background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

ออมสินโชว์ธุรกิจเพื่อสังคมสร้างความยั่งยืน ดันกำไรปีนี้พุ่ง 3.3 หมื่นล้าน

ออมสินโชว์ธุรกิจเพื่อสังคมสร้างความยั่งยืน ดันกำไรปีนี้พุ่ง 3.3 หมื่นล้าน

ออมสินโชว์ธุรกิจเพื่อสังคมสร้างผลตอบแทนยั่งยืน ดันปีนี้กำไรพุ่งกว่า 3.3 หมื่นล้าน หลังนำปัญหาสังคมไปใส่ในทุกโปรดักส์การเงิน ช่วยขยายฐานลูกค้าและธุรกิจได้กว้างขึ้น เผยปีหน้าผุดธุรกิจนอนแบงก์ คลอดมาตรการช่วยแก้หนี้ในและนอกระบบ

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสินเปิดเผยว่า ในปีนี้ ผลกำไรสุทธิของธนาคารจะสูงถึง 3.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่กำไรสุทธิอยู่ที่กว่า 2.7 หมื่นล้านบาท และสูงกว่าช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิดที่อยู่ในระดับกว่า 2 หมื่นล้านบาท

โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นนั้น ไม่ได้เกิดการจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ แต่มาจาก 2 ส่วนสำคัญ คือ การตัดลดค่าใช้จ่ายปีละ 1 หมื่นล้านบาท และ การเดินนโยบายช่วยเหลือสังคม ซึ่งเป็นการขยายฐานลูกค้าของธนาคารไปในตัว โดยในส่วนฐานลูกค้ารายย่อยนั้น ได้เพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านราย จาก 1.57 ล้านรายใน 2 ปีก่อน เป็น 3.57 ล้านคนในปีนี้ ขณะที่ หนี้เสียของธนาคารยังอยู่ในระดับที่ต่ำราว 3% ของสินเชื่อคงค้าง อย่างไรก็ดี ธนาคารได้ตั้งสำรองเพิ่มไปแล้วกว่า 5 หมื่นล้านบาท

เขากล่าวว่า ผลกำไรที่เพิ่มขึ้นนั้น สะท้อนว่า แนวนโยบายการช่วยเหลือสังคมผ่านโปรดักส์ทางการเงินต่างๆของธนาคาร หรือที่เรียกว่า Creating Shared Value หรือ CSV  เป็นแนวทางที่ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจและความยั่งยืนให้แก่ธนาคาร และ รวมถึงทุกภาคธุรกิจ ซึ่งจากเดิมภาคธุรกิจและธนาคารเองจะช่วยเหลือสังคมผ่านโครงการที่เรียกว่า Corporate Social Responsibility หรือ CSR ซึ่งเป็นโครงการระยะสั้นและไม่ช่วยต่อยอดธุรกิจหรือสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจและสังคมได้มากนัก

“เราจะเอาปัญหาสังคมไปใส่ในทุกโปรดักส์ทางการเงินของธนาคาร ยกตัวอย่าง เรื่องของสินเชื่อ ซึ่งก็มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน และการเข้าถึงแหล่งเงินของประชาชน เราก็ไปทำตลาดเรื่องจำนำทะเบียนรถ ช่วยลดดอกเบี้ยในตลาดจากที่ประมาณ 28% เหลือ 18% ออกโปรดักส์สินเชื่อมีที่มีเงิน และปีหน้าเราจะตั้งบริษัทลูกทำธุรกิจนอนแบงก์ ดอกเบี้ยจะลดลงจาก 33% เหลือประมาณ 28% สิ่งเหล่านี้ เราทำมาตลอด 3 ปี รวมกว่า 60 โครงการ จะช่วยเหลือสังคมได้มากขึ้นกว่า 3 ล้านราย ทำให้ฐานลูกค้ารวมของเราใหญ่ขึ้น”

นอกจากนี้ ผลกำไรที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้เกิดจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร โดยยืนยันจะตรึงอัตราดอกเบี้ยให้นานถึงสิ้นปี 2566 จากนั้น จะดูสถานการณ์อีกครั้ง หากเงินฝากตึงตัวมากๆ ก็จะต้องดูสถานการณ์แข่งขันของเงินฝากประกอบการพิจารณาด้วย เนื่องจาก ต้นทุนหลักธนาคาร คือ เงินฝาก ทั้งนี้ โครงสร้างอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของออมสิน ถือว่า ต่ำกว่าระดับทั่วไปค่อนข้างมาก แม้ว่า ลูกหนี้รายย่อยจะมีความเสี่ยงสูง ซึ่งหากธนาคารต้องการกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้สะท้อนถึงความเสี่ยงของธนาคาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้ารายย่อย ธนาคารจะต้องปรับอัตราดอกเบี้ยโดยเฉลี่ยขึ้นอีก 0.50  ถึง 0.75 %  แต่ธนาคารยังไม่ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นตามความเสี่ยงดังกล่าว

การที่กำไรเพิ่มขึ้นมา ไม่ได้มาจากขึ้นดอกเบี้ย โดยธนาคารได้ตรึงอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ครึ่งหลังปี 65 จนถึงปัจจุบัน และรวมทั้ง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ด้วย ซึ่งการตรึงดอกเบี้ยดังกล่าว ทำให้ออมสินสูญรายได้ จึงได้มีการหารายได้ส่วนอื่นมาชดเชย ได้แก่ การขยายขอบเขตธุรกิจในการช่วยคน โดยการเข้าไปทำธุรกิจใหม่ ลดอัตราดอกเบี้ยให้ และให้กลุ่มฐานรากเขาสู่ระบบสินเชื่อ เป็นต้น และเรายังลดต้นทุนอย่างรุนแรง จึงทำให้กำไรของออมสินเพิ่มขึ้นทุกปี”

เขากล่าวอีกว่า ในต้นปีหน้า ธนาคารจะดำเนินธุรกิจนอนแบงก์ ซึ่งอยู่ในระหว่างการขอใบอนุญาตดำเนินธุรกิจจากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยธุรกิจสินเชื่อนอนแบงก์จะสามารถรับความเสี่ยงได้มากกว่าธุรกิจธนาคารตามปกติ ซึ่งหมายความว่า จะสามารถดึงคนที่เครดิตต่ำหรือไม่มีเครดิต ที่ไม่สามารถกู้จากสถาบันการเงินตามปกติได้ สามารถมาขอกู้จากนอนแบงก์ได้ ซึ่งทำให้คนเหล่านั้น ไม่ต้องหันไปกู้เงินนอกระบบซึ่งอัตราดอกเบี้ยสูงมาก

สำหรับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ผ่านการเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ในระบบและนอกระบบนั้น เขากล่าวว่า ธนาคารก็จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา โดยธนาคารได้เสนอแนวทางในการเข้าไปช่วยเหลือแล้ว ส่วนรัฐบาลจะพิจารณาในแนวทางใด ต้องรอความชัดเจน ซึ่งเข้าใจว่า รัฐบาลจะประกาศในเร็วๆนี้