background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

อัปเดต! รายได้จาก 'โทเคนดิจิทัล' ยกเว้นภาษี อย่างไร

อัปเดต! รายได้จาก 'โทเคนดิจิทัล' ยกเว้นภาษี อย่างไร

ทำความรู้จักกับ "โทเคนดิจิทัล" รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการ ยกเว้นภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา ว่ามีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง

ในยุคที่ใครๆ ต่างก็สนใจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นตระกูล "คริปโทเคอร์เรนซี" หรือแม้แต่ "โทเคนดิจิทัล" เพราะถือเป็นช่องทางหนึ่งในการสร้างรายได้จากการเก็งกำไรเมื่อขายสินทรัพย์ดิจิทัลนี้

แน่นอนว่าเมื่อมีรายได้หรือได้กำไรจากการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าว ก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษีด้วยนั่นเอง

โดยล่าสุดได้มีประกาศใช้พระราชกฤษฎีกา ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดา สำหรับเงินส่วนแบ่งของกำไรหรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันที่ได้จากการถือหรือครอบครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน

ซึ่งเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ เนื่องจากโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการระดมทุน มีลักษณะคล้ายกับหลักทรัพย์ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามมาตรฐานที่ใกล้เคียงกัน

แต่ปัจจุบันเงินส่วนแบ่งของกำไรหรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันที่ได้จากการถือหรือครอบครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนต้องถูก หักภาษี ณ ที่จ่าย และผู้มีเงินได้ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย

ดังนั้น จึงสมควรยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ผู้มีเงินได้ ซึ่งได้รับเงินส่วนแบ่งของกำไรหรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันที่ได้จากการถือหรือครอบครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน

วันนี้ไปทำความรู้จักกับ "โทเคนดิจิทัล" กันแบบลึกซึ้ง รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาว่ามีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง ได้จากบรรทัดต่อจากนี้

โทเคนดิจิทัล คืออะไร

โทเคนดิจิทัล คือ (Digital Token) เป็นหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอกนิกส์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นหน่วยในการลงทุน โดยการแปลงสินทรัพย์ที่มีอยู่จริง อย่างเช่นอสังหาริมทรัพย์หรือที่ดินให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล และผู้ถือโทเคนก็จะได้รับส่วนแบ่งรายได้ กำไร ตามเงื่อนไขที่ผู้ออกโทเคนดิจิทัลกำหนดไว้

รวมถึงสิทธิประโยชน์จากการได้สินค้าและบริการ หรือสิทธิอื่นๆ ที่ได้ เช่น ส่วนลดการใช้บริการ การใช้บริการฟรี หรือสิทธิพิเศษอื่นๆ โดยผู้ลงทุนสามารถเข้ามาถือครองโทเคนดิจิทัลได้ผ่านการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (Initial Coin Offering (ICO))

ทั้งนี้ โทเคนดิจิทัลสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

1. Investment Token คือ โทเคนดิจิทัลที่ให้สิทธิในการร่วมลงทุนในโครงการ และได้รับผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ เช่น ได้รับส่วนแบ่งรายได้ หรือได้รับผลตอบแทนคล้ายตราสารหนี้

ซึ่งการออกเสนอขาย Investment Token หรือที่เรียกว่า Initial Coin Offering (ICO) ผู้ระดมทุนต้องได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. รวมถึงต้องยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (แบบ filing) และร่างหนังสือชี้ชวน และต้องเสนอขายผ่านผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO portal) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อให้มีการคุ้มครองผู้ลงทุนที่เพียงพอเหมาะสม ผู้ลงทุนมีข้อมูลที่เพียงพอต่อการตัดสินใจลงทุน และเป็นไปในทางเดียวกับการออกเสนอขายหลักทรัพย์ที่มีลักษณะคล้ายกัน ไม่มีความเหลื่อมล้ำในการกำกับดูแล

2. Utility Token คือ เป็นโทเคนดิจิทัลที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการได้รับสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นๆ ที่เฉพาะเจาะจง โดยแบ่งเป็นแบบไม่พร้อมใช้ (Utility Token) และแบบพร้อมใช้ (Utility Token)

(ข้อมูลจาก : กรุงเทพธุรกิจ)

 

รายได้จาก "โทเคนดิจิทัล" ยกเว้นภาษีเงินได้

ประกาศใช้พระราชกฤษฎีกา ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดา สำหรับเงินส่วนแบ่งของกำไรหรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันที่ได้จากการถือหรือครอบครอง "โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน"

โดยในพระราชกฤษฎีกานี้ "โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน" หมายความว่า โทเคนดิจิทัลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดสิทธิของบุคคลในการเข้าร่วมลงทุนในโครงการหรือกิจการใดๆ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

ผู้มีเงินได้ซึ่งได้รับเงินส่วนแบ่งของกำไรหรือผลประโยชน์อื่นในลักษณะเดียวกับที่ได้จากการถือหรือครอบครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนตามมาตรา 40(4)(ช) แห่งประมวลรัษฎากร และผู้จ่ายเงินได้ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว ตามมาตรา 50(2) แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตราร้อยละ 15 ของเงินส่วนแบ่งของกำไรหรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกัน เมื่อถึงกำหนดยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมิน ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินส่วนแบ่งของกำไรหรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้

ทั้งนี้ ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเฉพาะเงินส่วนแบ่งของกำไร หรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2567 และเฉพาะกรณีที่ผู้มีเงินได้ไม่ขอรับภาษีที่ถูกหักไว้คืน หรือไม่ขอเครดิตภาษีที่ถูกหักไว้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

สรุป...ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเมื่อมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

จากประกาศใช้พระราชกฤษฎีกา การให้ยกเว้นภาษีเงินได้แก่บุคคลธรรมดา ไม่ต้องนำเงินส่วนแบ่งของกำไรหรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ได้นั้น จะต้องมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และไม่ขอรับภาษีที่ถูกหักไว้คืน หรือไม่ขอเครดิตภาษีที่ถูกหักไว้นั่นเอง

 

อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษีเพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting