ท่ามกลางความผันผวนทาง “เศรษฐกิจ” ทั้งใน และต่างประเทศที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทั้งจากปัจจัยการเมืองในประเทศ ความไม่แน่นอนจากการเจรจาทางการค้าของประเทศมหาอำนาจ ประเด็นดังกล่าว ล้วนมีความสำคัญยิ่งทั้งต่อ “เศรษฐกิจไทย” และการเติบโตของธุรกิจต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ชาติศิริ โสภณพนิช” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL นายแบงก์ใหญ่อันดับต้นๆ ของไทย ยอมรับว่า เศรษฐกิจไทยขณะนี้อยู่ภายใต้ “ความผันผวน” มากขึ้น ทั้งจากการเจรจาของประเทศใหญ่ๆ จากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน
ดังนั้น ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตาต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม มองว่า ภายใต้ความผันผวนก็มี “โอกาส” สะท้อนภาพได้จาก “การส่งออก” ของไทยไตรมาส 1 และ 2 ปี 2568 ยังเติบโตได้ในระดับอัตราที่ดี จากการเร่งส่งออกในช่วงที่ผ่านมา
“แน่นอนความผันผวนต่างๆ มากขึ้น จากทั้งแนวทางการเจรจาระหว่างประเทศใหญ่ด้วย ปัจจัยการเมืองก็มีความ Challenge หรือความสามารถในการบริโภค อุปโภค ต่างทำให้เกิดความท้าทายมากขึ้น แต่เชื่อว่า หากรัฐบาลสามารถเดินหน้าการลงทุนต่อไปได้ เช่น โครงการลงทุนอินฟราสตรัคเจอร์ ก็จะดึงการลงทุนต่างๆ ตามมา ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวตามได้”
ด้านผลกระทบจากภาษีนำเข้า (Tariffs) เชื่อว่า เป็นประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิดว่า ผลเจรจาต่างๆ จะออกมาเป็นอย่างไร ยอมรับว่าจากผลกระทบนี้อาจมีบางภาคส่วนอาจได้รับผลกระทบทำให้คำสั่งซื้อสะดุดลงบ้าง
- คงเป้าหมายเติบโตสินเชื่อ 3-4%
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความผันผวนความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น ธนาคารยังเชื่อว่า ด้านการเติบโตของธนาคารยังสามารถเติบโตได้ โดยเฉพาะเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อที่ตั้งไว้ที่ระดับ 3-4% แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันจะเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น
แม้ธนาคารอื่นๆ อาจปรับลดเป้าหมายลง หรือประสบปัญหาการชะลอตัวของสินเชื่อ แต่ในส่วนธนาคารกรุงเทพยังคงเป้าหมายเดิม จากพื้นฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง และความสามารถในการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ
ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตธนาคาร โดยเฉพาะสินเชื่อไปสู่ 3-4% นั้น ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเติบโตจาก ธุรกิจธนาคารเพื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ (Corporate Banking) เป็นหนึ่งในสองส่วนสำคัญที่สุด ในการขับเคลื่อนการเติบโตรวมถึงธุรกิจต่างประเทศ ที่จะเป็นอีกหนึ่งส่วนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการขับเคลื่อนรายได้ของธนาคารอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับ ลูกค้าธุรกิจรายกลางและรายย่อย คาดว่า จะเติบโตในระดับที่ต่ำลงมาเล็กน้อย ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน โดยคาดว่าในส่วนลูกค้าบุคคลน่าจะเติบโตประมาณ 2-3%
“ธนาคารยังคงรักษาแนวทางการพิจารณาสินเชื่อตามปกติ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างมีนัยสำคัญแม้สถานการณ์ความเสี่ยงที่อาจสูงขึ้น”
สำหรับ ปัญหาหนี้ที่สูงขึ้น มองว่าธนาคารเองต้องมองหาโอกาสในการทำธุรกิจให้ได้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงต่างๆ และที่ผ่านมามีการสนับสนุนให้เกิดการนำนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม (Environmental Concerns) หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่ม
รวมถึงการใช้เทคโนโลยีอย่างดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในการปล่อยสินเชื่อ และช่วยธุรกิจในการดำเนินธุรกิจได้มากขึ้น
หากถามว่าในพอร์ตสินเชื่อรายใหญ่ของธนาคารกรุงเทพ อ่อนแอลงหรือไม่นั้น มองว่า การอ่อนแอของธุรกิจก็เป็นไปตามวัฏจักรของมัน อาจมีบางธุรกิจเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น แต่หน้าที่ธนาคาร คือ ต้องดูแล และสนับสนุนลูกค้าอย่างใกล้ชิดแต่ละภาคส่วน ควบคู่กับการพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ลูกค้าเผชิญอยู่ หรือสนับสนุนในกรณีที่มีโอกาสใหม่ๆ
- ต่อจิ๊กซอว์เติบโตธุรกิจใน ตปท.
สำหรับธุรกิจในต่างประเทศ ที่ผ่านมาเติบโตต่อเนื่อง โดยหากดูนับตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันธนาคารกรุงเทพได้ดำเนินธุรกิจต่างประเทศมายาวนาน และมีสำนักงานหรือธุรกิจอยู่ใน 13 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคเอเชีย
โดยมองว่าเครือข่ายที่แข็งแกร่งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อธนาคารเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพสูงที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยเอง โดยเป้าหมายของธนาคารคือ มุ่งมั่นที่จะยกระดับ ความเป็นผู้นำในฐานะธนาคารระดับภูมิภาค (Regional Banking) ให้สูงขึ้น
“ชาติศิริ” กล่าวต่อว่า การเติบโตในธุรกิจต่างประเทศเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะใน “อินโดนีเซีย” ที่ธนาคารได้เข้าซื้อกิจการธนาคารท้องถิ่น “เพอร์มาตา” ที่ทำให้ศักยภาพของธนาคารเติบโตขึ้นอย่างมาก ทั้งเครือข่ายธุรกิจ และการให้บริการลูกค้าที่ครอบคลุมมากขึ้น
ทั้งนี้ไม่เพียงขยายธุรกิจในต่างประเทศ แต่ธนาคารเองยังทำหน้าที่เป็นตัวกลางชักชวนนักลงทุนชาวอินโดนีเซีย ให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยต่อเนื่อง ทั้งอุตสาหกรรมการผลิต, อาหาร และบริการ ซึ่งเป็นประเภทธุรกิจที่นักลงทุนอินโดนีเซียมีการลงทุนในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค
อีกเป้าหมายการเติบโตของ “ธนาคารกรุงเทพ” ที่ถือเป็นโจทย์สำคัญธนาคาร และถือเป็นโจทย์หลักของหลายแบงก์ที่ผ่านมา คือ เป้าหมายในการเพิ่มผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ภายใต้เป้าหมายของธนาคารที่ต้องการเห็น ROE เพิ่มขึ้นเป็น “เลขสองหลัก” แต่การไปถึงจุดดังกล่าวยอมรับว่า “ไม่ง่าย” คงต้องใช้ระยะเวลาในการทำตามเป้าหมายที่ธนาคารตั้งไว้
- “อินโดนีเซีย” สร้างการเติบโตให้ BBL
“กอบศักดิ์ ภูตระกูล” กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การเข้าซื้อ Permata Bank ในอินโดนีเซีย ถือว่า สร้างการเติบโตให้ธนาคารกรุงเทพอย่างมาก โดยปัจจุบัน “กำไร” อยู่หลัก 6,000-8,000 ล้านบาท แต่อนาคตอาจเห็นรายได้จากพอร์ตเติบโตสู่ 10,000 ล้านบาทในระยะข้างหน้า
โดยมองว่า การขยายธุรกิจในต่างประเทศ การสร้างการเติบโตระดับสูง ผ่านเพอร์มาตา
โดยเฉพาะปีที่ผ่านมาที่เติบโตต่อเนื่องถึง 9% ขณะที่ไทยโตน้อยมาก กลยุทธ์นี้ทำให้ธนาคารไม่ตื่นเต้นเมื่อเศรษฐกิจไทย “โตไม่ออกหรือโตไม่ได้” เพราะเชื่อว่าธุรกิจต่างประเทศ จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนธนาคารกรุงเทพให้เติบโตต่อเนื่อง
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





