"วีระวงค์ จิตต์มิตรภาพ"ไขก๊อกบอร์ด SCB และในเครือ หลังแพ้คดีที่อังกฤษ

"วีระวงค์ จิตต์มิตรภาพ"ลาออกจากบอร์ด SCB และบริษัทในเครือ มีผล 2 สิงหาคม 2566 หลังตกเป็นจำเลยที่ 13 ที่ศาลอังกฤษ ตัดสินให้ชำระค่าเสียหายแก่ "นพพร" กว่า 900 ล้านดอลลาร์
บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า นายวีระวงค์ จิตต์มิตรภาพ ได้แจ้งขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท และกรรมการบริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2566 เป็นต้นไป
ทั้งนี้นายวีระวงค์ ได้แจ้งลาออกจากบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาด รวมแล้ว 3 แห่ง โดย 2 บจ.ก่อนหน้านี้อยู่ในเครือไทยเบฟ คือ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC และบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ที่มีผลตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา
ภายหลังจากที่ศาลอังกฤษ มีคำตัดสินให้ "นายณพ ณรงค์เดช" และพวกต้องจ่ายค่าเสียหายรวมราว 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 3 หมื่นล้านบาท ให้แก่ นายนพพร ศุภพิพัฒน์ ผู้ก่อตั้ง และอดีตซีอีโอของบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) หลังถูกนายนพพร ฟ้องในข้อหาสมคบกันชักจูงใจด้วยข้อมูลลวงให้ขายหุ้น WEH และปรากฏมีชื่อ นายวีระวงค์ ตกเป็นจำเลยลำดับที่ 13 ในคดีนี้ด้วย
นายวีระวงศ์ จิตต์มิตรภาพ เป็นเจ้าของสำนักงานกฎหมายชั้นนำของประเทศ Weerawong, Chinnavat & Partners (WCP) ซึ่งเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทชั้นนำทั้งในตลาดหลักทรัพย์ และนอกตลาดหลักทรัพย์จำนวนมาก ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องดีลการซื้อกิจการ โดยเฉพาะการทำดีลซื้อกิจการในกลุ่มทีซีซี กรุ๊ป
โดยผลงานในอดีต ด้วยการเป็นตัวแทนของเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) ในการเข้าซื้อสาขาของห้างค้าปลีกเทสโก้ โลตัสในไทย และมาเลเซียเมื่อปี 2563 มูลค่า 10,000 ดอลลาร์ หรือราว 3.1 แสนล้านบาท
ในปี 2562 ลุยดีลให้กับไทยเบฟเวอเรจ และเฟรเซอร์แอนด์นีฟ ในการร่วมทุนกับแม็กซิม กรุ๊ป(Maxim’s Group) ยักษ์อาหารของฮ่องกง ในการเข้าซื้อกิจการร้านสตาร์บัคส์ (Starbuck) ในประเทศไทยทั้งหมด เพื่อเป็นเแฟรนไชส์รายเดียว ด้วยมูลค่า 650 ล้านดอลลาร์ หรือราว 20,000 ล้านบาท
เป็นตัวแทนไทยเบฟ ในการเข้าซื้อกิจการ 4,830 ล้านดอลลาร์ หรือมูลค่า 1.6 แสนล้านบาท เพื่อครองหุ้น 53.9% ในบริษัท ไซ่ง่อน เบียร์ แอลกอฮอล์ เบฟเวอเรจ(SABECO) เบียร์เบอร์ 1 ของเวียดนาม และทำให้ก้าวเป็นเบียร์เบอร์ 1 ในอาเซียน เป็นตัวแทนไทยเบฟในการเข้าซื้อกิจการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในเมียนมา มูลค่า 726.6 ล้านดอลลาร์ ทำให้ได้แกรนด์ รอยัล กรุ๊ป สุราเบอร์ 1 เมียนมา อยู่ในพอร์ตโฟลิโอ
เป็นตัวแทน ไทยเบฟ ซื้อกิจการ “ฮาวี่ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย)” มูลค่า 240 ล้านบาท เสริมแกร่งการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ และยังเป็นตัวแทนให้กับไทยเบฟ ผ่านบริษัทในเครืออย่าง คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย ซื้อกิจการร้านไก่ทอดเบอร์ 1 “เคเอฟซี” 240 สาขา ด้วยมูลค่า 11,300 ล้านบาท เติมเต็มธุรกิจร้านอาหาร และขึ้นเบอร์ 1 ที่มีร้านไก่ทอดมากสุดจาก 3 แฟรนไชส์ในประเทศไทย
นายวีระวงศ์ จิตต์มิตรภาพ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านนิติศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทในสาขาเดียวกันจาก University of Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นเนติ บัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
นอกจากนี้ยังเป็นคนไทยคนแรกที่ได้เป็นเนติบัณฑิตแห่งรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และยังสำเร็จหลักสูตร Director Certification Program (DCP) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท)
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์







