ไทยพาณิชย์ชี้ ปัญหาระบบล่ม จาก core banking เดิมล้าหลัง ใช้มาแล้วกว่า 30 ปี ย้ำอยู่ระหว่างพัฒนาระบบใหม่ เชื่อปัญหาระบบล่มน้อยลงต่อเนื่อง
นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์กล่าวว่า ปัญหาระบบล่มที่เกิดขึ้น ถือเป็นสิ่งที่แบงก์กังวล แต่เชื่อว่าทุกแบงก์ก็ประสบปัญหามาแล้วเช่นเดียวกัน
สาเหตุหลักๆมาจาก ระบบของแบงก์ไทยส่วนใหญ่ เป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานดั้งเดิม ที่ใช้มาแล้วกว่า 30 ปี และไม่ได้ถูกพัฒนาให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
สิ่งที่แบงก์ทำคือ การสร้างระบบใหม่ๆขึ้นมาเพื่อเสริมกับระบบเดิม แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็ยังไม่หายไป
ดังนั้นสิ่งที่ธนาคารพยายามทำคือ การดึงระบบทั้งหมดออกมากาง เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมด และเห็นปัญหาที่เกี่ยวโยงกับระบบ Core Banking ส่งผลให้เห็นปัญหาระบบแบงก์ล่มลดลงต่อเนื่อง
นายอรพงศ์ เทียนเงิน เป็นผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Technology ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปัญหาระบบล่มบน SCB EASY ของธนาคารเช้านี้ น่าจะมาจากระบบการเช็กข้อมูลคนที่อยู่ในระบบแบล็กลิสต์ ที่มีผลกระทบต่อระบบ Payment Gateway หรือทำให้ระบบข้างเคียงมีปัญหา แต่ปัจจุบันได้สามารถแก้ไข เพื่อทำให้ระบบกลับมาดำเนินการได้ตามปกติแล้ว
อย่างไรก็ตาม หากดูปัญหาระบบล่มของธนาคาร ถือว่าลดลงต่อเนื่อง หากเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ทั้งจำนวนครั้ง และระยะเวลาล่มที่ลดลงต่อเนื่อง แต่ต้องยอมรับว่า ระบบหลัก ( Core Banking )ของธนาคารบางส่วนยังเป็นระบบเดิม ดังนั้นในช่วงการเปลี่ยนผ่าน หรือการสร้าง Core Banking ใหม่ในระบบข้างหน้า การใช้บริการอาจมีสะดุดบ้างบางช่วง แต่จะลดลด จากประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาที่รวดเร็วมากขึ้น
“วันนี้เรามีระบบภายในกว่า 700ระบบ ที่เราพยายามทำให้ระบบเหล่านี้ลดลง และหากเทียบปัญหาที่เราเจอ ช่วง มี.ค.ที่ผ่านมา เราเจอปัญหาในการให้บริการถึง 2,700ครั้ง แต่ต.ค.นี้ ลดลงเหลือเพียง 500 ครั้ง ดังนั้นแง่ปริมาณลดลงต่อเนื่อง สอดคล้องกับสถิติแบงก์ล่มที่ลดลง หากเทียบกับอดีต”





