วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

ทองคำพุ่งเฉียดระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 3,600 ดอลลาร์สหรัฐ

ทองคำพุ่งเฉียดระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 3,600 ดอลลาร์สหรัฐ

ทองคำพุ่งเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ในวันศุกร์ หลังข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอหนุนแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

รอยเตอร์  รายงาน ราคาทองคำ พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันศุกร์ (5 ก.ย.68) โดย ทองคำ ขยับเข้าใกล้ 3,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ห่างเพียงไม่กี่ดอลลาร์ เนื่องจากข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอยิ่งทำให้คาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สูงขึ้น

 

ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) พุ่งขึ้น 1.4% อยู่ที่ 3,596.55 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ณ เวลา 14:47 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกสหรัฐ (18:47 GMT) หลังจากแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3,599.89 ดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ ขณะนี้ราคาทองคำกำลังอยู่ในเส้นทางของการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบเกือบสี่เดือน 

ราคาทองคำตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า(Gold Futures) ส่งมอบเดือนธันวาคมของสหรัฐฯ ปิดตลาดพุ่งขึ้น 1.3% อยู่ที่ 3,653.30 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ราคาทอง ทะยานขึ้น 37% ในปีนี้ หลังจากพุ่งขึ้น 27% ในปี 2567 ซึ่งเป็นผลมาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ แรงซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ

 

ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าการเติบโตของการจ้างงานในสหรัฐฯ อ่อนตัวลงอย่างรวดเร็วในเดือนสิงหาคม ขณะที่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 4.3% ซึ่งยืนยันว่าสภาวะตลาดแรงงานกำลังอ่อนตัวลง นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาส 90% ที่จะลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% และมีโอกาส 10% ที่จะลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% ในเดือนกันยายนนี้

“ทองคำทำจุดสูงสุดใหม่ นักลงทุนขาขึ้นกำลังจับตาดูแนวโน้มการจ้างงานที่อ่อนตัวลงอย่างชัดเจน ซึ่งจะนำไปสู่การลดอัตราดอกเบี้ยหลายครั้ง” ไท หว่อง เทรดเดอร์โลหะอิสระกล่าว

 

แนวโน้มทองคำเป็นไปในเชิงบวกอย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากความกังวลด้านแรงงานมีมากกว่าความเสี่ยงภาวะเงินเฟ้อในระยะสั้น หรืออาจจะเป็นระยะกลาง อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าเรายังห่างไกลจาก ระดับ 4,000 มาก เว้นแต่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” หว่องกล่าวเสริม

 

นักวิเคราะห์ยังได้ชี้ให้เห็นถึงประเด็นความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางของทองคำ ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ พยายามปลดลิซา คุก กรรมการผู้ว่าการเฟด และกดดันธนาคารกลางสหรัฐฯ ให้ลดอัตราดอกเบี้ยหลายครั้ง

 

ทองคำแท่ง ซึ่งไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย มักจะโดดเด่นเมื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำและมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนมองหา

 

จีนและอินเดียเป็นผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ที่สุด ความต้องการทองคำแท่งในศูนย์กลางเหล่านี้ลดลงในสัปดาห์นี้เนื่องจากราคาที่สูงเป็นประวัติการณ์

 

ข้อมูลสำรองทองคำเดือนสิงหาคมของธนาคารกลางจีน ซึ่งจะประกาศในวันอาทิตย์นี้ จะไม่สูงเป็นประวัติการณ์ แต่อาจช่วยให้เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าความต้องการจากธนาคารกลางได้รับผลกระทบจากราคาทองคำแท่งที่สูงอย่างไร

 

โลหะมีค่าอื่นๆ ได้แก่ เงินราคาตลาดเพิ่มขึ้น 0.8% มาอยู่ที่ 40.98 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และกำลังมุ่งหน้าสู่การปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่สามติดต่อกัน

 

ราคาแพลทินัมเพิ่มขึ้น 0.5% อยู่ที่ 1,373.92 ดอลลาร์ และแพลเลเดียมลดลง 1.5% อยู่ที่ 1,110.32 ดอลลาร์