background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 18 เม.ย.68 ‘อ่อนค่า‘ หลังราคาทองย่อลง

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 18 เม.ย.68 ‘อ่อนค่า‘  หลังราคาทองย่อลง

ค่าเงินบาทวันนี้ 18 เม.ย. 68 เปิดตลาด “อ่อนค่า“ ที่ 33.36 บาทต่อดอลลาร์ “กรุงไทย” ชี้ราคาทองย่อ บอนด์ยีลด์สูงขึ้น มองกรอบเงินบาทวันนี้ 33.15-33.35 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า "ค่าเงินบาทวันนี้"เปิดเช้านี้ ที่ระดับ  33.36 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  33.29 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.15-33.35 บาทต่อดอลลาร์ 

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท(USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะ Sideways Up (แกว่งตัวในกรอบ 33.24-33.44 บาทต่อดอลลาร์) ตามจังหวะการปรับตัวลดลงของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่มีจังหวะการปรับตัวลงราว -50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ กดดันโดยการทยอยปรับตัวสูงขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และแรงขายทำกำไรของผู้เล่นในตลาดบางส่วน

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 18 เม.ย.68 ‘อ่อนค่า‘  หลังราคาทองย่อลง

อย่างไรก็ดี ภาวะระมัดระวังตัวของผู้เล่นในตลาด ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ และช่วงทยอยรับรู้ผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ยังคงหนุนความต้องการถือทองคำ และช่วยให้ราคาทองคำสามารถรีบาวด์ขึ้นกลับสู่ระดับก่อนเผชิญแรงขายได้ ซึ่งการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำดังกล่าวก็ช่วยชะลอการอ่อนค่าลงของเงินบาท

ส่วนเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways แม้ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะตัดสินใจลดดอกเบี้ยนโยบาย (Deposit Facility Rate) 25bps สู่ระดับ 2.25% ตามคาด พร้อมแสดงความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจจากผลกระทบของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ แต่เงินยูโร (EUR) กลับไม่ได้อ่อนค่าลง และยังคงแกว่งตัวในกรอบ Sideways 

 

แนวโน้มค่าเงินบาท

เราประเมินว่า เงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways ท่ามกลางปริมาณการทำธุรกรรมที่อาจเบาบางลง จากวันหยุดทำการของตลาดการเงินฝั่งสหรัฐฯ และยุโรป เนื่องในวันหยุด Good Friday โดยเงินบาทจะมีโซนแนวต้านแถวระดับ 33.40-33.50 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเรามองว่า อาจเป็นโซนที่ผู้เล่นในตลาดบางส่วนเพิ่มสถานะ Long THB (มองเงินบาทแข็งค่าขึ้น) ทำให้เงินบาทอาจต้องอ่อนค่าทะลุโซนดังกล่าวได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง จึงจะทำให้ผู้เล่นในตลาดดังกล่าวมีการปรับสถานะถือครอง ลดสถานะ Long THB ได้ นอกจากนี้ เรามองว่า เงินบาทอาจพอได้แรงหนุนบ้าง จากการรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำ ซึ่งอาจหนุนให้ผู้เล่นในตลาดต่างทยอยขายทำกำไรทองคำได้ ขณะที่โซนแนวรับอาจติดอยู่แถว 33.00-33.10 บาทต่อดอลลาร์ หากบรรยากาศระมัดระวังตัวของตลาดการเงินสหรัฐฯ และยุโรป ได้ส่งผลกดดันบรรยากาศในฝั่งตลาดการเงินเอเชียด้วยเช่นกัน อีกทั้ง เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดบางส่วน อย่างฝั่งผู้นำเข้า อาจรอทยอยเข้าซื้อเงินดอลลาร์บ้าง ในช่วงโซนแนวรับดังกล่าว

ท่ามกลางความผันผวนในตลาดการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงปีหน้าที่จะเผชิญกับ Trump’s Uncertainty ทำให้เรายังคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้

มุมมองการลงทุนทั่วโลก 

บรรดาผู้เล่นในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ต่างยังไม่กล้าเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงมากนัก เพื่อรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็เผชิญแรงกดดันจากแรงขายหุ้นธีม AI/Semiconductor อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Nvidia -2.9% รวมถึงแรงกดดันจากการปรับตัวลงหนักของหุ้น United Health -22.4% ที่รายงานผลประกอบการน่าผิดหวัง ทว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังพอได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน ตามทิศทางการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบในช่วงนี้ ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.13%

ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ย่อตัวลง -0.13% กดดันโดยแรงขายหุ้นธีม AI/Semiconductor โดยเฉพาะ ASML -1.7% รวมถึงแรงขายหุ้น Hermes -3.2% ที่รายงานผลประกอบการน่าผิดหวัง ทว่าตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนบ้างจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานและแนวโน้มการเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อประคองเศรษฐกิจ ท่ามกลางแรงกดดันจากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ 

ในส่วนตลาดบอนด์ แม้ว่าบรรยากาศในตลาดการเงินยังอยู่ในภาวะระมัดระวังตัว ทว่า ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดที่ส่งสัญญาณว่า เฟดยังไม่รีบปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อรอประเมินผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ให้แน่ชัด อีกทั้งรายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ของสหรัฐฯ ล่าสุด ก็ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงไม่รีบกลับเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวมากนัก ส่งผลให้ โดยรวมบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงแกว่งตัวแถวโซน 4.30%

ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยแรงกดดันต่อเงินดอลลาร์เริ่มชะลอลงบ้าง หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ทั้งนี้ บรรยากาศระมัดระวังตัวของตลาดกลับไม่ได้ช่วยหนุนเงินดอลลาร์มากนัก หลังเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) และทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ผู้เล่นในตลาดเลือกถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่าเงินดอลลาร์ ทำให้โดยรวมเงินดอลลาร์ยังคงแกว่งตัวแถวโซน 99.4 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 99.3-99.6 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ แรงขายทำกำไรทองคำ รวมถึงจังหวะการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้กดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย. 2025) มีจังหวะปรับตัวลงพอสมควร ก่อนที่จะสามารถรีบาวด์ขึ้นได้ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างต้องการถือทองคำเพื่อรับมือความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ หนุนให้ราคาทองคำสามารถกลับมาแกว่งตัวแถวโซน 3,320-3,330 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ทั้งนี้ ในช่วงวันศุกร์ ตลาดการเงินฝั่งยุโรปและสหรัฐฯ จะปิดทำการ เนื่องในวันหยุด Good Friday ทำให้ปริมาณการทำธุรกรรมอาจเบาบางลง