ตำรวจไซเบอร์ หอบสำนวนส่งอัยการ คดีเห็ดทิพย์ Turtle farm ยอดเสียหายพุ่งกว่า 1,900 ล้านบาท มีการร้องทุกข์กว่า 2,000 ราย
คดีเห็ดทิพย์ Turtle farm ยอดเสียหายพุ่งกว่า 1,900 ล้านบาท มีการร้องทุกข์กว่า 2,000 ราย ที่สำนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง ผบก.สอท.3 , พ.ต.อ.สถาพร รอดโพธิ์ทอง รอง ผบก.สอท.3 พร้อม จนท.พร้อมพยานหลักฐานสำนวนการสอบสวน ไปส่งให้ นายบวรเกียรติ ก้องเวหา อัยการจังหวัดสกลนคร ในคดีหลอกลงทุนฟาร์มเห็ด Turtle Farm
พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง ผบก.สอท.3 กล่าวว่า ตาม นโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประกัสร์ ผบ.ตร. , พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒนันครบัญชา ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้รับเรื่องที่มีผู้เสียหายจำนวนมากมาพบพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ และแจ้งความออนไลน์ thaipoliceonline.com ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สถานีหลักสี่ กับพวก ที่ได้โฆษณาของ Turtle farm (โทเทิ่ลฟาร์ม) เชิญชวนให้มาร่วมลงทุน โดยการซักชวนให้เข้าร่วมโครงการด้วย โดยมีการร้องทุกข์ กว่า 2,000 ราย ความเสียหายมากกว่า 1,970 ล้านบาท
ซึ่งคณะพนักงานสอบสวน ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ทำการสอบสวนแล้ว ได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา จากศาลจังหวัดสกลนคร จำนวน 9 คน ประกอบด้วย
1.นางสาวฐานวัฒน์
2.นางสาวพลอยฐิตา
3. นางสาวนันทวดี
4.นางสาวฐิตารีย์
5.นางสาวจัณฑิกา
6.นางสาวเตชิน
7.นางสาวประภากร
8.นางสาว อนันญา
9.นางสาวศิลป์สุภา
สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหา ได้ 7 คน สอบสวนปากคำผู้ต้องหา จำนวน 7 คน ได้ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแล้วมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 9 โดยได้ทำการส่งสำนวนการ
สอบสวนมายังอัยการจังหวัดสกลนครในวันนี้จากการรวบรวม พยานวัตถุและพยานเอกสาร เช่น รายงานการตรวจพิสูจน์ คอมพิวเตอร์ของกลาง จากกองพิสูจน์หลักฐาน 3,รายงานการตรวจสถานีที่เกิดเหตุ ของพิสูจน์หลักฐานจังหวัดสกลนคร รายการตรวจสอบข้อมูลสินค้า และสินค้าควบคุม ของพาณิชย์จังหวัดสกลนคร,ผลการตรวจพิสูจน์เห็ดที่ตรวจยึดจากที่เกิดเหตุ ของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสกลนคร,รายงานการตรวจวัดปริมาณของกลางคดีฟาร์มเห็ด ชั่ง ตวง วัด จังหวัดสกลนคร,ประกาศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไท และแบบคำขออนุญาตก่อสร้างของ Turtle farm (โทเทิ่ลฟาร์ม) เทศบาลนครสกลนคร
จากการรวบรวมพยานหลักฐาน มีคำให้การผู้กล่าว และพยาน ดังกล่าวข้างต้นยืนยันการกระทำผิดของผู้ต้องหาทั้ง 9 ได้ร่วมกันออกอุบายชักชวนผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ หลายช่องทางโดยให้ประชาชนมาร่วม ลงทุนเพาะเห็ด ปลูกต้นกระท่อมและลงทุน โครงการอื่นๆ ซึ่งมีอยู่หลายโครงการ โดยแจ้งระบุผลตอบแทนที่สูงเกินกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดให้สถาบันการเงินว่าด้วยคอกเบี้ยเงินกู้พึงจะให้สูงสุดได้
เป็นตัวชวนเชื่อโดยไม่ได้มีเจตนาที่จะดำเนินการ ตามที่ระบุชักชวนประชาชนแต่อย่างใด เป็นเหตุให้ประชาชนหลงเชื่อจึงได้นำเงินมาลงทุนตามคำชักชวนของกลุ่มผู้ต้องหา จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้เอาทรัพย์สินของประชาชนดังกล่าวไป จึงเชื่อได้ว่าการกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย ดังกล่าว ได้กระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน นำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อความอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 พระราชกำหนด การกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 3 , 4 , 5 12 พระรชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 4 . 14(1) ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 จึงเห็นควร "สั่งฟ้อง" ผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ตามข้อกล่าวหาและกฎหมายดังกล่าวข้างต้น
อนึ่งผู้ต้องหาที่ 1 และที่ 2 หลบหนี พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลจังหวัดสกลนคร และหมายจับแดง Red Notice ไว้แล้วและได้ทำการสืบสวนติดตามทรัพย์สินของผู้ต้องหา และเครือข่าย โดยการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สืบทรัพย์ ตรวจยึดทรัพย์สิน เช่น บ้าน อาคาร จำนวนหลายหลัง ทรัพย์สินอื่น ๆ และเงินสดจำนวน 99 ล้านบาท และได้มีการรับคดี ร่วมกันฟอกเงินกับผู้ต้องหา และบุคคลที่เกี่ยวข้องไว้อีกส่วนหนึ่งแล้ว และจะเร่งรัดสอบสวนปากคำผู้เสียหายที่เหลือ และรวบรวบส่งให้พนักงานอัยการดำเนินคดีกับ
ผู้ต้องหา ยืนยัน จนท. ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดและนำทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้นำมาคืนให้ผู้เสียหายได้ให้มากที่สุด





