วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

ThaiBMA หวั่นเศรษฐกิจทรุด สะเทือน ‘หุ้นกู้’ ขอยืดชำระหนี้แซงปีก่อน

ThaiBMA หวั่นเศรษฐกิจทรุด สะเทือน ‘หุ้นกู้’ ขอยืดชำระหนี้แซงปีก่อน

จากการเจรจาภาษีสหรัฐของไทยยังไม่ชัดเจน ขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่ยุติ ศก.ไทยชะลอลง ส่งผลต่อ “ตลาดตราสารหนี้ไทย” ครึ่งแรกปี 68 ยังมีความท้าทายต่อช่วงครึ่งหลังปี 68

ตลาดตราสารหนี้ไทย” ช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ขยายตัวได้เล็กน้อย มีมูลค่าคงค้างที่17.3 ล้านล้านบาท (คิดเป็น 93% ของ GDP) เพิ่มขึ้น 1.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากของตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลเป็นสำคัญ

ขณะที่ “ภาคเอกชน” มีการออกหุ้นกู้ยังคง “ลดลง” มีมูลค่าที่ 398,820 ล้านบาท ลดลง 19.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 494,371 ล้านบาท เป็นการลดลงของทั้งกลุ่ม Investment Grade (-19.7%) และกลุ่ม High yield (-13.2%) และมูลค่าการออกหุ้นกู้ระยะยาวลดลงในเกือบทุกกลุ่มอันดับเครดิต โดยเฉพาะอันดับเครดิต AAA, AA ,BBB, B , Non-rated

ThaiBMA หวั่นเศรษฐกิจทรุด สะเทือน ‘หุ้นกู้’ ขอยืดชำระหนี้แซงปีก่อน

ขณะเดียวกัน มูลค่าหุ้นกู้ครบกำหนดอยู่ที่ 450,000 ล้านบาท แต่มีการออกหุ้นกู้ระยะยาวเพียง 400,000 ล้านบาทจาก หุ้นกู้กลุ่มอันดับเครดิตสูงมีสภาพคล่องดี (AAA และ AA) ชะลอการออกหุ้นกู้เหตุผลแต่ละบริษัทแตกต่างกันไป จากการเจรจาภาษีทรัมป์ในบางจังหวะทำให้ดอกเบี้ยผันผวน และปรับลดลง ทำให้ผู้ออกมีทางเลือกอื่นๆ ที่ดอกเบี้ยจูงใจมากกว่า เช่น สินเชื่อสถาบันการเงิน หรือใช้กระแสเงินสด ขณะที่หุ้นกู้กลุ่ม High Yield โดยรวมออกได้ต่ำกว่าที่ครบกำหนด จากเซนทริเมนต์ในตลาดยังไม่กลับมาและผู้ลงทุนยัง “ระมัดระวัง” ในการลงทุนหุ้นกู้

“สมจินต์ ศรไพศาล” กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ดังนั้น สมาคมฯ จึงได้ปรับคาดการณ์ยอดออกหุ้นกู้ใหม่ ในปีนี้ ลดลงเหลือ 800,000 ล้านบาท จากเดิมคาดไว้ที่ 850,000-900,000 ล้านบาท และมูลค่าหุ้นกู้ครบกำหนดเดิม 890,000 ล้านบาท แต่อาจจะมีมูลค่าการออกไม่ครบเพราะหุ้นกู้ที่ขอยืดหนี้ไปแล้วจะไม่ค่อยออกใหม่แล้ว

โดยในครึ่งหลังปี 2568 มีหุ้นกู้ระยะยาวจะครบกำหนดรวมมูลค่า 414,810 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นกู้ Investment Grade จำนวน 365,923 ล้านบาท และหุ้นกู้ High Yield มูลค่า 48,887 ล้านบาท โดยในไตรมาส 3 ปี 2568 ซึ่งหุ้นกู้ครบกำหนดมูลค่ารวม 194,385 ล้านบาท และในไตรมาส 4 ปี 2568 มีมูลค่าหุ้นกู้ครบกำหนด 220,424 ล้านบาท

