นักเศรษฐศาสตร์มองปัญหาภูมิรัฐศาสตร์จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนำไปสู่การจัดระเบียบใหม่ของโลกทั้งขั้วอำนาจทางความมั่นคงและทางเศรษฐกิจ ชี้กรณีความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐจะทำให้ประเทศพันธมิตรวางตัวลำบาก แนะไทยต้องทำให้สองประเทศเชื่อว่ามีความเป็นกลาง
นอกจากนี้ ยังระบุ ปัญหาการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตเซมิคอนดัคเตอร์เป็นจุดเปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจทำให้ระบบโลกาภิวัฒน์อ่อนตัวลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะไม่สามารถกลับเข้าสู่ระดับต่ำได้
ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ได้กล่าวถึงหลายประเด็นหลัก อาทิ ภูมิรัฐศาสตร์ก่อให้เกิดการจัดระเบียบโลกใหม่ที่จะเกิดขึ้นช่วง 10 ปีนักจากนี้ , อัตราเงินเฟ้อจะไม่กลับไปอยู่ในระดับต่ำอีกต่อไป , เศรษฐกิจแบบGlobalization จะเริ่มหมดไป , ไทยอาจได้อานิสงส์จากนโยบายการย้ายฐานการผลิต แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายและ แนะนำให้ไทยต้องทำให้ประเทศมหาอำนาจอย่างจีนและสหรัฐเข้าใจได้ว่าได้วางตัวเป็นกลางแล้ว
Key pionts ภูมิรัฐศาสตร์
*ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์จะก่อให้เกิดการจัดระเบียบโลกใหม่ที่จะเกิดขึ้นช่วง 10 ปีนักจากนี้ แต่ขณะนี้ ยังไม่เห็นชัดเจน เนื่องจาก ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดใน3ปีที่ผ่านมา
*เศรษฐกิจแบบ Globalization จะเริ่มหมดยุคไป จากนโยบายการย้ายฐานการผลิตเซมิคอนดัคเตอร์ของผู้ผลิตรายใหญ่และสำคัญของธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ ที่สำคัญ จะทำให้อัตราเงินเฟ้อไม่สามารถกลับไปสู่ระดับต่ำได้
*แนะนำให้ไทยทำตัวเป็นกลางจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาการเลือกข้าง ที่สำคัญต้องทำให้ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนและสหรัฐเชื่อด้วยว่า ไทยมีความเป็นกลางอย่างแท้จริง
สำหรับปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ได้ทวีความรุนแรงจากหลายคู่และหลายขั้วประเทศในโลก โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งกำลังซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจโลก รวมถึง เศรษฐกิจไทย ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา โดยปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศต่างๆ นอกจากจะสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิตสินค้าของโลก เช่น ราคาอาหารและพลังงานแล้ว การย้ายฐานการผลิตสินค้าที่สำคัญ โดยเฉพาะชิปเซมิคอนดัคเตอร์ของผู้ผลิตรายใหญ่และสำคัญของโลก จะทำให้เกิดปัญหาต่อภาพรวมเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศพันธมิตร
ภูมิรัฐศาสตร์ก่อให้เกิดการจัดระเบียบโลกใหม่
ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ DEEP TALK ของกรุงเทพธุรกิจ ว่า ปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์จะทำให้เกิดการจัดระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่ แต่ขณะนี้ เรายังไม่เห็นชัดเจน เพราะเรายังเจอกับปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า ทั้งเรื่องเงินเฟ้อ เรื่องของความขัดแย้งของจีนกับอเมริกา ปัญหาสงครามยูเครน ปัญหาเงินเฟ้อ รวมถึงปัญหาการฟื้นตัวจากโควิดของแต่ละประเทศที่ไม่เท่าเทียมกัน
ทั้งนี้ ในมุมของนักเศรษฐศาสตร์นั้น ในปีนี้ เราพูดกันว่า เงินเฟ้อของอเมริกาคงจะปรับลดลง หลายคนมองว่า ยูเครนอาจคุยกันจบก็ได้ ฉะนั้น เศรษฐกิจยุโรปคงไม่ตกต่ำมากและอาจจะทำให้ราคาน้ำมัน ราคาอาหาร พลังงานไม่ปรับขึ้นมาก
ขณะที่เศรษฐกิจจีนเองก็ฟื้นตัวอย่างมากในครึ่งหลังปีนี้ ล่าสุดไอเอ็มเอฟก็มองว่า ทุกอย่างอาจไม่ได้แย่อย่างที่เคยประเมินกันไว้ โดยรวมๆ คนเริ่มคิดกันว่า ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดดอกเบี้ย เพื่อให้เศรษฐกิจทั่วโลกหายใจหายคอได้ง่ายขึ้น วิกฤตประเทศตลาดเกิดใหม่จะน้อยลง นี่คือสถานการณ์ที่คุยในปัจจุบัน
อย่างไรก็ดี ในมุมส่วนตัวมองว่า ที่ทุกคนพูดกันว่า เดี๋ยวเงินเฟ้ออเมริกาก็ปรับลดลงเหลือ 2% ตามปกติแต่ประเด็น คือ เงินเฟ้อ 2% ไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะถ้าย้อนดูในอดีตตั้งแต่สมัย 1990 หรือตั้งแต่กำแพงเบอร์ลินถูกทำลายไปและสหภาพโซเวียตก็ล่มสลายไปด้วย ตอนปี 1990-1994 เงินเฟ้อโลก 8.5% ส่วนในปี 1995 ก็อยู่ที่ 5.9% และเริ่มไหลลงเรื่อยๆ โดยมีเพียงช่วงเดียวที่เงินเฟ้ออยู่ที่ 2% คือ ปี 2015-2019
เงินเฟ้อจะไม่กลับไปอยู่ในระดับต่ำแล้ว
นายศุภวุฒิ กล่าวว่า สิ่งที่พยายามจะบอก คือ ภูมิรัฐศาสตร์อาจไม่เอื้ออำนวยให้กลับไปสู่จุดนั้นได้ ถ้าเรานึกภาพ ตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต แนวคิดทางด้านการเมืองระหว่างประเทศ ปรัชญาการปกครอง ทุกคนเห็นทางเดียวกันว่า ต้องเปิดตลาด และคงจะไปทางประชาธิปไตย ถ้าจำได้ สมัยโน้น จีนก็เปิดเสรีขึ้นเรื่อยๆ รัสเซียเองก็ปรับนโยบายมีการทำแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ตอนนั้น ประชาธิปไตยเบิกบานไทยเองก็แก้รัฐธรรมนูญปี 1997 ฉะนั้น เทรนด์ในตอนนั้น เป็นเทรนด์ Globalization นักธุรกิจแสวงหาแหล่งลงทุนใหม่ได้ โดยไม่ข้อจำกัดในเรื่องของระยะทาง
“Globalization ทำให้นักธุรกิจสามารถเร่งหาตลาดใหม่ หาแหล่งผลิตใหม่ ที่ไหนต้นทุนไม่แพงก็ไปตั้งโรงงานตรงนั้น ซัพพลายเชนยาวเท่าไหร่ ไกลเท่าไหร่ไม่เป็นไร เพราะเทคโนโลยีด้านต่างๆทำให้ที่อยู่ไกลมันอยู่ใกล้ โลกถึงเป็นโลกาภิวัฒน์ มาจากการเปิดทางการเมืองและเศรษฐกิจ และ เทคโนโลโลยี ผลที่ตามมา คือ ธนาคารกลางต่างก็ลดดอกเบี้ยได้มากขึ้น เพราะต้นทุนการผลิตลดลงมาตลอด เมื่อลง ราคาสินทรัพย์ก็เพิ่ม ทุกคนก็แฮปปี้หมดเลย”
หมดยุคโลกาภิวัฒน์
“ปัญหา 4 เส้า ทำให้ภูมิรัฐศาสตร์ ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์มอง มันเดินไม่ได้ การเดินแบบโลกาภิวัฒน์แบบเดิม การปล่อยให้มีซัพพลายเชนยาวๆ การพึ่งพาการผลิตของจีนทำไม่ได้ เช่น กรณีล่าสุด อเมริกาออกกฎหมายเซมิคอนดัคเตอร์ให้มาออนชอร์ที่อเมริกา ถ้าเป็นแบบนี้ เซมิคอนดัคเตอร์ซัพพลายขยายระยะยาวไม่ได้ หรือพัฒนาคุณภาพการผลิตไม่ได้ พัฒนาการที่ผ่านมา ที่พึ่งพาเซมิคอนดัคเตอร์ ก็จะค่อยๆหมดแรงลงไป เงินเฟ้อก็จะสูงขึ้น”
ทั้งนี้ กรณีนี้ ไม่รวมถึงกรณีข่าวล่าสุดว่า ประชากรจีนลดลง โดยเฉพาะคนวัยทำงานจะลดลงหนัก ทำให้ปัจจัยการผลิตด้านแรงงานจะมีปัญหา ฉะนั้น ก็จะเหลือปัจจัยที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คือ เครื่องจักร ทำให้การผลิตในโลกทำได้ยาก เพราะในยุคใหม่ข้างหน้า เมื่ออเมริกาเป็นปรปักษ์กับจีน จะดึงยุโรปให้มีปัญหาเรื่องซัพพลายเชน
ชี้ไทยได้อานิสงส์นโยบายย้ายฐานการผลิต
ศุภวุฒิ กล่าวด้วยว่า การย้ายฐานการผลิตสินค้า อาจเป็นโอกาสของไทยอย่างหนึ่ง แต่ขึ้นอยู่กับการวางตัว เช่น อเมริกาบอกว่า อย่าไปใช้เทคโนโลยีหัวเหว่ย แต่ถ้าเราใช้ทั้งประเทศไทย เราก็จะลำบากถ้าอยากเอาเทคโนโลยีสูงๆมาไทย แน่นอนว่า ถ้ามองอีกด้าน เราบอกว่า เราเป็นพันธมิตรที่ดีกับทุกคน เราเป็นกลาง เมื่อเทียบแล้ว เรามีความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์น้อยกว่าไต้หวันแน่นอน ก็สามารถนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาได้ ถ้าเราต้องการ แต่ไม่ง่ายเลย
แนะไทยทำให้จีน-สหรัฐเชื่อวางตัวเป็นกลาง
ด้านนายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระ รัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ กล่าวว่า การจัดระเบียบโลกเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้น โดยกรณีที่อเมริกากำลังทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้จีนผงาดขึ้น ก็ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่กับประเทศพันธมิตร เช่น สหภาพยุโรป ซึ่งเขาก็พยายามหาทางตอบโต้ ฉะนั้น วันนี้โลกกำลังเปลี่ยนแปลงและกระทบกับเศรษฐกิจของเรา โดยจะเกิดปัญหา กล่าวคือ ใครใกล้ชิดกับจีนอเมริกาก็จะเล่นงาน ใครใกล้ชิดกับอเมริกา จีนก็จะเล่นงาน นี่คือสิ่งที่จะกระทบกับอาเซียนว่าเราจะวางตัวอย่างไร เพื่อจะได้ประโยชน์ทั้งสองอย่าง ถ้าเราวางตัวไม่ถูกก็จะส่งผลกระทบ
“การวางตัวของไทยอาจต้องใกล้ชิดทั้งคู่ แต่ในแง่การเมืองระหว่างประเทศหรือในแง่รัฐศาสตร์นั้น เราวางตัวอย่างไรไม่สำคัญ อยู่ที่เขามองเราอย่างไร อันนี้ น่าเป็นห่วง เช่น เราวางตัวเป็นกลาง เอาเข้าจริงๆเขามองว่า เราใกล้ชิดกับจีน จะเป็นปัญหาระดับมหภาคและจุลภาค นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับพวกเราในการวางตัว ซึ่งเราต้องทำให้เขาเชื่อว่า เราวางตัวแบบนี้ด้วย ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการค้าในอนาคต นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงระเบียบโลก”

