ยูบีเอสคาดสกุลเงินเยนแข็งค่าขึ้น 11% ช่วง2-3เดือนข้างหน้า เคลื่อนไหวในช่วง 120 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ รับการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ซึ่งจะทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นหดแคบลง
ยูบีเอส ซิเคียวริตีส์ คาดการณ์ว่า เยนจะเป็นสกุลเงินหลักที่จะได้รับประโยชน์ หากเฟดตัดสินใจยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และคาดว่าเยนจะทะยานขึ้นถึง 120 เยนต่อดอลลาร์ในช่วงสิ้นปีนี้ หรือราว 11% จากระดับปัจจุบัน
ส่วนเครดิต อากริโคล ซีไอบี คาดการณ์ว่า เยนจะทะยานขึ้นแตะ 122 เยนต่อดอลลาร์ในช่วงสิ้นปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อเยนในฐานะสกุลเงินปลอดภัยท่ามกลางความวิตกที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับภาคการธนาคารของสหรัฐ
นายเดวิด ฟอร์เรสเตอร์ นักวิเคราะห์ในสิงคโปร์เปิดเผยว่า ธนาคารของญี่ปุ่นถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยในการลงทุนมากกว่าธนาคารของสหรัฐ เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบจากการที่อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกปรับตัวขึ้น เพราะธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ดำเนินนโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (yield-curve-control)
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของเฟด มีมติเอกฉันท์ในการประชุมเมื่อวันพุธ (3 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2550
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนึ้ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 10 ตั้งแต่เดือน มี.ค. ปีที่แล้ว มีขึ้นหลังจากเอฟโอเอ็มซีมีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 4.75-5.00% ในการประชุมเมื่อเดือน มี.ค. 2566
หลังบีโอเจประกาศนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ทำให้มีการคาดการณ์ว่า เยนอาจอ่อนค่าลงแตะ 140 เยนต่อดอลลาร์ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้
อย่างไรก็ตาม หากบีโอเจปรับเปลี่ยนนโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนในปีนี้ ก็อาจจะช่วยหนุนค่าเงินเยนขึ้นด้วย
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เยนปรับตัวขึ้นมากถึง 0.4% สู่ระดับ 134.14 เยนต่อดอลลาร์ในวันนี้ (4 พ.ค.) ก่อนลดช่วงบวกลงเหลือ 0.1% โดยเยนมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันยาวนานที่สุดในรอบ 1 เดือน



