background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ผู้ประกันตนต้องรู้! ลาป่วยเกิน 30 วัน สามารถขอรับเงินจากประกันสังคมได้ด้วย

ผู้ประกันตนต้องรู้! ลาป่วยเกิน 30 วัน สามารถขอรับเงินจากประกันสังคมได้ด้วย

มีประกันสังคมต้องทราบ สำหรับผู้ประกันตน ม.33 ม.39 และ ม.40 กรณีลาป่วย ต้องขาดงานเกิน 30 วัน สามารถขอรับเงินทดแทนการขาดรายได้ เงื่อนไขเป็นอย่างไร อ่านที่นี่

สำหรับ ผู้ประกันตน ม.33 ม.39 และ ม.40 เมื่อได้รับสิทธิการเป็นผู้ประกันตนแล้ว ย่อมมีสิทธิได้รับค่าส่งเสริมเรื่องสุขภาพและป้องกันโรคภัยต่างๆ รวมถึงความคุ้มครองในความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะไม่สามารถกลับมาปฏิบัติงานได้ในเร็ววัน ทางผู้ประกันตนยังสามารถได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้จากประกันสังคมด้วย

โดยผู้ประกันตนแต่ละมาตรา จะมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใน การขอเงินทดแทนการขาดรายได้ และ เอกสารขั้นตอนการขอรับเงินทดแทนที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถอธิบายเจาะลึกได้ดังต่อไปนี้​​​

การขอเงินทดแทนการขาดรายได้ ผู้ประกันตนมาตรา ม.33

กรณีที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 (ม.33) มีการลาป่วยเกิน 30 วัน ทางประกันสังคมมีเงินทดแทนการขาดรายได้ให้ ซึ่งผู้ประกันตนสามารถเบิกเงินทดแทนการขาดรายได้ได้ โดยมีเงื่อนไขและรายละเอียดดังนี้

1.ต้องส่งเงินสมทบอย่างน้อย 3 เดือน ภายใน 15 เดือน ก่อนวันที่เจ็บป่วย

2.รับเงินทดแทนการขาดรายได้ได้ 50% ของเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท

3.เบิกได้ไม่เกิน 90 วัน สูงสุดไม่เกิน 180 วัน ยกเว้นโรคเรื้อรังไม่เกิน 365 วัน

เอกสารที่ใช้เพื่อขอรับเงินทดแทนการขาดรายได้ สำหรับ ม.33

​1.แบบคำขอประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01)
​2.บัตรประจำตัวประชาชน
​3.สำเนาบัตรประกันสังคม (ต่างชาติ/ต่างด้าว)
​4.สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) หรือสำเนาหนังสือเดินทางชั่วคราว หรือเอกสารรับรองบุคคลที่ทางราชการออกให้ (ต่างชาติ/ต่างด้าว)
​5.ใบรับรองแพทย์ตัวจริงที่ระบุวันหยุดงาน
​6.หนังสือรับรองของนายจ้าง
​7.สถิติวันลาป่วยที่เกี่ยวข้อง
​8.กรณีเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุลให้แนบสำเนาเอกสารใบเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุลด้วย
​9.สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร ประเภทออมทรัพย์หน้าแรกที่มีชื่อและเลขที่บัญชี

การขอเงินทดแทนการขาดรายได้ ผู้ประกันตนมาตรา 39

กรณีที่ผู้ประกันตนมาตรา 39 (ม.39) มีการลาป่วยเกิน 30 วัน ทางประกันสังคมมีเงินทดแทนการขาดรายได้ให้ ซึ่งผู้ประกันตนสามารถเบิกเงินทดแทนการขาดรายได้ได้ โดยมีเงื่อนไขและรายละเอียดดังนี้

1.ต้องส่งเงินสมทบอย่างน้อย 3 เดือน ภายใน 15 เดือน ก่อนวันที่เจ็บป่วย

2.รับเงินทดแทนการขาดรายได้ได้ 50% คิดจากอัตราการนำส่งเงินสมทบ 4,800 บาท

3.เบิกได้ไม่เกิน 90 วัน สูงสุดไม่เกิน 180 วัน ยกเว้นโรคเรื้อรังไม่เกิน 365 วัน

เอกสารที่ใช้เพื่อขอรับเงินทดแทนการขาดรายได้ สำหรับ ม.39

1.แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01)
​2.บัตรประจำตัวประชาชน
​3.สำเนาบัตรประกันสังคม (ต่างชาติ/ต่างด้าว)
​4.สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) หรือสำเนาหนังสือเดินทางชั่วคราว หรือเอกสารรับรองบุคคลที่ทางราชการออกให้ (ต่างชาติ/ต่างด้าว)
​5.ใบรับรองแพทย์ตัวจริงที่ระบุวันหยุดงาน
​6.กรณีเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุลให้แนบสำเนาเอกสารใบเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุลด้วย
​7.สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ประเภทออมทรัพย์หน้าแรกที่มีชื่อและเลขที่บัญชี

การขอเงินทดแทนการขาดรายได้ ผู้ประกันตนมาตรา 40

กรณีผู้ประกันตนมาตรา 40 (ม.40) มีการลาป่วยเกิน 30 วัน ทางประกันสังคมมีเงินทดแทนการขาดรายได้ให้ ซึ่งผู้ประกันตนสามารถเบิกเงินทดแทนการขาดรายได้ได้ โดยมีเงื่อนไขคือต้องส่งเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 3 เดือน ภายในระยะเวลา 4 เดือน และมีรายละเอียดดังนี้

ผู้ป่วยใน

- ทางเลือกที่ 1 รับเงินทดแทน 300 บาท / วัน
- ทางเลือกที่ 2 รับเงินทดแทน 300 บาท / วัน
- ทางเลือกที่ 3 รับเงินทดแทน 300 บาท / วัน

ผู้ป่วยนอกที่พักรักษาตัว

- ทางเลือกที่ 1 รับเงินทดแทน 200 บาท / วัน
- ทางเลือกที่ 2 รับเงินทดแทน 200 บาท / วัน
- ทางเลือกที่ 3 รับเงินทดแทน 200 บาท / วัน

ผู้ป่วยนอกที่ไม่ต้องพักฟื้นรักษาตัว

- ทางเลือกที่ 1 รับเงินทดแทน 50 บาท / วัน
- ทางเลือกที่ 2 รับเงินทดแทน 50 บาท / วัน
- ทางเลือกที่ 3 ไม่ได้รับเงินทดแทน

ทั้งนี้ หากเป็นทางเลือกที่ 1 และ  2 สามารถรับเงินได้สูงสุด 30 วัน ส่วนทางเลือกที่ 3 สามารถรับเงินได้สูงสุด 90 วัน

เอกสารที่ใช้เพื่อขอรับเงินทดแทนการขาดรายได้ สำหรับ ม.40

1.แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตน ม.40 (สปส.2-01/ม.40)
2.บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา
3.ใบรับรองแพทย์ตัวจริง หรือสำเนาเวชระเบียน (ต้องให้เจ้าหน้าที่เวชระเบียนเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง พร้อมประทับตราสถานพยาบาล)
4.สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ประเภทออมทรัพย์หน้าแรกที่มีชื่อและเลขที่บัญชี

สรุป...ขั้นตอนการยื่นขอเงินทดแทนลาป่วยเกิน 30 วัน
ผู้ประกันตนที่ลาป่วยเกิน 30 วัน ก่อนจะยื่นขอรับเงินทดแทนการขาดรายได้จากประกันสังคม จะต้องเตรียมเอกสารที่กำหนดให้ครบ และตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วน

จากนั้นสามารถยื่นเอกสารได้ 2 ช่องทาง คือยื่นเอกสารที่สำนักงานประกันสังคม กรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ไปยังสำนักงานประกันสังคม จากนั้นรอรับเงิน ผ่านช่องทางต่างๆ ที่ผู้ประกันตนได้ยื่นข้อมูลไว้
โดยสามารถเช็กเอกสารสำหรับผู้ประกันตนแต่ละมาตราได้ที่เว็บไซต์ sso

 

 

 

อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษีเพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting