background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับลงสู่เกณฑ์ซบเซา

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับลงสู่เกณฑ์ซบเซา

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับลงสู่เกณฑ์ซบเซา นักลงทุนคาดหวังปัจจัยหนุนจากภาคท่องเที่ยว และเศรษฐกิจฟื้นตัว ขณะที่ กังวลเรื่องนโยบายขึ้นดอกเบี้ยของ FED และเงินทุนไหลออก

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนก.ย. 2565 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 67.83 ปรับตัวลดลง 41.8% จากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา”

โดยนักลงทุนมองว่า การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวจะเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.

สำหรับปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ นโยบายการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED รองลงมาคือ การไหลออกของเงินทุน และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) สำรวจในเดือนกันยายน 2565 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้

ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (ธ.ค.2565) อยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา” (ช่วงค่าดัชนี 40-79) ลดลง 41.8% จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 67.83

ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ ปรับลงมาอยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา” ในขณะที่ความเชื่อมั่นกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ อยู่ในระดับ “ทรงตัว” 

หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดท่องเที่ยว และสันทนาการ (TOURISM)

หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ (PETRO)

ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว

ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ นโยบายการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED

สำหรับผลสำรวจ ณ เดือนก.ย. 2565 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่า ความเชื่อมั่นนักลงทุนแทบทุกกลุ่มปรับลดลงโดย นักลงทุนบุคคลปรับลดลง 39.3% อยู่ที่ระดับ 77.33 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับลดลง 28.6% อยู่ที่ระดับ 100.00 กลุ่มนักลงทุนต่างชาติปรับลดลง 60.0% อยู่ที่ระดับ 40.00 ในขณะที่กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับเพิ่ม 6.2% อยู่ที่ระดับ 113.33

ในช่วงเดือนก.ย.2565 SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นในสัปดาห์แรกในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก และทยอยปรับตัวลดลงหลังเผชิญแรงกดดันหลายประเด็น อาทิ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินกว่าคาด

ส่งผลต่อความกังวลต่อการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED แนวโน้มการถดถอยของเศรษฐกิจโลกในปี 2566 ตามที่ธนาคารโลกได้ออกมาประกาศ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ทวีความตึงเครียดขึ้นหลังรัสเซียสั่งระดมทหารกองหนุนเพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมทำสงครามกับยูเครน

นอกจากนี้ การปรับลดน้ำหนักหุ้นไทยของดัชนี FTSE ซึ่งมีผลในวันที่ 16 ก.ย. 2565 ยังเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความกดดันต่อนักลงทุน โดยตลอดทั้งเดือนก.ย. 2565 SET index เคลื่อนไหวในกรอบแคบระหว่าง 1,589.51-1,665.74 จุด

และ SET Index ณ สิ้นเดือนปิดที่ 1,589.51 จุด  ปรับตัวลดลง 3% จากเดือนก่อนหน้า ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิในเดือนก.ย.2565 กว่า 24,279 ล้านบาท โดยตลอดทั้งปี 2565 นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิเป็นมูลค่า 146,465 ล้านบาท

ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ แนวโน้มการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นของ FED รวมถึงการขึ้นดอกเบี้ยในระยะถัดไปเพื่อต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อสหรัฐที่ยังคงสูง

อีกทั้ง นโยบายการเงินของธนาคารกลางในหลายประเทศที่ออกมาเพื่อบริหารจัดการความผันผวนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน  แนวโน้มการถดถอยของเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ตึงเครียดขึ้นหลังรัสเซียรับรองพื้นที่ 4 เขตในยูเครนให้เป็นดินแดนของรัสเซีย

ในส่วนของปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ การเข้าสู่ยุคดอกเบี้ยขาขึ้นของประเทศไทยหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่ 2 มาอยู่ในระดับ 1% แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ได้แรงหนุุนจากภาคการท่องเที่ยวซึ่งขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศที่คาดว่าจะมีการเลือกตั้งในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2566

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์