วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

เช็กด่วน! ประกันสังคมปรับสูตรบำนาญใหม่ ปี 69 ใครได้ ใครเสีย

เช็กด่วน! ประกันสังคมปรับสูตรบำนาญใหม่ ปี 69 ใครได้ ใครเสีย

ปี 2569 นี้ สำนักงานประกันสังคมเตรียมปรับสูตรคำนวณบำนาญใหม่ บางกลุ่มได้รับเงินบำนาญเพิ่มขึ้น ขณะที่บางกลุ่มอาจได้รับน้อยลง รายละเอียดเป็นอย่างไร อ่านที่นี่

ในปี 2569 นี้ สำนักงานประกันสังคมเตรียมปรับสูตรคำนวณบำนาญใหม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกันตนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ใกล้เกษียณหรือเพิ่งเริ่มทำงาน โดยสูตรใหม่จะพิจารณาปัจจัยหลายด้านมากขึ้น เช่น ระยะเวลาการส่งเงินสมทบ และฐานเงินเดือนเฉลี่ยช่วงท้ายของการทำงาน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มประชากรสูงวัยและภาระงบประมาณของกองทุนประกันสังคม

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจทำให้บางกลุ่มได้รับเงินบำนาญเพิ่มขึ้น ขณะที่บางกลุ่มอาจได้รับน้อยลง จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรเร่งตรวจสอบสิทธิของตนเองอย่างละเอียด และเตรียมวางแผนทางการเงินให้พร้อม

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า ใครคือผู้ที่ได้ประโยชน์ และใครอาจต้องรับผลกระทบ พร้อมแนะแนวทางรับมือกับสูตรใหม่ให้คุ้มค่าที่สุดในอนาคต

คำนวณบำนาญสูตรใหม่ เปลี่ยนอะไรบ้าง?

จากข้อมูลเบื้องต้น...สูตรใหม่ในการคำนวณบำนาญจะเน้นองค์ประกอบหลัก สามารถอธิบายได้ดังนี้

1. ระยะเวลาการส่งเงินสมทบ (จำนวนปีที่ส่ง)

การส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมหรือกองทุนบำนาญต่างๆ เป็นระยะเวลานาน ย่อมส่งผลโดยตรงต่อสิทธิประโยชน์ที่ผู้ส่งเงินจะได้รับในอนาคต โดยเฉพาะในส่วนของบำนาญชราภาพ ซึ่งเป็นผลตอบแทนระยะยาวเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ หากส่งเงินสมทบเป็นระยะเวลานาน สิทธิประโยชน์หรืออัตราบำนาญที่ได้รับก็จะยิ่งสูงขึ้น เพราะอัตราการคำนวณบำนาญจะพิจารณาจาก จำนวนปีที่ส่งเงินสมทบ ควบคู่กับ ฐานค่าจ้างเฉลี่ย

2. ฐานเงินเดือนเฉลี่ยช่วงท้าย (ช่วง 5 ปีสุดท้ายก่อนเกษียณ)

สูตรเดิมใช้ฐานเฉลี่ยเฉพาะช่วงท้ายและอาจเปลี่ยนมาเป็นฐานตลอดอายุการทำงาน ส่วนสูตรใหม่อาจให้ความสำคัญกับช่วง 3-5 ปีสุดท้ายมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าหากช่วงก่อนเกษียณฐานเงินเดือนสูง จะได้รับเงินบำนาญมากขึ้นตามไปด้วย

3. สัดส่วนการจ่ายบำนาญต่อฐานเงินเดือนเฉลี่ย

อาจมีการปรับลดจากเดิมที่อยู่ราว 20-30% ของเงินเดือนเฉลี่ย มาเป็นอัตราที่ผันแปรตามช่วงเวลาการส่งเงินสมทบ และสถานะของกองทุนในช่วงนั้นๆ

4. การส่งเสริมให้ผู้ประกันตนทำงานนานขึ้น

ใครได้ประโยชน์จากสูตรใหม่?

  • ผู้ที่มีระยะเวลาส่งเงินสมทบยาวนาน (เกิน 25 ปี)

คนกลุ่มนี้จะได้รับประโยชน์เต็มที่จากการให้คะแนนสะสมและค่าตอบแทนบำนาญที่สูงขึ้น

  • ผู้ที่มีเงินเดือนสูงในช่วงปลายอายุงาน

หากวางแผนเลื่อนตำแหน่งหรือปรับเงินเดือนในช่วง 5 ปีสุดท้ายก่อนเกษียณ จะช่วยเพิ่มฐานเงินเดือนเฉลี่ย ทำให้ได้บำนาญสูงขึ้น

  • คนที่เริ่มวางแผนทางการเงิน

เช่น วางแผนออกจากงานช้าลง หรือส่งเงินสมทบ ม.39 เพิ่มเติมในช่วงปลดเกษียณ

ใครอาจเสียประโยชน์?

  • คนที่ส่งเงินสมทบระยะสั้น หรือเว้นช่วงบ่อย

กลุ่มนี้อาจไม่ได้รับสิทธิ์อัตราบำนาญสูง เพราะไม่มีระยะเวลาสะสมเพียงพอ

  • ผู้มีเงินเดือนคงที่ตลอดช่วงทำงาน

หากไม่ได้มีการขยับฐานเงินเดือนในช่วงท้าย อาจไม่ได้ประโยชน์จากสูตรใหม่ที่เน้นเฉลี่ยช่วงปลายมากกว่าทั้งอายุงาน

  • แรงงานนอกระบบหรือผู้ที่เปลี่ยนงานบ่อย

การขาดตอนของการส่งเงินสมทบ อาจทำให้สิทธิประโยชน์ลดลง

แนวทางการรับมือและเตรียมตัวอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

1. ตรวจสอบสถานะการส่งเงินสมทบในระบบประกันสังคม

สามารถเช็กผ่านแอป SSO Plus+ หรือเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคมได้ง่ายๆ

2. วางแผนเกษียณล่วงหน้า

พยายามเพิ่มระยะเวลาการทำงาน ส่งเงินสมทบให้ครบตามเงื่อนไขสูงสุด หรือยืดอายุการทำงานให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

3. ขยับฐานเงินเดือนช่วงท้ายของอายุงาน (ถ้าเป็นไปได้)

การเจรจาขึ้นเงินเดือน หรือเลื่อนตำแหน่งในช่วงท้ายสามารถเพิ่มฐานเงินเดือนเฉลี่ยได้

4. วางแผนการเงินเสริม เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

อย่าอิงกับบำนาญประกันสังคมเพียงอย่างเดียว ควรมีช่องทางรายได้หลังเกษียณจากหลายแหล่ง

สรุป…ผู้ประกันตนบางกลุ่มได้รับเงินบำนาญเพิ่มขึ้น ขณะที่บางกลุ่มอาจได้รับน้อยลง

การปรับสูตรบำนาญประกันสังคมในปี 2569 ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจ แม้จะมีเป้าหมายเพื่อความยั่งยืนของระบบในระยะยาว แต่ก็อาจทำให้บางคนได้ผลตอบแทนลดลง หากไม่วางแผนให้ดี ผู้ที่มีระยะเวลาส่งเงินสมทบยาวและวางแผนการเงินล่วงหน้าจะได้ประโยชน์มากที่สุด ขณะที่ผู้ที่เว้นช่วง หรือส่งไม่สม่ำเสมออาจได้รับผลกระทบ การตรวจสอบสิทธิและวางแผนอย่างรอบคอบจะช่วยให้เกษียณอย่างมั่นใจในยุคที่สังคมผู้สูงวัยกำลังกลายเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ


อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษีเพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting