background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เปิดแชมป์ ’กองทุน‘ 10 อันดับ รีเทิร์นแจ่ม สวนกระแสตลาดปี66 ผันผวน

เปิดแชมป์ ’กองทุน‘ 10 อันดับ รีเทิร์นแจ่ม สวนกระแสตลาดปี66 ผันผวน

ผ่านไปแล้วกับ ตลาดการลงทุนทั่วโลกในปี 2566 เป็นปีที่มีความท้าทายกับความไม่แน่นอนมากมาย ทั้งภาวะอัตราดอกเบี้ยระดับสูงทั่วโลก ระดับเงินเฟ้อสูง วิกฤตธนาคารในสหรัฐ และความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์

Key Points: 

  • ปี66 มีสินทรัพย์ดีๆ กระจายอยู่ในหลายส่วนของโลก นำโดยดัชนี NASDAQ ผลตอบแทน +44.26% รองมาเป็น ญี่ปุ่น ดัชนี NIKKEI 225 ผลตอบแทน +29.07% ส่วน  ดัชนี SET ทรุด -15.15%  รั้งท้ายสุดในโลก
  • กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Thematic Trigger 3 (SCBGTTG3) มีผลตอบแทน 34.97% สูงสุดในปี 66
  • กองทุน "หุ้นญี่ปุ่น" ให้ผลตอบแทนสุดแจ่มและมีจำนวนมากสุด 5 กองทุน จาก 10 กองทุน ผลตอบแทนสูงสุดในปี 66
  • มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) ส่องแนวทางการลงทุนในปี 67 เห็นโอกาสลงทุนหุ้นในบางอุตสาหกรรมและในบางประเทศ คาดให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดโดยรวม 

 

เปิดแชมป์ ’กองทุน‘ 10 อันดับ รีเทิร์นแจ่ม สวนกระแสตลาดปี66 ผันผวน

ขณะที่ภาพตลาดหุ้นไทยปี 2566 ดัชนี SET ทรุด -15.15% ปิดระดับ 1415.85 จุด รั้งท้ายสุดในโลก ขณะที่เมื่อเทียบผลตอบแทนกับตลาดหุ้นทั่วโลก นำโดยสหรัฐอเมริกา ดัชนี NASDAQ ผลตอบแทน +44.26% รองมาเป็น ญี่ปุ่น ดัชนี NIKKEI225 ผลตอบแทน +29.07% 

นอกจากนี้ ยังมีสินทรัพย์ดีๆ กระจายอยู่ในหลายส่วนของโลก  หากพอร์ตลงทุนมีการกระจายการลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก ช่วยลดความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนการลงทุนเป็นบวกท่ามกลางความผันผวนได้

สะท้อนยัง กองทุน”ที่มีผลตอบแทนสูงสุด10 อันดับในปี2566 โดยข้อมูลจาก “มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)”  ณ 28 ธ.ค.2566 พบว่า

อันดับ 1  กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Thematic Trigger 3 (SCBGTTG3) มีผลตอบแทน 34.97%

อันดับ 2 กองทุนเปิดกรุงศรีไพรเวท แคปปิตอลระยะยาว (KFLTPC-UI) มีผลตอบแทน 30.76%

อันดับ 3 กองทุนเปิดทหารไทย Japan Active Equity (TMBJPNAE) มีผลตอบแทน 19.80%

อันดับ 4 กองทุนเปิดธนซาตเจแปน อิควิตี้

(T-JapaneQ) มีผลตอบแทน 19.66%

อันดับ 5 กองทุนเปิดธนชาต Global Equity Fund

(T-GlobalEQ) มีผลตอบแทน 17.44%

อันดับ 6 กองทุนเปิดเค เจแปน หุ้นทุน เพื่อการเลี้ยงชีพ (KJPRMF) มีผลตอบแทน 17.43%

อันดับ 7 กองทุนเปิดธนชาต Global Equity เพื่อการเลี้ยงชีพ (T-GlobalEQRMF) มีผลตอบแทน 17.33%

