‘แบงก์’ ปรับโครงสร้างรายได้ มุ่งโต ‘ค่าฟี-กองทุน’ แทนสินเชื่อซบ

“ธุรกิจธนาคาร” ดิ้นปรับตัว หนีภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว สินเชื่อซบเซา รายได้ดอกเบี้ยหด “กสิกรไทย” เดินหน้ายุทธศาสตร์ 3+1 มุ่งหารายได้ใหม่เข้าแบงก์
สะท้อนผ่าน ภายใต้การประกาศผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 1 ปี 2568 พบว่าเกือบทุกธนาคารรายได้ดอกเบี้ย จาก “การปล่อยสินเชื่อลดลง”
แต่ในส่วนของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย หรือรายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารกลับเพิ่มขึ้น เหล่านี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการปรับตัวของธนาคารเพื่อหวังพึ่งพารายได้อื่นๆ มากขึ้นหลังจากนี้
สอดคล้องกับรายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยของ6ธนาคาร เช่นธนาคารกสิกรไทย(KBANK)ธนาคารกรุงเทพ(BBL) กลุ่มการเงินเอสซีบีเอกซ์ (SCB) ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ที่พบว่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
โดยรวมมีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยหรือรายได้ค่าธรรมเนียมในไตรมาสแรกโดยรวมอยู่ที่ 58,296 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.53% หากเทียบกับปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 15.72% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ธนาคารที่มีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโตสูงสุดเช่น ธนาคารกรุงเทพ ที่พบว่ารายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตขึ้นถึง 27.22% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเติบโต 66.4% จากไตรมาสก่อนหน้า ถัดมาคือ กสิกรไทย เติบโตขึ้น 7.63% และ 15.41%
“พิพิธ เอนกนิธิ” ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK กล่าวว่าภายใต้ความเสี่ยงจากพอร์ตสินเชื่อชะลอตัว จากความเสี่ยงด้านคุณภาพพอร์ตสินเชื่อที่เริ่มมีปัญหามากขึ้น ทำให้แบงก์เองต้อง “ระมัดระวัง” ต่อเนื่องในการทำธุรกิจ
ขณะเดียวกันเพื่อยังรักษาการเติบโตให้เกิดขึ้นต่อเนื่อง แบงก์คงต้องปรับกลยุทธการดำเนินธุรกิจเพื่อหวังเพิ่งพารายได้อื่นๆเข้ามามากขึ้น
โดยเฉพาะ การเดินหน้าปรับพอร์ตสู่รายได้ที่ไม่พึ่งพาดอกเบี้ยมากขึ้น หรือหารายได้จาก Non-Interest Income เข้ามามากขึ้น เพราะดอกเบี้ยอาจไม่ใช่คำตอบเดียวของธนาคารยุคใหม่แล้ว
ดังนั้น สิ่งที่แบงก์ยังคงเดินหน้าต่อคือผ่านยุทธศาสตร์ 3+1 ของธนาคาร โดยมุ่งสู่การสร้างรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เช่น กองทุน ประกัน และระบบชำระเงิน (Payment) หรือการปรับพอร์ตไปเน้นกองทุนต่างประเทศต่างขึ้น
“ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า ท่ามกลางที่สินเชื่อของระบบธนาคารที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง จากภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ทำให้หลายธนาคารมุ่งไปสู่การหารายได้อื่นๆ มากขึ้น โดยเฉพาะการปรับตัวเพื่อสร้างรายได้อื่นๆเข้ามามากขึ้น เพื่อชดเชยรายได้ดอกเบี้ย จากการปล่อยสินเชื่อที่ลดลง เช่นรายได้ค่าธรรมเนียม การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
เช่นเดียวกับทิสโก้ที่โฟกัสมากขึ้นในธุรกิจกองทุน ธุรกิจประกันภัย ประกันชีวิต ที่ถือว่าเป็นกลุ่มที่ยังเป็นโอกาสของแบงก์ และคนไทยยังเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ยังต่ำ ดังนั้น ถือเป็นโอกาสของแบงก์ในการเข้ามาสร้างรายได้เพิ่มขึ้น
สำหรับภาพรวมการเติบโตด้านสินเชื่อของธนาคาร ธนาคารยังตั้งเป้าปีนี้ไว้ที่ 0-5% ก็ยังไม่มีการปรับเป้าหมาย แต่ยอมรับว่าเศรษฐกิจปัจจุบันมีความเสี่ยงมากขึ้น ดังนั้น ธนาคารเองก็ต้องรักษาเสถียรภาพของพอร์ตให้เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งการคุมคุณภาพหนี้ การดูแลสินเชื่ออย่างระมัดระวังต่อเนื่อง
“อภินันท์ เกลียวปฏินนท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า ยอมรับว่าปัจจุบันรายได้ดอกเบี้ยของธนาคาร และธนาคารในระบบปรับตัวลดลงต่อเนื่อง จากรายได้ดอกเบี้ยจากการปล่อยสินเชื่อที่ลดลง
ดังนั้น แม้จะเห็นหลายธนาคาร รวมถึงเกียรตินาคินภัทร ปรับตัวไปหารายได้อื่นๆ เช่นการหารายได้จากค่าธรรมเนียม การหารายได้จากเทรดดิ้ง จากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับต่างประเทศหรือ FX แต่เหล่านี้คงไม่สามารถเข้ามาชดเชย หรือทดแทนกับรายได้ดอกเบี้ยที่หายไปได้
“ทุกแบงก์ก็พยายามปรับตัวอยู่แล้ว หารายได้อื่นๆเข้ามามากขึ้น แต่เหล่านี้ไม่ง่าย และไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะหาเข้ามาได้ ดังนั้นสิ่งที่แบงก์ทำได้นอกจากหารายได้อื่นๆเข้ามา เช่นของเราเอง คือจากธุรกิจกองทุน หรือธุรกิจตลาดทุน หรือจาก KKP Dime ที่เราเข้ามาบุกตรงนี้มากขึ้น ควบคู่กับการควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆของแบงก์ให้มากขึ้นด้วย ดังนั้นท้าทายกับแบงก์แน่นอน เราต้องปรับตัว เตรียมตัว ต้องพร้อมสู้สุดในหลายสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในระยะข้างหน้าด้วย”
“ฐากร ปิยะพันธ์” ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ทีทีบี กล่าวว่า รายได้ค่าธรรมเนียม ปีนี้ยังท้าทายของหลายธนาคาร เพราะ มีค่าธรรมเนียมหลายตัวที่ เติบโตผูกติดกับสินเชื่อ ดังนั้น ในช่วงนี้ที่สินเชื่อหดตัวก็ทำให้ ค่าธรรมเนียมส่วนนี้หดตัวลงไปด้วย
โดยค่าธรรมเนียมที่ยังเติบโตได้ จะเป็นในส่วนของบัตรเครดิต ที่ยังเติบโตตามยอดการใช้จ่ายผ่านบัตร
โดยเฉพาะ การใช้จ่ายในต่างประเทศที่ยังเห็นการเติบโตที่ดีอยู่
ซึ่งในส่วนของทีทีบีปีนี้ จะโฟกัสในส่วนของประกันรถยนต์ มากขึ้นโดยเฉพาะการขายผ่านสาขา และการต่อประกันลูกค้าเดิม
ในขณะที่รายได้ จากตู้เอทีเอ็มที่เคยได้จากนักท่องเที่ยวที่มากดเงินสดส่วนนี้ก็ลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่หายไปด้วย
อย่างไรก็ตามมองว่า จากการที่ธนาคารออกผลิตภัณฑ์บัตรเดบิตและบัตรเครดิต ดีสนีย์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งสองตัวนี้ ที่มีการคิดค่าธรรมเนียมรายปีและค่าธรรมเนียมการออกบัตร แต่ให้สิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่า จึงมองว่าจะเห็นการเติบโตของทั้งสองผลิตภัณฑ์ที่ดี ที่จะสามารถเพิ่มรายได้ค่าฟีให้กับธนาคารได้มากขึ้น
“ตอนนี้พยายามที่จะเพิ่ม รายได้ค่าธรรมเนียม ในส่วนของการลงทุน ผ่านกองทุนรวม เพราะตลาดกองทุนร่วม ยังเห็นการเติบโต จากการที่ดอกเบี้ยลด คนจะพยายามหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นและมุ่มเน้นในกลุ่ม wealth เพื่อสร้างรายได้ส่วนอื่นๆ”







