background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘มอร์นิ่งสตาร์‘ เปิดกองทุน ’ตัวท็อป‘ ประจำปี 2567 ผลงานโดดเด่น

‘มอร์นิ่งสตาร์‘ เปิดกองทุน ’ตัวท็อป‘ ประจำปี 2567 ผลงานโดดเด่น

ปี 2567 นับเป็นอีกหนึ่งปีทองของอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทย ทั้งในด้านอัตราการเติบโตของทรัพย์สิน, เงินลงทุนไหลเข้า, กองทุนออกใหม่

ปี 2567 นับเป็นอีกหนึ่งปีทองของอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทย ทั้งในด้านอัตราการเติบโตของทรัพย์สิน, เงินลงทุนไหลเข้า, กองทุนออกใหม่ และผลการดำเนินงานที่โดดเด่น

มอร์นิ่งสตาร์ ได้สรุปสุดยอด"กองทุนตัวท็อป" ของอุตสาหกรรมในแต่ละด้าน เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่กำลังพิจารณาลงทุนในกองทุนประเภทต่างๆสำหรับปี 2568 นี้

กองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม

 

กองทุน K-SF-A ของ บลจ.กสิกรไทย ยังคงรักษาตำแหน่งกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมไว้ได้อีกปีหนึ่ง ด้วยขนาดทรัพย์สินสุทธิโดยรวมกว่า 2 แสนล้านบาท ทิ้งห่างกองทุนอันดับ 2 เกือบเท่าตัว   

ตามมาด้วย K-SFPLUS ที่ได้ไต่อันดับแซงหน้ากองทุน B-TNTV ของ บลจ.บัวหลวง และ SCBSFFPLUS-A ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ที่เคยเป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 และ 3 ในปีก่อนหน้านี้  

โดยกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดทั้ง 10 อันดับนั้น ล้วนเป็นกองทุนในกลุ่มที่เน้นลงทุนตราสารหนี้ในประเทศทั้งสิ้น

‘มอร์นิ่งสตาร์‘ เปิดกองทุน ’ตัวท็อป‘ ประจำปี 2567 ผลงานโดดเด่น

หากไม่รวมกองทุนตราสารหนี้ในประเทศทั้ง 3 กลุ่ม (Money market, Short term bond และ Mid/Long Term Bond) กองทุน 10 อันดับแรกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดนั้นมีความหลากหลายทั้งด้านการลงทุน และประเภทกองทุน เช่น กลุ่ม Equity Large-Cap, Global Equity, Allocation เป็นต้น

สังเกตเห็นว่า 7 ใน 10 กองทุนนั้นล้วนเป็นกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษี ซึ่งมี บลจ.บัวหลวง ครองตำแหน่งกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ทั้งในกลุ่มกองทุน LTF (B-LTF) และ RMF (B-FLRMF)

ในขณะที่กองทุนทั่วไป มีกองทุน ES-GQG ของ บลจ.อีสท์สปริง ที่มีขนาด เกือบ 2.2 หมื่นล้านบาท และนับเป็นกองทุนเดียวในกลุ่ม Global Equity ที่ติดโผกองทุน 10 อันดับนี้

‘มอร์นิ่งสตาร์‘ เปิดกองทุน ’ตัวท็อป‘ ประจำปี 2567 ผลงานโดดเด่น กองทุน K-WPBALANCED จาก บลจ.กสิกรไทย เป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม Moderate Allocation ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท โดยในปีที่แล้วไม่มีกองทุนใดในกลุ่มนี้ติด 10 อันดับแรกได้ , กองทุน AIA-ES50 ของ บลจ.เอไอเอ เป็นกองทุน Equity Large-Cap ที่ไม่ใช่กองทุนลดหย่อนภาษีที่ใหญ่ที่สุด และเป็นกองทุนเดียวใน 10 อันดับแรก แซงกองทุน ES-SET50-A ของบลจ.อีสท์สปริงที่เคยครองแชมป์ปีที่แล้ว

กองทุนที่มีเงินไหลเข้า-ออกสูงที่สุด

กองทุนที่มีเงินไหลเข้าสูงสุดยังคงกระจุกตัวอยู่ในกองทุนตราสารหนี้ในประเทศ และเป็นกองทุนของ บลจ. เพียง 4 ราย ได้แก่ บลจ.กสิกรไทย, บลจ.เกียรตินาคินภัทร, บลจ.กรุงศรี และ บลจ.ไทยพาณิชย์ โดย บลจ.กสิกรไทยครองแชมป์จำนวนกองทุนที่มีเงินไหลเข้ามากที่สุด 5 กองทุน ซึ่งมีทั้งกองทุน K-SF-A ที่มีเงินไหลเข้าในปีที่ผ่านมาเกือบ 4.3 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีกองทุน K-WPBALANCED และ K-WPSPEEDUP ซึ่งเป็นเพียง 2 กองทุนในกลุ่มที่ไม่ใช่กองทุนประเภทตราสารหนี้ และติดอันดับกองทุนที่มีเงินไหลเข้าสูงที่สุด

ในทางตรงกันข้าม กองทุนที่มีเงินไหลออกสูงสุดค่อนข้างมีความหลากหลาย โดยมีทั้งกองทุนในกลุ่มตราสารหนี้, กองทุนหุ้นไทย และกองทุนหุ้นต่างประเทศ โดยในกลุ่มกองทุนที่มีเงินไหลออกสูงสุด 10 อันดับแรก เป็นกองทุน LTF ถึง 3 กองทุน ได้แก่ กองทุน B-LTF, BLTF75 และ SCBLT1 ซึ่งทั้ง 3 กองทุนเป็นกองทุนที่ติดอันดับกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรกที่ไม่ใช่กองทุนตราสารหนี้ในประเทศ

‘มอร์นิ่งสตาร์‘ เปิดกองทุน ’ตัวท็อป‘ ประจำปี 2567 ผลงานโดดเด่น

หากวิเคราะห์เฉพาะในกลุ่มกองทุนหุ้น พบว่ากองทุนที่มีเงินไหลเข้าสูงสุด 10 อันดับแรกล้วนเป็นกองทุนหุ้นต่างประเทศทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นกองทุนในกลุ่ม Global Equity ถึง 5 กองทุน รองลงมา คือกองทุน US Equity และ Vietnam Equity ตามลำดับ

ทั้งนี้ กองทุนที่มีเงินเข้ามากที่สุดในกลุ่ม คือ กองทุน SCBVNALPHA ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ซึ่งมีกลยุทธ์เน้นลงทุนในหุ้นเวียดนาม โดยมีเงินไหลเข้าเกือบ 8 พันล้านบาท, รองลงมา คือ กองทุน K-GLOBE ของ บลจ.กสิกรไทย ซึ่งเป็นกองทุน Global Equity ที่มีเงินไหลเข้าสูงที่สุด  4.7 พันล้านบาท และกองทุน K-US500X-A(A) ของ บลจ.กสิกรไทยอีกเช่นกัน นับเป็นกองทุนหุ้นสหรัฐฯที่มีเงินไหลเข้าสูงสุด เกือบ 3 พันล้านบาท ในขณะที่กองทุน SCBSEMI(A) ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ เป็นกองทุนกลุ่มอุตสาหกรรมกองทุนเดียวที่ติดในกลุ่ม โดยมีเงินไหลเข้าในปีที่ผ่านมาราว 2.4 พันล้าน

‘มอร์นิ่งสตาร์‘ เปิดกองทุน ’ตัวท็อป‘ ประจำปี 2567 ผลงานโดดเด่น

กองทุนออกใหม่ยอดฮิต

ในปี 2567 มีกองทุนออกใหม่รวมถึงกองทุนที่มีการแตกชนิดหน่วยลงทุนใหม่ รวมกันเป็นจำนวนกว่า 300 กองทุน (ไม่รวมกองทุนประเภท Fix term) โดยกองทุนออกใหม่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 4 อันดับแรกเป็นกองทุนเดียวกันกับกองทุนที่มีเงินไหลเข้ามากที่สุด 4 อันดับแรก นำโดย กองทุน SCBVNALPHA ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ซึ่งมีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นเวียดนาม โดยมีขนาดกองทุน ณ สิ้นปี 2567 ที่ 8.4 พันล้านบาท และมีเงินไหลเข้าตลอดทั้งปีรวมประมาณ 7.9 พันล้านบาท นอกจากนี้ บลจ.ไทยพาณิชย์ ยังมีกองทุนติดอันดับอีก 1 กองทุน คือ กองทุน SCBDBOND(A) ซึ่งเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนตราสารหนี้ในประเทศ

ทั้งนี้ กองทุนทั้ง 5 อันดับมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหุ้นเวียดนาม (SCBVNALPHA), กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ (BCAP-DHSL), กองทุนตราสารหนี้ในประเทศ (SCBDBOND(A) และ B-ST), กองทุนหุ้นทั่วโลก (TGQUALITY-A) และกองทุนที่เน้นลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (MBTCETF-UI)

นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าสังเกตว่ามีกองทุนสำหรับผู้ลงทุนที่ไม่ใช่รายย่อยติดอันดับถึง 2 กองทุน คือ SCBVNALPHA และ MBTCETF-UI แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตของนักลงทุนในกลุ่มนี้

‘มอร์นิ่งสตาร์‘ เปิดกองทุน ’ตัวท็อป‘ ประจำปี 2567 ผลงานโดดเด่น

กองทุนที่มีผลตอบแทนสูงที่สุด

หากพิจารณาในภาพรวมทั้งอุตสาหกรรม กองทุน 5 อันดับแรกที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในปี 2567 ล้วนมีการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

กองทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงสุด คือ กองทุน LHESPORT ของ บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีผลตอบแทน 40.51% ในปีที่ผ่านมา ใกล้เคียงกับกองทุนอันดับ 2 อย่าง DAOL-PLAY ของ บลจ.ดาโอ ซึ่งลงทุนในกองทุนหลักเดียวกัน คือ VanEck Vectors Video Gaming and eSports ETF

‘มอร์นิ่งสตาร์‘ เปิดกองทุน ’ตัวท็อป‘ ประจำปี 2567 ผลงานโดดเด่น นอกจากนี้ กองทุนที่สร้างผลตอบแทนได้สูงที่สุดในแต่ละ Morningstar category 10 อันดับแรก ยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระดับ 20% ขึ้นไป โดยส่วนใหญ่ยังคงเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ทั้งในตลาดพัฒนาแล้ว และตลาดเอเชีย รวมถึงกลุ่มที่เน้นเจาะจงเป็นรายอุตสาหกรรม อีกทั้งยังมีกองทุนในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์อย่างเช่นทองคำ ติดในกลุ่มกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดเช่นกัน

‘มอร์นิ่งสตาร์‘ เปิดกองทุน ’ตัวท็อป‘ ประจำปี 2567 ผลงานโดดเด่น