ราคาทองคำเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบมากกว่าหนึ่งสัปดาห์เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากมีการคาดการณ์ว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ทำให้ทองคำยังคงน่าลงทุน
รอยเตอร์ รายงานราคาทองคำไต่ขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์ในวันพุธ (26 พ.ย.68) หลังจากที่ตลาดคาดการณ์มากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะลดดอกเบี้ยในเดือนหน้า ทำให้ทองคำซึ่งไม่มีดอกเบี้ยยังคงเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนเลือกถือครอง
ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold ) เพิ่มขึ้น 0.8% อยู่ที่ 4,162.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อเวลา 15:00 น.ตามเวลาฝั่งตะวันออกสหรัฐ (20:00 GMT) หลังจากแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายนก่อนหน้านี้
สัญญาทองคำล่วงหน้าส่งมอบเดือนธันวาคมของสหรัฐฯ (US Gold Futures) เพิ่มขึ้น 0.5% อยู่ที่ 4,160.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์
เอ็ดเวิร์ด เมียร์ นักวิเคราะห์ของ Marex กล่าวว่า “ความสนใจได้เปลี่ยนจากค่าเงินดอลลาร์ไปสู่การลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม” พร้อมระบุถึงการปรับตัวขึ้นของทองคำ แม้ว่าดัชนีดอลลาร์จะทรงตัว
การคาดการณ์ว่าการลดอัตราดอกเบี้ย “กำลังช่วยหนุนราคาทองคำอยู่บ้าง เช่นเดียวกับกระแสข่าวที่ว่าเฟดอาจเสนอชื่อประธานเฟดในเร็วๆ นี้ และตัวเต็งคือเควิน แฮสเซ็ตต์ จากคณะกรรมการที่ปรึกษาเศรษฐกิจของประธานาธิบดี”
เช่นเดียวกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แฮสเซ็ตต์ เคยกล่าวไว้ว่าอัตราดอกเบี้ยน่าจะต่ำกว่าในยุคของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยและเติบโตได้ดีในสภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ ได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากข่าวนี้
เครื่องมือติดตามเฟด FedWatch ของ CME ชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาส 83% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า เทียบกับ 30% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ขณะเดียวกัน จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานใหม่ลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ถึงการเลิกจ้างที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ แม้ว่าตลาดแรงงานจะประสบปัญหาในการสร้างงานใหม่ให้เพียงพอสำหรับผู้ที่ตกงาน ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยังคงอยู่
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ ลดลงในเดือนพฤศจิกายนเช่นกัน เนื่องจากครัวเรือนมีความกังวลเกี่ยวกับการจ้างงานและแนวโน้มทางการเงินมากขึ้น ข้อมูลดังกล่าวเผยแพร่หลังจากความคิดเห็นเชิงลบหลายครั้งจากผู้กำหนดนโยบายของเฟด
คาดทองคำขึ้นถึง 4,450 ดอลลาร์/ออนซ์ปีหน้า
แนวโน้มราคาทองคำยังคงเป็นไปในเชิงบวก โดยฝ่ายวิจัยของธนาคารส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะสูงกว่า 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปี 2569 ดอยซ์แบงก์ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำในปี 2569 เป็น 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากเดิม 4,000 ดอลลาร์ โดยอ้างถึงกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าและอุปสงค์ที่ต่อเนื่องของธนาคารกลางในหลายประเทศทั่วโลก
ด้านราคาโลหะเงินตลาดสปอตพุ่งขึ้น 2.2% เป็น 52.52 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาแพลทินัมเพิ่มขึ้น 0.8% อยู่ที่ 1,565.20 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาแพลเลเดียมเพิ่มขึ้น 0.6% อยู่ที่ 1,405.76 ดอลลาร์
อัปเดตราคาทองคำเช้านี้ (27 พ.ย. 68)
บลูมเบิร์ก รายงานว่าราคาทองคำขยับขึ้น 0.1% มาอยู่ที่ 4,165.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 7:27 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ดัชนี Bloomberg Dollar Spot ปิดตลาดก่อนหน้าลดลง 0.3% ราคาโลหะเงินทรงตัว หลังจากพุ่งขึ้น 3.7% ในวันพุธ แพลเลเดียมปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่แพลทินัมทรงตัว
ราคาทองคำทรงตัว หลังจากเพิ่มขึ้นเกือบ 1% ในการซื้อขายก่อนหน้า จากการคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ทองคำแท่งซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 4,165 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความคิดเห็นของกรรมการเฟดที่ชี้ให้เห็นถึงการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมในเดือนธันวาคม ผู้ค้าในตลาดสวอปมองว่ามีโอกาสประมาณ 80% ที่จะมีการลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%ในเดือนหน้า โดยข้อมูลการขอรับสวัสดิการว่างงานล่าสุดของสหรัฐฯ ไม่น่าจะทำให้เฟดหยุดการลดดอกเบี้ยได้