ขณะที่ นักลงทุน “ต่างชาติ” ซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 32,331 ล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 โดยเดือนม.ค. ขายสุทธิ 11,989 ล้านบาท จากนั้นเข้าซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่องในเดือนก.พ.-เม.ย. รวม 79,240 ล้านบาท ก่อนจะพลิกกลับมา “ขายสุทธิ” เดือนพ.ค.-มิ.ย. รวม 34,921 ล้านบาท ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2568 นักลงทุนต่างชาติถือครองตราสารหนี้ไทย 9 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5.2% ของมูลค่าคงค้างโดยรวม 

“อริยา ติรณะประกิจ” รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า ทางด้าน “หุ้นกู้ขอยืดชำระหนี้” ในปีนี้อาจมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อนสาเหตุจากแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ยังมีโอกาสเพิ่มขึ้น จากความไม่แน่นอนสูง ทั้งการเจรจาภาษีทรัมป์ ทำให้เกิดความผันผวนในตลาด เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลง และลากยาวตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ส่งผลผลกระทบต่อภาคธุรกิจ แม้เป็นบริษัทใหญ่ที่มีสายป่าน แต่สายป่านก็เริ่มอ่อนแอลง

ในปี 2567 มีผู้ออกขอยืดชำระหนี้หุ้นกู้ อยู่ที่ 17 รายแต่จากครึ่งปีแรกของปี 2568 มีหุ้นกู้ขอยืดชำระหนี้ 14 ราย ในจำนวนนี้เพิ่งขอเลื่อนชำระหนี้ครั้งแรกถึง 11 ราย แต่มองว่า สถานการณ์การยืดหนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นกู้ในระยะยาว หากมีแผนชำระหนี้ที่สามารถทยอยคืนเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มได้ เมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ธุรกิจกลับมาได้ยังดีมากกว่าปล่อยให้หุ้นกู้ผิดนัดชำระ 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ออกที่ขอเลื่อนชำระหนี้หุ้นกู้ กระจายอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรมทางสมาคมฯยังต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดต่อไปโดยเฉพาะ “กลุ่มอุตสาหกรรม” ที่มีการออกหุ้นกู้จำนวนมากในครึ่งแรกของปี 2568 ยังคง เป็น 3 กลุ่มเดิม ได้แก่ พลังงาน อสังหาริมทรัพย์ และการเงิน (ไฟแนนซ์) 

ทั้งนี้ ช่วงครึ่งแรกของปี 2568 พบว่า มูลค่าหุ้นกู้ผิดนัด รวมทั้งสิ้น 2,337 ล้านบาท จากผู้ออก 4 ราย โดยในเดือนมิ.ย. มี 2 รายใหม่ GRAND (BB) จำนวน 1 รุ่น 300 ล้านบาท และ CV (NR) 1 รุ่น 131.4 ล้านบาท จากในปี 2567 มีหุ้นกู้ผิดนัดชำระจากผู้ออก 5 ราย มูลค่ารวม 3,172 ล้านบาท และ ปี 2566 มีหุ้นกู้ผิดนัดชำระจากผู้ออก 5 ราย มูลค่ารวม 16,363 ล้านบาท

ในส่วนหุ้นกู้ที่เลื่อนกำหนดชำระ รวมทั้งสิ้น 17,540 ล้านบาทจากผู้ออก 14 ราย ในเดือนมิ.ย.มี 2 รายใหม่ EA (BB) 2 รุ่น 2,400 ล้านบาทและ SQ (BB) 1 รุ่น 550 ล้านบาท และมีผู้ออก 11 ราย เพิ่งเคยเลื่อนกำหนดชำระเป็นครั้งแรก ขณะที่ EA มีหุ้นกู้ 1 รุ่น มูลค่า 700 ล้านบาท มีเหตุผิดนัดตามข้อกำหนดสิทธิ แต่ยังไม่มีการผิดนัดชำระหนี้

ทั้งนี้ จากในปี 2567 มี “หุ้นกู้เลื่อนกำหนดชำระ” จากผู้ออก 17 ราย มูลค่า 37,963 ล้านบาท และในปี 2566 มีหุ้นกู้เลื่อนกำหนดชำระจากผู้ออก 14 ราย มูลค่ารวม 12,443 ล้านบาท