วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คําถาม-คำตอบเรื่องนโยบายการเงิน | บัณฑิต นิจถาวร

พุธที่แล้วหลังการประชุมกนง ผมได้รับเชิญจากรายการ Money Chat ขอความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงินของทั้งไทยและต่างประเทศ

รวมถึงผลต่อเศรษฐกิจจากนโยบายรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งก็ได้ให้ความเห็นไปหลายเรื่อง วันนี้อยากแชร์ความเห็นที่ให้ไปเรื่องนโยบายการเงิน เพราะมีคําถามเข้ามามาก

โดยเฉพาะ เราควรตีความการตัดสินใจและสัญญาณนโยบายการเงินล่าสุดจากคณะกรรมการ กนง. อย่างไร นี่คือประเด็นที่จะเขียนวันนี้

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐครั้งล่าสุดเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ส่งสัญญาณชัดเจนสองเรื่อง

หนึ่ง อัตราดอกเบี้ยอาจปรับสูงได้อีกจากความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อที่ยังมีอยู่ในระบบเศรษฐกิจ เป็นความเสี่ยงระยะสั้นเช่น ราคานํ้ามันและการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค ทําให้นโยบายการเงินจำเป็นต้องอยู่ในระดับที่ระมัดระวังต่อไป

สอง อัตราดอกเบี้ยในระดับสูงอย่างปัจจุบันหรือสูงกว่าอาจยืนระยะต่อไปอีกนาน เพราะการนําอัตราเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าระยะยาวที่ร้อยละสองเป็นเรื่องที่ใช้เวลา ประมาณสองปีตามการวิเคราะห์ล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐ

ทําให้อัตราดอกเบี้ยที่สูงจำเป็นและสำคัญ เพื่อให้อัตราเงินเฟ้อสามารถปรับลดลงสู่เป้าได้ แต่จะต้องสูงขึ้นอีกหรือไม่และมากเท่าไรจะขึ้นอยู่กับทิศทางของเงินเฟ้อในอนาคต

คําถาม-คำตอบเรื่องนโยบายการเงิน | บัณฑิต นิจถาวร

ซึ่งในแง่นโยบายการเงินหมายถึงการดูแลให้อัตราดอกเบี้ยแท้จริง คืออัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงินลบด้วยอัตราเงินเฟ้อ อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจระยะยาว

สัญญาณดังกล่าวชี้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐกําลังยกระดับท่าทีหรือ Stance ของนโยบายการเงิน จากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่อลดแรงกดดันเงินเฟ้อระยะสั้น ไปสู่การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจระยะยาว

กรณีบ้านเรา การสื่อสารของธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. เมื่อวันพุธที่ผ่านมาก็ออกมาในทางคล้ายกัน คือ นโยบายการเงินจากนี้ไปจะให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ ไม่ใช่การขยายตัวของเศรษฐกิจ

คําถาม-คำตอบเรื่องนโยบายการเงิน | บัณฑิต นิจถาวร

แม้เศรษฐกิจเราตอนนี้จะชะลอลงจากต้นปี เป็นผลจากกําลังซื้อในประเทศที่ยังอ่อนแอ การส่งออกที่ขยายตัวติดลบ การลงทุนที่ยังไม่ฟื้นตัว แม้การท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้ดีและช่วยการบริโภคให้ขยายตัว

การอ่อนตัวของภาวะเศรษฐกิจ สะท้อนชัดเจนจากสินเชื่อที่ขยายตัวลดลง อัตราเงินเฟ้อที่ตํ่า และค่าเงินบาทที่อ่อน ทําให้ตลาดการเงินคาดว่า กนง.จะไม่ปรับขึ้นอัตรานโยบายในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในภาวะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในเกณฑ์ตํ่า

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เป็นตามคาด คณะกรรมการ กนง. มีมติเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 2.25 เป็น ร้อยละ 2.50

โดยให้เหตุผลเพื่อให้อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว

คําถามที่ตามมาและเป็นคําถามที่ผมถูกถาม คือเราจะเข้าใจการตัดสินใจของ กนง. คราวนี้ได้อย่างไร และการส่งสัญญาณจาก กนง. มาถูกทางหรือไม่

ถ้าวิเคราะห์จากเนื้อหาการแถลงข่าว คิดว่ามีสามเรื่องที่คณะกรรมการ กนง. ต้องการสื่อสารเพื่อให้เข้าใจถึงการตัดสินใจและการมองภาพเศรษฐกิจของ กนง.

คําถาม-คำตอบเรื่องนโยบายการเงิน | บัณฑิต นิจถาวร

หนึ่ง เศรษฐกิจปีนี้แย่ลงกว่าคาด ขยายตัวเพียงร้อยละ 2.8 แต่ปีหน้าเศรษฐกิจจะขยายตัวดีขึ้นมาก เป็นร้อยละ 4.4 ขับเคลื่อนโดยการขยายตัวของการบริโภคที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว การส่งออกที่จะกลับมาขยายตัว และการใช้จ่ายของภาครัฐที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล

เศรษฐกิจปีหน้าที่ดีขึ้นทําให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปีหน้าจะเร่งตัวเป็นร้อยละ 2.6 และ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ในเป้าที่ร้อยละ 2 แต่การฟื้นตัวที่ดีทำให้มีความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้ออาจสูงกว่าที่ประเมินไว้ ทําให้นโยบายการเงินควรอยู่ในเกณฑ์ที่ระมัดระวังต่อไป

สอง กนง. มองว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่มีมาต่อเนื่องจนถึงล่าสุด ได้นําอัตราดอกเบี้ยกลับมาในระดับที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว

หมายถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ผ่านมา ได้ทำให้อัตราดอกเบี้ยแท้จริงเป็นบวก ซึ่งเหมาะกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ

ล่าสุด อัตราดอกเบี้ยแท้จริง วัดจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายลบด้วยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเป็นบวกที่ร้อยละ 1.7 ต่างจากต้นปีที่แล้วที่อัตราดอกเบี้ยแท้จริงติดลบร้อยละ 1.7 แสดงถึงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากในช่วงนั้น

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องในปี 2022 และ 2023 จึงเหมือนการเดินทางกลับของอัตราดอกเบี้ยจากระดับที่ตํ่ามากไปสู่ระดับเป็นปรกติมากขึ้น ซึ่งจะเหมาะกับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจระยะยาว เป็นแนวคิดที่คล้ายกับสัญญาณที่ธนาคารกลางสหรัฐได้ให้ไว้เมื่อสองอาทิตย์ก่อน

สาม กนง. พูดถึงความไม่แน่นอนระยะข้างหน้าและความจำเป็นที่ต้องรักษาขีดความสามารถของนโยบายการเงิน ที่จะรองรับความไม่แน่นอนดังกล่าว

ถ้าอ่านระหว่างบรรทัดชัดเจนว่า กนง. ห่วงความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจที่จะมาจากทั้งจากการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตและผลที่อัตราดอกเบี้ยสูงที่จะยืนระยะนานอาจมีต่อความสามารถในการชำระหนี้ของทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และครัวเรือน

ทําให้แรงกดดันต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจจะมีมากขึ้นระยะข้างหน้า จำเป็นที่นโยบายการเงินต้องตั้งการ์ดสูงหรือเข้มงวดไว้ก่อน เพื่อลดความเสี่ยงและโอกาสของการเกิดปัญหา

คิดว่านี่คือเหตุผลที่น่าจะขับเคลื่อนการตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ กนง. อาทิตย์ที่แล้ว สรุปคือ กนง. มองเศรษฐกิจไทยปีหน้าดีขึ้นมาก ทําให้ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจมีมากขึ้น เป็นโจทย์ของเศรษฐกิจขยายตัว ทําให้ท่าทีหรือ Stance ของนโยบายการเงินต้องเปลี่ยน คือ Shift หรือยกระดับจากการลดแรงกดดันเงินเฟ้อ ไปสู่การรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจระยะยาว

และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเมื่อวันพุธ ก็คือการวางอัตราดอกเบี้ยแท้จริงในระดับที่เหมาะสมกับการเติบโตและความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจที่จะมีมากขึ้น

ที่ต้องติดตามคือ กนง. มองเศรษฐกิจปีหน้าดีไปหรือเปล่า

คําถาม-คำตอบเรื่องนโยบายการเงิน | บัณฑิต นิจถาวร

ทัศนะ เศรษฐศาสตร์บัณฑิต

ดร. บัณฑิต นิจถาวร

ประธานมูลนิธินโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล

[email protected]