‘จีน’ จ่อขึ้นแท่น ผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของโลก แซงหน้าญี่ปุ่น

‘จีน’ จ่อขึ้นแท่น ผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของโลก แซงหน้าญี่ปุ่น

"จีน" จ่อขึ้นแท่น "ผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลก" แทนที่ญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นจุดสิ้นสุดของการครอบงำอุตสาหกรรมรถยนต์โดยญี่ปุ่นและพันธมิตรตะวันตก อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ จีนยังเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตรถยนต์

สำนักข่าวไฟแนนเชียลไทม์ส (Financial Times) รายงานวันนี้ (13 ก.ย.) ว่า

จีนเตรียมขึ้นแท่นผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลก แทนที่ญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นจุดสิ้นสุดของการครอบงำอุตสาหกรรมรถยนต์โดยยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

ยอดการส่งออกรถยนต์ของแต่ละประเทศ

โดย ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือน ก.ค. จีนส่งออกรถยนต์ 2.8 ล้านคัน ซึ่งรวมถึงรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน 1.8 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 74% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากผู้บริโภคในประเทศเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์มือสองมากขึ้น

ทั้งนี้ หากอ้างอิงข้อมูลตาม มูดี้ส์ (Moody’s) พบว่า ยอดการส่งออกรถยนต์ประจำปีของจีนแซงหน้ายอดการส่งออกของเกาหลีใต้ในปี 2564 และเยอรมนีในปี 2565 และปัจจุบันจีนอยู่ในแนวทางที่จะเอาชนะญี่ปุ่นได้ในปี 2566

โดย ในช่วงปี 2562 - 2564 ปริมาณการขายรถยนต์ในจีนพุ่งทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตที่ชะลอตัวของชนชั้นกลางและความอ่อนแอทางเศรษฐกิจในวงกว้างก่อนที่จะเริ่มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างปี 2564 - 2565

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเปรียบเทียบกับรถยนต์แบบใช้น้ำมัน

อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์ของสำนักข่าวไฟแนนเชียลไทม์ส เปิดเผยว่า จีนยังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างอย่างมากอุตสาหกรรมยานยนต์

โดย ความท้าทายดังกล่าวเกิดขึ้นจากความไม่สอดคล้องกับระหว่าง "ยอดการผลิตในโรงงานของจีน" และ "อุปสงค์รถยนต์ภายในประเทศ"

ส่วนหนึ่งเกิดจากผู้บริหารในอุตสาหกรรมคาดการณ์แนวโน้มสำคัญ 3 ประการอย่างไม่ถูกต้อง ได้แก่

  1. การลดลงอย่างรวดเร็วของยอดขายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน
  2. ความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  3. ความต้องการรถยนต์ส่วนบุคคลที่ลดลงอย่างรวดเร็ว

อ้างอิง

Financial Times