วายแอลจีมองปี 2566 ทองคำมีสัญญาณดีจาก 4 ปัจจัยหนุน ความเสี่ยงเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย - เฟดลดดอกเบี้ยเร็ว - กองทุน SPDR มีสัญญาณขายน้อยลงสลับกลับมาซื้อ - ความขัดแย้งรัสเซีย - ยูเครนแม้จะมีผลต่อการ มองแนวต้าน 30,850 - 31,450 บาท แนวรับ 29,000 - 26,500 บาท แนะนักลงทุนแบ่งขายเมื่อมีกำไร
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า แนวโน้มปี 2566 แนวโน้มราคาทองคำจะเคลื่อนไหวมีโอกาสปรับขึ้นได้ค่อนข้างมาก โดยมีปัจจัยหนุนที่ต้องติดตาม 4 ปัจจัย ดังนี้
1. ปัจจัยด้านเศรษฐกิจสหรัฐ เพราะหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีโอกาสถดถอยหากเฟดยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีหากมองย้อนไปในอดีตหากเกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจส่วนใหญ่ทองคำจะให้ผลตอบแทนเป็นบวก
2. จากความกังวลเรื่องการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐ ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่า ทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของเฟดอาจจะเปลี่ยนไปคือ ปรับขึ้นได้น้อยลงมากกว่าที่เฟดคาด และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น โดยคาดว่าภายในไตรมาส 4/2566 จะต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ย อีกทั้งหากเฟดลดอัตราดอกเบี้ยในปลายปีหน้า ก็จะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลง ซึ่งก็จะส่งผลบวกต่อราคาทองคำ
3. การเคลื่อนไหวของ กองทุน SPDR ซึ่งเป็น กองทุนทองคำขนาดใหญ่ ที่เดือนตุลาคม และพฤศจิกายน 2565 กองทุน SPDR ขายทองคำน้อยลง รวมถึงเริ่มกลับมาซื้อทองคำในเดือนธันวาคม 2565 จึงเป็นสัญญาณบวกที่หนุนทองคำ
4. อย่างไรก็ดีปัจจัยความขัดแย้งระหว่าง รัสเซีย - ยูเครน ก็ยังเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ แม้จะมีผลต่อการลงทุนน้อยลงแล้ว แต่ก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
คำแนะนำการลงทุนทองคำในปี 2566
คาดระยะกลาง และระยะ ยาว 1,879 - 1,916 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยราคาทองคำไทยจะอยู่ที่ประมาณ 30,850-31,450 บาทต่อบาททองคำ หากทองคำไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่เมื่อเทียบกับปี 2565 จะทำให้ทิศทางทองคำอยู่ในเกณฑ์ที่สดใส
อย่างไรก็ดี ทองคำ หากมีแรงซื้อมากเกินไปก็จะมีการขายทำกำไรบางส่วน จึงแนะนำนักลงทุนแบ่งขายบางส่วน อย่างไรก็ดี หากหลุด 1,766 - 1,729 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ 29,000 - 28,350 บาทต่อบาททองคำสามารถรอซื้อที่ 1,616 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือรอซื้อประมาณ 26,500 บาทต่อบาททองคำ
นางสาวฐิภา ขณะที่ภาพรวม ราคาทองคำ ในปี 2565 ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวนราคาเหวี่ยงกว่า 20% โดยต้นปีราคาทองคำเปิดที่ 1,828 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และปรับไปแตะระดับสูงสุดที่ 2,069 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากข่าวรัสเซีย - ยูเครนเข้ามาเป็นปัจจัยหนุน และเริ่มปรับตัวลดลงเมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีนโยบายขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนมีนาคม ราคาทองคำจึงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จนทำจุดต่ำสุดที่ 1,614 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่สัญญาณทองคำกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งช่วงท้ายปีเฟดเริ่มมีท่าทีปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยน้อยลงทำให้ทองคำเริ่มยืนเหนือ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
"ปี 2565 ราคาทองคำในประเทศเคลื่อนไหวแตกต่างกับราคาทองคำต่างประเทศ เพราะค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จึงทำให้ปีนี้นับจากต้นปีจนถึงปัจจุบันหากใครถือทองคำในราคาไทยยังคงได้กำไรประมาณเกือบ 4%"
นางสาวฐิภา กล่าวว่า ทั้งนี้ในปีหน้านโยบายของ YLG จะยังคงเป็น One Stop Service สำหรับการลงทุนทองคำ ที่มีทั้ง บริการที่ 1 การออมทองสำหรับผู้เริ่มลงทุน ด้วยเงินลงทุน 100 บาท ผ่านylggoldsaving.com
บริการที่ 2 บริการซื้อขายทองคำกับ “YLG ผ่าน Gold Wallet” บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
บริการที่ 3 บริการซื้อขายทองคำแท่งส่งถึงผู้บริโภคโดยตรง มีทั้งทอง 96.5% และ 99.99% มีตั้งแต่ขนาด 0.5 กรัม ไปจนถึงขนาด 1 กิโล
บริการที่ 4 แอปพลิเคชัน “YLG Gold Investment” แอปแรกในไทยที่ ซื้อ-ขายทองได้ 5 สกุลเงิน(ดอลลาร์, หยวน, สิงคโปร์ดอลลาร์, ยูโร, บาท) ราคาเรียลไทม์ตลอด 24 ชม. สมัครออนไลน์ได้ที่ ylggoldinvestment.com เพิ่มโอกาสการทำกำไรได้มากกว่า บริการที่ 5 Gold Online Futures ลงทุนในสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า เพิ่มโอกาสทำกำไรทั้งตลาดขาขึ้น และขาลง นอกจากนี้ยังจับมือกับ CME Group ตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้าที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ ครอบคลุมบริการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าครบวงจร
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





