น 0.53% มาอยู่ที่ 4,187.40 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ในการสำรวจ ผู้ตอบแบบสอบถาม 38% ระบุว่า การซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ 27% ระบุว่าเป็นความกังวลด้านฐานะทางการคลัง
นักลงทุนจำนวนมาก ตั้งแต่นักลงทุนรายย่อยไปจนถึงกองทุนป้องกันความเสี่ยงเฮดจ์ฟันด์ ได้หันมาลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งปกติแล้วมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงเวลาที่เกิดความวุ่นวาย ในปีนี้ เพื่อใช้เป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง
ธนาคารกลางทั่วโลกต่างพากันเข้าซื้อทองคำเช่นกัน เนื่องจากทองคำมีสภาพคล่องสูง ไร้ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้เมื่อเทียบกับพันธบัตร และสถานะเป็นกลางในฐานะสินทรัพย์สำรอง
ฟิล สไตรเบิล หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Blue Line Futures กล่าวว่า แนวโน้มขาขึ้นของทองคำน่าจะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปี 2569
“แนวโน้มเศรษฐกิจโลกยังคงสนับสนุนทองคำ” สไตรเบิลกล่าวในรายการ “Power Lunch” ของซีเอ็นบีซี เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พร้อมเสริมว่าหลายประเทศยังคงเผชิญกับการเติบโตที่ลดลงและอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น
ขณะเดียวกัน นักลงทุนบางส่วนหันไปลงทุนในกลุ่มเหมืองแร่เพื่อเก็งทิศทางของสินค้าโภคภัณฑ์
สตีเฟน หยู แห่ง Blue Whale Capital บอกกับรายการ “Europe Early Edition” ของซีเอ็นบีซี เมื่อต้นเดือนนี้ว่า เขากำลังลงทุนใน Newmont ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
คาร์สัน บล็อก ผู้ก่อตั้งบริษัทมัดดี วอเตอร์ส แคปิตอล ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการขายชอร์ต ได้เปิดเผยสถานะซื้อสิทธิขาขึ้น (long call) ที่หาได้ยากในหุ้นของ Snowline Gold ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองขนาดเล็กของแคนาดา
ในการประชุมการลงทุนที่ลอนดอน โซห์น ในปีนี้ บล็อก กล่าวว่าเขาเห็นว่าบริษัทนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเข้าซื้อกิจการในอุตสาหกรรมที่การควบรวมกิจการกำลังเพิ่มขึ้น





