วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน 2569

Login
Login

ส่องโรดแมป SCB10x เรื่อง 'สินทรัพย์ดิจิทัล' กับภารกิจ 'ฟิวเจอร์ไฟแนนซ์'

ส่องโรดแมป SCB10x เรื่อง 'สินทรัพย์ดิจิทัล' กับภารกิจ 'ฟิวเจอร์ไฟแนนซ์'

เมื่อพูดถึง "สินทรัพย์ดิจิทัล" หรือ คริปโทเคอร์เรนซี ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นกระดานเทรดที่ตัวเลขวิ่งขึ้นลงอย่างหวือหวา แต่สำหรับ  SCB10x  กลับมองทะลุความผันผวนเหล่านั้น และเห็นถึง "จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ" ที่จะมาพลิกโฉมโลกการเงิน หรือที่เรียกว่า Future of Finance

 ก้าวแรกตั้งแต่ปี 2015 

 "กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร"  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท SCB10x ได้พูดในงานแถลงข่าวประกาศความพร้อมของการจัดงาน Southeast Asia Blockchain Week (SEABW) 2026 โดยมี Hashed บริษัทร่วมลงทุน (Venture Capital) ระดับโลกในสาย Web3 และ ShardLab เครือบริษัทด้านนวัตกรรมของ Hashed ร่วมมือกับ SCBX กลุ่มเทคโนโลยีการเงินชั้นนำของไทย และ Bitkub Group ว่า การเดินทางในโลกสินทรัพย์ดิจิทัลของกลุ่ม SCBX ไม่ได้เพิ่งมาเริ่มทำตามกระแส แต่มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2015 หรือกว่าทศวรรษที่แล้ว

ส่องโรดแมป SCB10x เรื่อง 'สินทรัพย์ดิจิทัล' กับภารกิจ 'ฟิวเจอร์ไฟแนนซ์'

“ก้าวแรก” กลุ่ม SCBX คือการตัดสินใจลงทุนในสตาร์ทอัพด้านสินทรัพย์ดิจิทัลชื่อดังอย่าง Ripple ซึ่งนับเป็นการตัดสินใจที่สร้างผลตอบแทนกลับมาให้องค์กรอย่างมหาศาล 

รวมทั้งหากย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว SCBX ยังเป็นผู้บุกเบิกเจ้าแรกๆ ที่กล้านำเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) มาใช้จริงกับการโอนเงินข้ามประเทศ

 

 สร้าง 'รากฐาน' ระบบการเงิน 

 ภาพของ Future Finance สำหรับ SCBX ไม่ใช่แค่วาดฝัน แต่คือการลงมือสร้าง "โครงสร้างพื้นฐาน"   อย่างเป็นระบบและครบวงจร  

เริ่มต้นจากบริการรับฝากสินทรัพย์ ที่มีการมีการจับมือและร่วมลงทุนกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Fireblocks และ Anchorage

ถัดมากคือการเปิดประตูสู่การระดมทุน ด้วย ICO Portal ซึ่ง SCBX มีบริษัทในเครืออย่าง Token X ที่เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มแรกๆ ในการขอใบอนุญาตเพื่อแปลงสินทรัพย์ให้เป็นโทเคนดิจิทัล

โครงสร้างพื้นฐานในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดนี้ เดินหน้าไปพร้อมกับ InnovestX ที่มีใบอนุญาตครบถ้วน พร้อมให้บริการนักลงทุน

ทำไม Future Finance  สำคัญ จนยักษ์ใหญ่ระดับโลกต้องขยับ? 

กวีวุฒิ ได้พูดถึงการมองภาพตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคตด้วยการยกคำพูดของ Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan ที่ครั้งหนึ่งเคยไม่เชื่อมั่นใน “บิตคอยน์” แต่ปัจจุบันกลับหันมาใช้เทคโนโลยี Blockchain, Stablecoin และ Smart Contract เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความรวดเร็วให้ธนาคาร 

หรือแม้แต่ Larry Fink ซีอีโอของกองทุนระดับโลกอย่าง BlackRock ก็ยังออกมาย้ำว่า ในอนาคตสินทรัพย์แทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหุ้น หุ้นกู้ หรือกองทุนรวม จะถูกนำมาทำ Tokenization

สำหรับ SCBX แล้ว Future Finance คือการยกระดับสินทรัพย์ในโลกแห่งความจริง Real World Asset  ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน หรือ ทองคำ ให้กลายเป็นโทเคนดิจิทัล เพื่อให้ซื้อง่ายขายคล่องขึ้น รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมให้บริษัทลูกอย่าง SCB AM เข้ามาดูแลเรื่อง Crypto ETF เพื่อตอบโจทย์การลงทุนยุคใหม่  

เพิ่มโอกาสทองของ ‘คนตัวเล็ก’ 

ท้ายที่สุดแล้ว   การสร้างระบบนิเวศทั้งหมดนี้ไม่ได้มีเป้าหมายแค่เพื่อการ "เทรดดิ้ง" แต่ประโยชน์ที่แท้จริงคือการนำเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรม เปลี่ยนการรอเคลียร์เงินจาก 2 วัน (T+2) ให้ได้เงินทันทีแบบเรียลไทม์ (T+0) และช่วยให้การโอนเงินของภาคธุรกิจ (B2B) เป็นไปโดยอัตโนมัติ

และที่สำคัญที่สุดคือการทำ Fractionalization หรือการซอยย่อยสินทรัพย์ ซึ่งจะเปิดประตูให้ "คนตัวเล็กๆ" สามารถเข้าถึงสินทรัพย์คุณภาพสูงได้ง่ายขึ้น จากอดีตที่อาจต้องใช้เงินหลักพัน วันนี้แค่มีเงิน 5 บาทก็อาจเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดีๆ ได้

เมื่อรวมกับความพร้อมของคนในอาเซียน โดยเฉพาะคนไทยที่มีอัตราการเปิดรับและใช้งาน Digital Wallet สูงถึง 43% ยิ่งเป็นเครื่องการันตีว่า เส้นทางสินทรัพย์ดิจิทัลที่ SCBX ได้ปูรากฐานเอาไว้นี้ พร้อมแล้วที่จะเป็นสะพานเชื่อมให้คนไทยทุกคน ก้าวสู่โลกการเงินแห่งอนาคตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน