สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าจากการประกาศนโยบายภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ทเริ่มปะทุขึ้นในช่วงต้นปีนี้ นำมาซึ่งความผันผวนในตลาดทุนทั่วโลก ทั้งยังสร้างความกังวลให้กับนักลงทุน
“กรุงเทพธุรกิจ” สรุปข้อเสนอแนะที่น่าสนใจเกี่ยวกับการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ ผ่านมุมมองของผู้บริหารกองทุน จากงานสัมมนา “Thailand Investment Forum 2025: Great Depression พลิกเกมฝ่าวิกฤติ” ในหัวข้อ "Growth Stocks In-Depth: Strategies for Success" เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2568 จัดโดย 3 สื่อเศรษฐกิจในเครือเนชั่น ได้แก่ กรุงเทพธุรกิจ ฐานเศรษฐกิจ และโพสทูเดย์ ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท
นายวิน พรหมแพทย์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ทิศทางการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 ว่า แม้ตลาดหุ้นโลกจะทำจุดสูงสุดใหม่ (All-time high) แต่ยังมีความเปราะบางและอาจเบาใจมากไปหน่อยกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่ใกล้ครบกำหนดและคาดว่าจะ สูงกว่าในอดีต ซึ่งอาจสร้างความผันผวนรุนแรงให้กับตลาดได้
"ท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้เปรียบเทียบสถานการณ์นี้ว่า 'พายุกำลังมา' ซึ่งยากจะคาดเดาขนาดและผลกระทบ แต่หน้าที่ของเราคือการเตรียมฉากทัศน์เพื่อรับมือกับพายุลูกนี้" นายวินกล่าว
ยึด "Core Portfolio" 80% หัวใจฝ่ามรสุม
นายวินเน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญของการลงทุนในภาวะผันผวนคือการจัดสรรเงินลงทุนส่วนใหญ่ หรือประมาณ 80% ของพอร์ตทั้งหมดให้เป็น "Core Portfolio" ซึ่งมีหน้าที่หลักในการพยุงพอร์ตให้สามารถผ่านพ้นความผันผวนไปได้ โดยมีเงื่อนไขสำคัญ 2 ข้อคือ
1.กระจายสินทรัพย์ ควรมีทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ เพื่อลดความเสี่ยง
2.กระจายทั่วโลก ไม่ควรลงทุนในประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป





