'เงินบาท' พลิกแข็งค่า ทุนนอกทะลักบอนด์ไทย 3 วันซื้อสุทธิกว่า 7.36 หมื่นล้าน

'เงินบาท' พลิกแข็งค่า ทุนนอกทะลักบอนด์ไทย 3 วันซื้อสุทธิกว่า 7.36 หมื่นล้าน

เงินบาทไทย เริ่มกลับมาแข็งค่า ขณะที่เงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้าต่อเนื่อง เฉพาะ 3 วันทำการที่ผ่านมา เข้าตลาดบอนด์ไทยรวมกว่า 7.36 หมื่นล้านบาท  “ไทยบีเอ็มเอ” ระบุชัด ข้อกังวลเงินไหลออกจากส่วนต่างดอกเบี้ยเริ่มลดลง

การเคลื่อนไหวของ ‘เงินบาท’ เริ่มกลับมาอยู่ในฝั่งของการแข็งค่า โดยล่าสุดวันนี้(8พ.ย.) เงินบาทแข็งค่ามาปิดตลาดที่ระดับ 37.25 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับราคาปิดในวันก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 37.36 บาทต่อดอลลาร์ 

สำหรับในฝั่งของเงินทุนเคลื่อนย้ายพบว่า นักลงทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นและตลาดบอนด์ไทยต่อเนื่อง เฉพาะวันนี้เป็นการซื้อสุทธิในตลาดบอนด์รวมกว่า 31,778 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอีก 3,384 ล้านบาท รวมทั้ง 2 ตลาดคิดเป็นยอดซื้อสุทธิรวมกว่า 35,162 ล้านบาท

ในฝั่งของตลาดบอนด์ไทย พบว่า นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อสุทธิต่อเนื่อง 6 วันทำการ มียอดรวมกว่า 82,039 ล้านบาท และถ้านับเฉพาะช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมา(4,6-7พ.ย.) นักลงทุนกลุ่มนี้มียอดซื้อสุทธิรวมกว่า 73,641 ล้านบาท ส่วนตลาดหุ้น พบซื้อสุทธิต่อเนื่องกัน 12 วันทำการ รวมกว่า 31,742 ล้านบาท มีเพียงวันที่ 2 พ.ย.ที่ขายสุทธิ 82 ล้านบาท

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวว่า กระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ ( ฟันด์โฟลว์) ไหลเข้ามาซื้อสุทธิตราสารหนี้ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน(YTD) 16,000 ล้านบาท เป็นการไหลเข้ามาลงทุนผสมผสานหลายส่วน ทั้งตามเซ็นทริเม้นท์เชิงบวกในไทย เศรษฐกิจฟื้นตัว ดุลบัลชีเงินสะพัดของไทยเริ่มกลับมาทรงตัว ได้อานิสงส์ท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้น เงินเฟ้อของไทยผ่านจุดสุงสุด และทิศทางเงินบาทชะลอการอ่อนค่าลงหรือมีทิศทางแข็งค่าขึ้น ทำให้มีบางส่วนเข้ามาลงทุนเพื่อเก็งกำไรค่าเงิน

ขณะเดียวกันส่วนใหญ่ พบว่าเป็นจังหวะทยอยเอาเงินเข้ามาเตรียมลงทุน ตามการเปิดประมูลพันธบัตระยะสั้น ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ในเดือนพ.ย. สัปดาห์ละ 50,000 ล้านบาทและยังเหลืออีก 3สัปดาห์ วงเงินอีก 150,000 ล้านบาท และการประมูลพันธบัตรระยะยาว ของรัฐบาล วงเงิน 30,000ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบการรีไฟแนนซ์พันธบัตรระยะสั้นที่ครบกำหนดในเดือนนี้ มีวงเงินอีกราว 30,000 ล้านบาท ดังนั้นในจังหวะที่กังวลกันว่าฟันด์โฟลว์จะไหลออกหรืออาจมีการดึงเงินกลับ จึงยังไม่น่ากังวล

“สัญญาณฟันด์โฟลว์ที่เข้ามาในบอนด์ระยะสั้นช่วงนี้ ไม่น่ากังวลกรณีที่มีการดึงเงินกลับ เพราะ พบว่าส่วนใหญ่เป็นเงินใหม่เข้ามาในจังหวะธปท.เปิดประมูลบอนด์ระยะสั้น และบอนด์ระยะสั้นที่ครบกำหนดวงเงินไม่มาก แม้อาจมีแรงเก็งกำไรค่าเงิน ในจังหวะเงินบาทแข็งค่าในปีนี้แต่ก็เป็นส่วนน้อย”

จับตาประชุมเฟดขึ้นดบ.ครั้งสุดท้ายปลายปี

นางสาวอริยา กล่าวว่า ตลาดตราสารหนี้ไทยปีนี้ ผันผวนแรง กระแสฟันด์โฟลว์เป็นทั้งขาเข้าและขาออก ไม่ได้เป็นทิศทางใดทางหนึ่งชัดเจน ยังคาดเดาได้ยากโดยช่วงต้นปีมานี้ เป็นเงินไหลเข้าระดับแสนล้าน แต่เมื่อมีปัญหาสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน เงินก็ไหลออกระดับแสนล้าน แต่กลางปีนี้เฟดเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ย มีทั้งไหลเข้าๆ ออกๆ ทั้งบอนด์ระยะยาวและระยะสั้น

ขณะที่ช่วงที่เหลือปีนี้ เฟดยังเหลือการประชุมอีกครั้งในการพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ย ทางเรายังต้องติดตามฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่จะมีผลต่อตลาดตราสารหนี้ไทยสิ้นปีนี้อย่างไร จากเดิมที่คาดว่ามีแนวโน้มเงินไหลออกแต่ปัจจุบันยังสถานะซื้อสุทธิ

“ก่อนหน้านี้อาจมีความกังวลการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธปท.ที่ช้าเกินไปไม่ทันเฟดขึ้นดอกเบี้ย อาจกดดันเงินไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยได้ แต่เมื่อเมื่อเซ็นทริเม้นท์ในไทยปรับตัวดีขึ้นและบอนด์ยิลด์ของไทยได้รับอานิสงส์ปรับขึ้นตามบอนด์ยิลด์ของสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นแรง อายุ5-10ปี ขึ้นมาระดับ 3-4% ทำให้กระแสฟันด์โฟลว์ไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทย ไม่ได้น่ากังวลอย่างที่คาด และยังมีความน่าสนใจและเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย”