วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

BAM เปลี่ยนเกมธุรกิจ ปรับโครงสร้างการเงิน เดินหน้า ‘ลดหนี้-เพิ่มผลตอบแทน’

BAM เปลี่ยนเกมธุรกิจ  ปรับโครงสร้างการเงิน  เดินหน้า ‘ลดหนี้-เพิ่มผลตอบแทน’

“แบม” เปิดยุทธศาสตร์ก้าวสู่ยุคใหม่ธุรกิจ บนการสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินยั่งยืน พร้อมบริหารต้นทุน คุมหนี้สินต่อทุนให้ต่ำลงสู่ระดับ 1.8-1.9% เร่ง “เพิ่มผลตอบแทน” จากสินทรัพย์เพิ่มอีก ด้วยความมั่นคงทางการเงิน ไม่ใช่แค่ผลเรียกเก็บหนี้ พร้อมเดินยุทธศาสตร์ธุรกิจภายใต้ “กระสุน 3 นัด” เสริมแกร่งธุรกิจ

BAM เปลี่ยนเกมธุรกิจ  ปรับโครงสร้างการเงิน  เดินหน้า ‘ลดหนี้-เพิ่มผลตอบแทน’

บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ หรือ BAM กำลังก้าวเข้าสู่ “ระยะใหม่ของการเติบโต” ภายใต้แนวคิดการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติการเงิน และสังคม พร้อมปรับโครงสร้างองค์กร และแนวทางบริหารให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

ด้วยเป้าหมายชัดเจนในการสร้างความมั่นคงระยะยาว ลดการพึ่งพาหนี้ เพิ่มประสิทธิภาพของสินทรัพย์ และขยายโอกาสใหม่ผ่าน “พันธมิตร” เชิงกลยุทธ์ในจักรวาลของ BAM

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวว่า สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของ BAM หลังจากนี้จะเป็นปีที่องค์กรก้าวสู่ระยะใหม่ของการเติบโตบนจักรวาลของ BAM ที่ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืนทั้งในมิติการเงิน และสังคม

โดยระยะต่อไปบริษัทจะไม่แข่งขันด้วยผลเรียกเก็บเพียงอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมา แต่จะเปลี่ยนมาแข่งขันด้วยอัตราส่วนทางการเงินที่สะท้อนความมั่นคง และประสิทธิภาพขององค์กรในระยะยาว โดยเฉพาะอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) และอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความแข็งแรงทางการเงิน

หนึ่งในหัวใจสำคัญของแผนปี 2568 คือ การปรับโครงสร้างทางการเงินให้แข็งแรง คือ “ก่อหนี้ให้น้อย สร้างรายได้ให้มาก” และใช้โมเดล “Asset Light” เพื่อลดภาระทางการเงินในระยะยาว ทั้งการบริหารต้นทุน การเพิ่มความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ

โดยเฉพาะ D/E Ratio ที่บริษัทตั้งเป้าลดให้ต่ำลงไปอยู่ระดับ 1.8-1.9 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสม และปลอดภัย จากปัจจุบันที่อยู่ราว 2.02 เท่า การบรรลุเป้าหมายนี้จะมาจากการลดการพึ่งพาเงินกู้ในการซื้อหนี้ และการใช้เงินสดที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ส่วนในด้าน ROA นั้น BAM ตั้งเป้าเพิ่มไปสู่ระดับแข็งแกร่งมากขึ้นอีก 1.4-1.5% จากปัจจุบันที่ 4.36% โดยคาดว่าปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งเป็นระดับที่นักวิเคราะห์ถือว่าปลอดภัย และสะท้อนถึงประสิทธิภาพของการดำเนินธุรกิจ

“ในปีหน้าโจทย์สำคัญคือ การทำให้ ROA มีความทนทาน หรือ Resilient อยู่ในเพดานบินที่มั่นคง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น และตอบคำถามเรื่องเงินปันผลได้อย่างมั่นใจ

อีกจุดที่โดดเด่นคือ ความสำเร็จในการลดต้นทุนทางการเงินลงจาก 3.6% เหลือเพียง 3.41% ผ่านการรีไฟแนนซ์ และต่อรองดอกเบี้ยอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 100 ล้านบาทต่อปี

เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในทุกมิติของการบริหารต้นทุนของ BAM

อย่างไรก็ตาม การเดินไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งของ BAM จะเดินบนยุทธศาสตร์ “กระสุน 3 นัด” ซึ่งไม่ใช่เครื่องยนต์ใหม่ แต่เป็นการต่อยอดจากฐานที่มีอยู่เดิมให้ทำงานเต็มศักยภาพ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างรอบด้าน

นัดแรกคือ การตั้งบริษัทร่วมทุน (JV AMC) เพิ่มขึ้นโดยเป้าหมายอย่างน้อยคือ เพิ่มอีก 2 ราย จากปัจจุบันที่มีแล้ว 2 ราย ซึ่งคาดว่าแต่ละรายที่เข้ามา ใน 3-5 ปี จะมีหนี้เข้ามาบริหารต่อรายอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท
นัดที่ 2 คือ การทำข้อตกลงในลักษณะ Profit Sharing หรือการแบ่งกำไร โดยยังไม่ต้องจดทะเบียนแต่งงานเต็มรูปแบบ โดยอดีตเคยมีโมเดลนี้อยู่แล้ว แต่กลับมาใช้บนรูปแบบที่มีศักยภาพขึ้น

โดยมีเป้าหมายในการแบ่งผลกำไรในช่วง 7-9 ปี หรือมากกว่านั้น แนวทางนี้ทำให้ BAM สามารถเติบโตแบบ 360 องศา และยกระดับการดำเนินงานให้ใกล้เคียงกับธนาคารในด้านการบริหารสินทรัพย์

และนัดที่ 3 การเป็นผู้รับจ้างบริหาร ให้กับธนาคารที่มีพอร์ตหนี้เสียจำนวนมาก ซึ่งแนวทางนี้เปิดโอกาสให้ BAM ใช้ศักยภาพของทีมงานในการบริหารหนี้เสีย ของธนาคาร โดยที่ไม่ต้องลงทุนซื้อหนี้เพิ่ม

สำหรับ ปี 2569 เป้าหมายการเติบโตของผลเรียกเก็บอยู่ที่ประมาณ 5% หรือเติบโตชนะ “จีดีพี” จากปีนี้ที่คาดว่าผลเรียกเก็บจะได้ตามเป้าหมายที่ 17,800 ล้านบาท โดยล่าสุดผลเรียกเก็บทำได้ 13,803 ล้านบาทแล้ว

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์