ประธานหอการค้าอเมริกา แนะนักลงทุนเน้นเพิ่มสัดส่วนลงทุน Market Fund ชี้ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก หลีกเลี่ยงลงทุนคอร์ปอเรท เครดิต โดยเฉพาะ AT1 พร้อมลดการถือครองดอลลาร์ ลดการลงทุนในหุ้น ระบุ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูง แต่ถือเป็นภาวะที่กลับเข้าสู่ปกติ
นางสาวอรกัญญา พิบูลธรรม กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารแห่งอเมริกา เมอร์ริล ลินซ์ สาขาประเทศไทย และ ประธานหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย กล่าวปาฐกถาหัวข้อ "Global Fund Flows:รับมือการเงินโลกป่วน ในงานสัมมนา SET IN THE RABBIT HOLE หุ้นไทยปีกระต่าย 2023 ระบุ จากกรณีเกิดปัญหาสถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกา และสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้นักลงทุนต้องหันมาบริหารจัดการเงินให้ดีขึ้น เนื่องจากระบบการค้ำประกันเงินฝาก โดยเฉพาะในไทยนั้น รับประกัน 100% เพียง 1 ล้านบาทต่อบัญชีสถาบันการเงินเท่านั้น ดังนั้น ส่วนตัวก็จะหันไปลงทุนในมาร์เก็ตฟันด์ ซึ่งก็จะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝาก
ทั้งนี้ ธนาคารแห่งอเมริกา แนะนำนักลงทุนให้ 1.หลีกเลี่ยงลงทุนคอร์ปอเรท เครดิต โดยเฉพาะAT1 2.ลดการถือครองดอลลาร์ แม้ดอกเบี้ยจะสูงในตลาด แต่สถานการณ์ไม่ดี ก็แนะนำให้ถือเคอร์เรนซีอื่น 3.ลดการลงทุนในหุ้น เพราะอยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทั้งนี้ สำหรับค่าเงินบาทมองว่า จะอยู่ที่ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สำหรับเงินลงทุนจากต่างประเทศในเดือนแรกไหลเข้ามา 3 หมื่นกว่าล้านบาท ตลาดบอนด์ 3 หมื่นล้านบาท เข้ามาเพราะคิดว่า ค่าเงินบาทจะแข็ง แต่ตอนนี้ เงินเริ่มออกไปบ้างแล้ว หลังเกิดปัญหาสถาบันการเงินในสหรัฐกับสวิส
นางสาวอรกัญญา กล่าวด้วยว่า จากปัญหาทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาทางด้านเงินเฟ้อ ทำให้ธนาคารกลางหลายประเทศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลให้นักลงทุนหันไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลมากขึ้น โดยในส่วนของอัตราดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐนั้น มองว่า ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้น คงจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก แต่ถ้าสถานการณ์กลับมาดี คงต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก เพราะอัตราเงินเฟ้อยังเป็นเป้าหมายที่ต้องเข้าไปจัดการ
“สำหรับอัตราดอกเบี้ยสหรัฐที่อยู่ในระดับ 5% นั้น มองว่า เป็นอัตราที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่ อัตราที่เคยอยู่ 1-2% นั้น เป็นอัตราที่ผิดปกติ เช่นเดียวกันกับอัตราดอกเบี้ยในไทยนั้น ก่อนหน้านี้ เคยสูงถึง 8% แต่ระยะที่ผ่านมา อยู่ที่ 1-2% ซึ่งเป็นอัตราที่ผิดปกติ ซึ่งจริงๆ เราต้องมองว่า อัตราดอกเบี้ยที่ทยอยปรับเพิ่มขึ้นนั้น เป็นอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว”
นางสาวอรกัญญา กล่าวด้วยว่า ในปีนี้ เรามองว่า จะมีการเคลื่อนย้ายซัพพลายเชนต่างๆ กลับไปยังประเทศตนเอง หรือ ประเทศที่มีลูกค้าอยู่ หรือประเทศที่มีทรัพยากรเหลืออยู่มาก กรณีของจีนนั้น กำลังถูกปิดกั้นการลงทุนจากฝั่งสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ปัจจัยที่นักลงทุนให้ความสำคัญนับจากนี้ คือ Net Zero หรือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ และการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับ ESG และรวมถึง Green economy ทั้งนี้ ตอนนี้ ทุกรัฐบาลก็ออกมาตรการจูงใจเพื่อให้ผู้ประกอบการใช้น้ำมันน้อยลง
“เรื่อง ESG report ตอนนี้ บริษัทจดทะเบียนทุกแห่งต้องทำ เขาจะมีคนให้สกอร์ อย่างในอเมริกาเอง บริษัทที่มี ESG สกอร์สูง ราคาเขาจะได้พรีเมียมถึง 40% ฉะนั้น เราก็ต้องดูว่า บริษัทไหนที่ ESG มูลค่าของบริษัทก็จะมีมากขึ้น นักลงทุนต่างประเทศถ้าเขาจะลงทุน เขาก็จะลงในกลุ่มที่มี ESG ซึ่งเรายังไม่ค่อยสนใจมาก และรวมถึง คาร์บอนเครดิตเทรดดิ้ง ซึ่งรีเทิร์นสูงมากประมาณ 22% แต่ไทยยังไม่มีโอกาสลงทุนในคาร์บอนเครดิตพวกนี้ ก็ให้ดูในอนาคต ตลาดน่าจะใหญ่กว่าเดิมเป็นร้อยเท่า”
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