อันดับ 8 กองทุนเปิดเค ญี่ปุ่น หุ้นทุน (K-JP-A(D)) มีผลตอบแทน  17.13%

อันดับ9 กองทุนเปิด เจแปน สมอล แอนด์ มิดแคป ฟันด์ (JSM) มีผลตอบแทน 15.31%

อันดับ 10 กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เจแปน สมอล แอนด์ มิดแคป ฟันด์ (UOBSJSM) มีผลตอบแทน 15.29%

โดยในจำนวนนี้ "หุ้นญี่ปุ่น" โดดเด่น มีถึง 5 กองทุน ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด หนึ่งกระแสลมที่ช่วยโหมให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นคึกคักขึ้นมาอีกก็คือ การที่นักลงทุนระดับโลกอย่างปู่ Warren Buffett ได้เพิ่มการลงทุนผ่าน Berkshire Hathaway ในญี่ปุ่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะใน 5 หุ้นที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนั้นเอง 

ส่วนการลงทุนในปี 2567 จะมีแนวทางอย่างไรนั้น“นักวิเคราะห์ มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) “ มีมุมมองว่า สำหรับ “ตลาดหุ้น”ยังเห็นโอกาสลงทุนในบางอุตสาหกรรมในบางประเทศที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดโดยรวมใจ

โอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นที่แนะนำในปี 2567

1.หุ้นขนาดเล็กมีความน่าสนใจมากที่สุดสำหรับในกลุ่มของหุ้นที่ปัจจุบันมูลค่าตลาดยังต่ำกว่าที่ควรจะเป็นหรือเคยเป็นหุ้นที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา

2.หุ้นธนาคาร รวมถึงกลุ่มสื่อสาร กลุ่มสุขภาพ และกลุ่มสาธารณูปโภค คืออุตสาหกรรมที่น่าลงทุน

3.ตลาดหุ้นในอังกฤษและในตลาดเกิดใหม่ หุ้นเทคโนโลยีในจีน แม้มีความผันผวนมากแต่ก็น่าลงทุน

4.การลงทุนใน Second-derivative artificial intelligence ในตลาดอเมริกา

โอกาสการลงทุนในตลาดหนี้ที่แนะนำในปี 2567

1.ลงทุนในตราสารที่ให้ผลตอบแทนที่แท้จริงเป็นบวก เช่น ตราสารหนี้ในประเทศพัฒนาแล้วเนื่องจากมีอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากแล้วโดยเฉพาะตราสารหนี้อายุสั้นที่ยังให้ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารอายุยาว (Inverted yield curve) การลงทุนใน Mortgage-backed securities เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในภาคอสังหาริมทรัพย์อยู่ในระดับที่สูงมากและระดับราคาน่าสนใจ การลงทุนในตราสารหนี้ประเทศเกิดใหม่เนื่องจากให้ผลตอบแทนที่สูงจากอัตราดอกเบี้ยและค่าเงิน และลงทุนใน Inflation-linked bonds

2.ลงทุนในตราสารหนี้อายุสั้น เนื่องจากปัจจุบันให้อัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าตราสารระยะยาว หรืออยู่ในภาวะ Inverted yield curve แต่ก็มีความเสี่ยงจากการที่ต้องลงทุนใหม่โดยอาจได้รับผลตอบแทนน้อยกว่าเดิมได้เนื่องจากแนวโน้มดอกเบี้ยที่ต่ำลงในอนาคต ซึ่งต่างจากการลงทุนในตราสารระยะยาวที่สามารถ Lock ผลตอบแทนที่กำหนดให้คงอยู่ได้ยาวนานกว่า

3.ให้น้ำหนักการลงทุนที่มากในตราสารภาครัฐ แม้ว่าตราสารหนี้เอกชนจะให้ผลตอบแทนที่สูงมากกว่าก็ตาม แต่เนื่องจากส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนของตราสารภาครัฐและเอกชนเริ่มแคบลงจากช่วงก่อนหน้า (Credit spreads)